ไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับภาพยนตร์สยองขวัญที่หลายคนรอคอยเรื่อง “ข้างบ้าน” ผลงานกำกับภาพยนตร์ของ โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ โดยบทภาพยนตร์ : ดัดแปลงจากเรื่องเล่า “ข้างบ้าน” จาก The Ghost Radio นักแสดงนำคือ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ, กชเบล-ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์, โบกี้ ไลอ้อน-ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ, ยู-กตัญญู สว่างศรี, นุ่น-ภาณิศา อุดมเรืองเกียรติ, โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์, วิทย์-พชรพล จั่นเที่ยง, ฮาย-ศศธร บัวอิน, วิยะดา อุมารินทร์, พีช-ภูณทัศน์ วิวัฒพัฒนอนันต์ (พีช อีทแหลก) ฯลฯ ซึ่งเรียกว่าจัดเต็มเหมาะสมกับบทบาทสุดๆ

งานนี้มีหรือที่ yimyim จะพลาด เราเลยคว้าตัวนักแสดงชื่อดัง อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ ที่มารับบทเป็น “วิน” ในเรื่องมาเล่าเรื่องราวการทำงานและประสบการณ์ดีๆที่ได้จากการทำงานกับเพื่อนๆด้วย

อาเล็กมาเล่นเรื่องนี้ได้ยังไง?

“ทางพี่โขมติดต่อมา จริง ๆ ผมเคยประกาศออกสื่อว่าผมจะไม่เล่นหนังผี เพราะกลัวผีมาก แต่พอเราโตขึ้นก็เลยรู้สึกว่าเป็นแนวที่เราไม่เคยเล่น จริง ๆพอทราบว่าพี่โขมกำกับผมก็สนใจอยู่แล้ว แต่ก็ขออ่านบทก่อน ซึ่งบทน่าสนใจ เราเป็นตัวต้นเหตุของเรื่อง มีความดราม่าของความเป็นมนุษย์ ความต้องการของมนุษย์ คนเราก็แค่ต้องการมีครอบครัวที่ดีและอบอุ่น เป็นความต้องการพื้นฐาน ซึ่งเรื่อง “ข้างบ้าน” มัน relate กับผู้ชมได้ง่ายสำหรับตัวผมก็รู้สึกว่าท้าทายด้านการแสดงทั้งพาร์ทอารมณ์ดราม่าและเรื่องที่เกี่ยวกับผี ค่อนข้างท้าทายผมหนังเรื่องนี้จะทำให้เราโตขึ้นและพัฒนาอะไรบางอย่างทำไมตัดสินใจมาแคสท์เรื่องนี้ เพราะเราเองก็เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ผมว่าการแคสท์มีข้อดีหลายอย่างไม่มีข้อเสีย บางทีผู้กำกับมองว่าคนนี้เหมาะกับบทนี้

พอแคสท์มาอาจไม่ใช่ก็ได้ หรือสมมติเล็กจะทำหนังเรื่องหนึ่งเป็นหนังดราม่าอารมณ์มาก ๆ เบื้องต้นเราอาจเอานักแสดงที่เล่นดราม่าเยอะ ๆมาแสดง ซึ่งคนก็คงเห็นนักแสดงคนนี้ในมุมนี้มาเยอะแล้ว ถ้าเป็นอาเล็กก็คงอยากได้คนที่เราไม่เคยเห็นมุมนั้นเลยมาลองดูมั้ย แล้วมันมีหลายอันที่น่าสนใจ เช่น เอาพี่หม่ำ จ๊กมก มาเล่นดราม่าแล้วเขาทำกันได้ดีมาก เล็กว่าการแคสท์มีประโยชน์มาก ดีที่พี่โขมให้เรามาแคสท์ด้วยซ้ำ ถ้าไม่เหมาะกับเรา เราก็ไม่ต้องมาเหนื่อยหรือปรับอะไรหลายอย่างตอนถ่ายด้วย”

คาแร็คเตอร์ “วิน” เป็นอย่างไร อาเล็กเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

“วินเป็นคนธรรมดามาก ๆ มีตรรกะแบบมนุษย์ทั่วไป ไม่ได้มีความหวือหวาพอมีครอบครัวก็อยากมีบ้านดี ๆ เราแค่ทำความเข้าใจกับอุปนิสัยของเขา สิ่งที่เขาเป็นเราแค่ทำการบ้านแบบนี้มากกว่า แต่วินจะมีบางเรื่องที่อาจเป็นนิสัยเสียของเขาคนเราต้องมีนิสัยเสีย ซึ่งเขาเป็นคนที่ชอบข้ามปัญหา ถ้าไม่ใช่ปัญหาที่คอขาดบาดตายต้องแก้เดี๋ยวนั้น ก็ซุกไว้ก็ได้ ไม่ต้องแก้หรอก ถ้าไม่ได้เดือดร้อนใคร แต่ปัญหาที่วินเคยทำดันไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำ กลับมาสร้างความฉิบหายให้เขาในเรื่องนี้”

อาเล็กผ่านมาเล่นบทมาหลากหลาย แต่พอต้องมาเล่นเป็นคนธรรมดา เราตีโจทย์ยังไง?

