โบกมือลาปี 2568 ไปพร้อมกับคราบน้ำตาและรอยร้าวที่ยากจะประสาน วันนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” อาสาพาทุกคนย้อนรอยมหากาพย์ข่าวฉาวที่สั่นสะเทือนวงการตลอด 1 ปีเต็ม ในปีที่ “ชีวิตจริง” ทำทำถึงรุนแรงกว่ายิ่งกว่าละครหลังข่าว ตั้งแต่เรื่องราวบทสรุปความรักที่จบลงด้วยการนอกใจ คดีเมาอาละวาดที่ดับอนาคตซุปตาร์ ไปจนถึงมรสุมหนี้สินมหาศาลที่ทำลายมิตรภาพระดับตำนานจนไม่เหลือชิ้นดี มาเริ่มกันที่เดือนแรกที่ทำเอาไม่ต้องหลับต้องนอนข้ามปี

แสตมป์ อภิวัชร์ ปมซาแซงพลิกเป็นคดีชู้สาว
ต้นปีด้วยความโกลาหล เมื่อ แสตมป์ ออกมาแจ้งความว่าถูก “ซาแซง” คุกคามภรรยาจนเสียสุขภาพจิต แต่ความจริงมาปรากฏเมื่อฝั่งคู่กรณี (แจม) แฉกลับว่าเธอไม่ใช่ซาแซง แต่คือ “คนรักอีกคน” ที่แสตมป์คบซ้อนมานาน โดย แสตมป์เคลียร์ในรายการ โหนกระแส ยอมรับสารภาพว่า “นอกใจภรรยาจริง” แถมยังถูกครอบครัวฝั่งแจมข่มขู่โดยอ้างยศทหารใหญ่มาบีบให้เงียบ พร้อมขอโทษศิลปินในวงการที่ถูกพาดพิง ปัจจุบันแสตมป์พยายามกอบกู้ภาพลักษณ์โดยมีภรรยา ยืนเคียงข้างหลังตกลงให้อภัยกัน

ดิว อริสรา มหากาพย์หนี้ 62 ล้าน และสร้อย กระเป๋า เจ้าปัญหา
เมย์ วาสนา
นักธุรกิจสาวเปิดศึกแจ้งความตามหาทรัพย์สินและเงินสดรวม 62 ล้านบาทที่ ดิว อริสรา ยืมไปหมุนเวียนแก้ไขปัญหาชีวิตแต่กลับหายเข้ากลีบเมฆ จนเกิดการแฉแหลกเรื่องไลฟ์สไตล์สุดหรูที่เบื้องหลังเต็มไปด้วยหนี้สินและการหยิบยืมเงินคนรอบข้างไปทั่ว จนดิวต้องเดินสายไกล่เกลี่ยคดี ซึ่งตอนนี้ดิว ก็ยังคงต้องทำงานใช้หนี้ เมย์ วาสนาต่อ ต้องรอดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วไฮโซเมย์จะได้เงินกลับมาครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์หรือไม่

ปุ้ย L.กฮ. – ลำไย ไหทองคำ รัก 9 ปี พ่ายมือที่สาม
ปิดฉากรักมาราธอน 9 ปีอย่างเป็นทางการ เมื่อ ปุ้ย L.กฮ. ประกาศเลิกรากับ ลำไย แบบตัดขาด 100% หลังมีกระแสแฉพฤติกรรมความไม่ชัดเจนของฝ่ายหญิงที่มีความสัมพันธ์ซ้อนกับ “บอส” แดนเซอร์หนุ่มในวง จนกลายเป็นดราม่าสั่นสะเทือนวงการลูกทุ่งอินดี้ แม้จะเลิกกันแบบเจ็บลึก แต่ทั้งคู่ตกลงลดสถานะเหลือเพียงพี่น้องที่หวังดีต่อกัน โดยลำไยยังเดินหน้าทำงานต่อท่ามกลางสายตาชาวเน็ตที่จับจ้องความสัมพันธ์ใหม่กับหนุ่มบอส