“ตัวเล็กมองว่าตัวเองเป็นคนธรรมดา เพียงแต่เล็กเป็นนักแสดงเลยมีชื่อเสียง แต่จริง ๆ ส่วนใหญ่เล็กมีแต่เพื่อนนอกวงการทั้งนั้น เราเลยค่อนข้างเข้าใจวิถีชีวิตที่ธรรมดา และเราก็เป็นคนชิลล์ ๆ ไม่ค่อยมีกฏระเบียบอะไรสักเท่าไหร่ เราไม่ได้มีความฝันที่ไกลตัวหรือยิ่งใหญ่ ไม่ได้อยากเป็น Someone ขนาดนั้น เวลาเราอยู่บ้านก็เป็นคนธรรมดา เลยไม่คิดว่าบทนี้ไกลตัวเรา ซึ่งตรงนี้มัน relate กับวินครับ เป้าหมายของวินแค่อยากมีบ้านและครอบครัวที่อบอุ่น ก็เป็นสิ่งที่เขาอยากทำให้ได้ ดังนั้นพอเขามีครอบครัวและบ้าน เขาก็อยากจะรักษามันไว้ให้ดีที่สุดครับ”

พอเป็นคนกลัวผีมาก แต่มาเล่นหนังผี เราก้าวข้ามตรงนั้นมาได้ยังไง?

“ตอนแรกกังวลมาก เพราะเรากลัว แต่หนึ่งในปัจจัยที่รับเรื่องนี้เพราะรู้ว่าโลเกชั่นเป็นบ้าน ถ้าเรื่องแรกแล้วไปถ่ายในวัดในป่าช้า หรือโลเกชั่นหลอนก็คงคิดเยอะ อันนี้เราถ่ายในบ้านที่แต่งพร็อพโน่นนี่เลยคิดว่าไม่มีอะไรแล้วทีมของผมก็บอกว่าหนังผีไม่มีอะไรหรอกในกองสนุกจะตาย เพราะบรรยากาศในกองก็มีทีมงานเยอะแยะครับ”

แต่บ้านที่ไปถ่ายก็มีคนเจออยู่นะ เรื่องของขลังพกไปไหม?

“จริงอ่ะ เขาไม่ได้บอกนักแสดงอ่ะซิ ผมไม่รู้ (โชว์แขนที่ขนลุกให้ดู) ดีนะที่รู้ตอนนี้ ผมเดินเล่นไปทั่วเลย ผมนึกว่าบ้านธรรมดา คือผมกลัวมากดีนะที่มารู้ตอนนี้ครับ ผมพกของขลังไปครับ พก เพราะแม่เป็นห่วงครับ จริง ๆ ตอนแรกแม่ไม่ได้ห่วงอะไรขนาดนั้น วันที่ผมไปแคสท์เขาให้แคสท์ทั้งหมด 5 ซีน ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่วันทางทีมงานก็โทรมาแจ้งว่าขอให้มาถ่ายซ่อมหน่อยได้ไหมเสียง มันหาย ผมก็คิดว่าเอาแล้ว เพราะจริง ๆ ตอนถ่ายเสร็จเรามีการเช็คเทปหมด เราก็เห็นกับตาว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่พอไปโหลดดันมีปัญหา ผมก็โอเคไม่เป็นไรก็ไปถ่ายใหม่ พอไปที่กองทีมก็บอกว่าพี่อาเล็กครับ ถ่ายไป 5 ซีน เสียงหายไป 3 ซีน และ 3 ซีนนั้นเป็นซีนที่มีผีในฉาก อีก 2 ซีนที่เสียงอยู่ครบเป็นซีนพูดคุยธรรมดา ผมขนลุกเลยครับ พอกลับไปเล่าให้แม่ฟัง วันที่ถ่ายทำแม่จัดพระชุดใหญ่มาให้เลย เป็นสร้อยที่ห้อยพระ 5 องค์ แต่ไม่ได้พกตลอดนะ พอเราใส่ไปได้ 3-4 วันแล้วไม่มีอะไร ผมก็ไม่ได้พกไปครับ เวลาเข้าบ้านเราก็แค่ยกมือไหว้ว่าขอมาทำงานนะ ผมไม่เจอ แต่ไม่รู้คนอื่นเจอหรือเปล่านะ”

การทำงานเรื่องนี้มีฉากที่ยากไหม?

“ยากมากทั้งในเรื่องการแสดง การถ่ายทำ และเอฟเฟคต์ต่าง ๆ อีก การแสดงเป็นวินยาก เพราะช่วงท้ายใกล้ไคลแม็กซ์มันมีอารมณ์ที่ซับซ้อน ช่วงแรกที่เจอก็แค่ข้างบ้านมีผีนะ วินกะเมียก็คอยแก้ปัญหา แต่ช่วงท้ายมีการคลายปม จะมีอารมณ์ที่เข้ามาในตัววินที่ซับซ้อนมากขึ้น ต้องเลือกและทำอะไรสักอย่าง ซึ่งค่อนข้างท้าทายการแสดงของผม แต่ถ้าพูดในเรื่องอุปสรรคถ่ายทำก็มีเยอะเหมือนกัน แต่ขอเม้าท์พี่โขมหน่อย ผมไม่เคยเจอผู้กำกับแบบนี้มาก่อน เป็นผู้กำกับที่อิมโพรไวท์ก่อนเข้าฉาก (หัวเราะ) ปกติเวลาเราทำงาน บทต้องผ่านการเกลา พัฒนามาเป็น 10 ครั้ง ส่วนใหญ่การทำงานก็จะดำเนินตามบท 80-90% จะมีด้นสดหน้างานนิด ๆ หน่อย ๆ

แล้วปกติก่อนไปถ่ายทำผมจะอ่านทบทวนทุกครั้ง แต่เรื่องนี้ไม่อ่านไม่ใช่เพราะขี้เกียจนะ แต่เพราะทำแล้วไม่มีประโยชน์ พอไปถึงหน้าเซ็ทรอฟังพี่โขมอย่างเดียว เขามีไอเดียหลายอย่างที่รอฟังจากเขาดีกว่า มันน่าสนใจกว่าเยอะเลย สิ่งที่เขาทำมันดี แค่อ่านบทแล้วนึกภาพตามมันก็สนุกมากแล้ว แต่สิ่งที่พี่โขมทำมันทำให้มีอะไรมากกว่านั้น แบบเขาคิดได้ยังไง ซึ่งพี่โขมจะให้ทำอะไรเล็กทำหมดเลย เพราะเราได้สนุกขึ้น ทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง ผมเป็นนักแสดงประเภทที่ทีมงานบอกว่าเรารู้มาก เรารู้ว่าซีนนี้จะมีแบบนั้นแบบนี้ใช่ไหม แต่ของพี่โขมเป็นอะไรที่เราคาดเดาไม่ได้เลย มันเหนื่อยนะ อยู่กองก็มีบ่น แต่เราก็รู้ว่ามันดีกว่าครับ”

การร่วมงานกับโบกี้และกชเบลเป็นไงบ้าง?

“โบกี้ก่อนแล้วกัน โบกี้เอาเปรียบมาก เขาเล่นเป็นผี แล้วผีเรื่องนี้ไม่ใช่แค่โบกี้คนเดียว ผีเรื่องนี้มีพัฒนารูปร่างตามระยะอืดต่าง ๆ เขาก็ไม่ได้เล่นเอง ไปกองเลยได้เจอโบกี้น้อยมาก ก็แซวเขาว่าทำไมไม่เล่นเอง(หัวเราะ) เขาก็บอกว่าเขาไม่ให้หนูเล่น แล้วแต่งหน้าไปก็ไม่เห็นหน้าหนู ก็ขำ ๆ กันไป คือมันก็ถูกแล้วที่ใช้สแตนด์อินเล่น มันง่ายกว่าให้โบกี้มาเล่น เพราะไม่งั้นก็จะเสียเวลาในการแต่งเอฟเฟกต์นานครับ โบกี้จะอินโทรเวิร์ทอยู่ในห้อง

กินของเขาไป สำหรับกชเบล เขาตั้งใจมาก เพราะเป็นเรื่องแรกของเขา ช่วงแรกจะเช็คตลอดว่าหนูเล่นเป็นไงบ้าง และเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ทมาก ตอนถ่ายซีนแรก ๆ ไม่ยาก เขาก็คุยทั้งวัน พอหลัง ๆ ซีนยากเยอะก็เริ่มเงียบ

พลังงานไม่พอ อีกคนที่เอ็กซ์โทรเวิร์ทคือ พีช อีทแหลก เขาตั้งใจมาก อยากให้มันออกมาดี เขาเป็นยูทูปเบอร์ต้องมาแสดงหนัง เขาก็กังวล ผมดูออกเลยว่าเขาตื่นเต้นมาก จะมีเตี๊ยมกันก่อน เล็กพูดแบบนี้ พี่จะตอบแบบนี้นะ เขาตั้งใจมากครับ ผมเข้าใจเวลาเราเล่นละครใหม่ ๆ ก็ต้องเป๊ะทุกไดอะล็อก ภาษาเขียนกับภาษาพูดไม่เหมือนกัน ผมก็มีช่วยปรับคำให้เขาคล่องปากมากขึ้นนิดหน่อยครับ แต่สนุกมากๆครับ”

ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกขนลุกและอยากดูมากๆ ใครดูแล้วหรือมารีวิวกันนะ ได้ยินว่าอาเล็กและทุกคนทุ่มสุดตัวมากๆ และหนังก็หักมุมสุดๆจ้า


คอลัมน์ 1 Day With ซุปตาร์

โดย yimyim