โตโน่ – ณิชา – มายด์ มหากาพย์รักสามเส้าและกล้องหน้ารถ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเพราะ โตโน่ ถูกจับโป๊ะครั้งใหญ่เมื่อ “เพชร” (แฟนเก่าของมายด์ ผู้ช่วยสาว) หอบคลิปจากกล้องหน้ารถและแชทลับออกมาแฉว่าโตโน่แอบกิ๊กกับมายด์ระหว่างที่ยังคบกับ ณิชา อยู่ มายด์ออกมาขอโทษณิชาผ่านรายการดัง ยอมรับว่าทำผิดจริงและประกาศตัดขาดโตโน่ ส่วนโตโน่เองก็ได้รับบทเรียนครั้งใหญ่จากสังคม ปัจจุบันณิชาประกาศสถานะโสดแบบแฮปปี้และไม่คิดรีเทิร์น

เบียร์ เดอะวอยซ์ VS หนุ่ม กรรชัย สงครามประสาทผ่านโซเชียล
เริ่มจากการที่ เบียร์ โพสต์แซะรายการดังว่าชอบทำแต่เรื่องผัวเมีย จนไปกระทบถึง หนุ่ม กรรชัย กลายเป็นสงครามโซเชียลที่ไม่มีใครยอมใคร เรื่องราวยังคงยืดเยื้ออยู่ในโซเชียลไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ

พลอย เฌอมาลย์ – โต้ง ทูพี ปิดฉากรักเพราะ “อารมณ์ชั่ววูบ”
แฟนคลับเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อ พลอย โพสต์ภาพหนุ่มโต้งรัวๆ จนคนสงสัยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นใน ต่อมามีวงในหลุดมาว่าทั้งคู่มีอาจะเลิกรากันไปเงียบๆในก่อนหน้านี้ แต่มัมพลอยดันไปรู้เรื่องอะไรมาจนส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงเลยออกมาโพสต์ฟาดรัวๆแบบไม่กลัวใคร ก่อนที่ต่อมามัมพลอยจะได้สติและโพสต์ขอโทษหนุ่มโต้ง ในเวลาต่อมา


มรสุมเป๊ก – มารี มาเรื้อน
เป๊ก ผลิตโชค
ตกเป็นข่าวใหญ่หลังมีภาพเมาอาละวาดกลางปั๊มน้ำมันจนถูกทำร้ายร่างกาย คู่กรณีอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ในช่วงแรกที่ข่าวหลุดออกไป แฟนคลับจำนวนมากต่างรุมโจมตีคู่กรณีอย่างหนักว่า “ทำเกินกว่าเหตุ” ที่ใช้กำลังกับศิลปินจนบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อมี “คลิปหลักฐาน” จากกล้องวงจรปิดและมือถือหลุดออกมาแฉพฤติกรรมของนักร้องหนุ่มในสภาพเมามายไม่ได้สติ ทั้งกระโดดปีนขึ้นไปบนรถของคนอื่น วิ่งไล่กวดผู้คนที่สัญจรไปมา จนสร้างความหวาดกลัวไปทั่วบริเวณ คู่กรณีจึงต้องโต้กลับว่าการกระทำนั้นคือ “การป้องกันตัว” เพื่อหยุดยั้งความคลุ้มคลั่ง

กระแสสังคมแบ่งออกเป็นสองฝ่ายทันที ฝ่ายหนึ่งยังคงเห็นใจศิลปินที่อาจทำไปเพราะความขาดสติชั่วคราว ขณะที่อีกฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงมารยาทและการวางตัวที่ไม่เหมาะสม รวมถึงความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปที่ต้องมาเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญเช่นนี้

หลังเงียบพักใหญ่ เป๊กได้ออกมาอัดคลิปวิดีโอเพื่อ “ขอโทษสังคม” ยอมรับว่าดื่มหนักจนขาดสติจริง อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สังคมยังคงกังขาคือการที่เขา “ปฏิเสธการตรวจปัสสาวะ” ในคืนเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลและอยู่ในภาวะมึนงง ปัจจุบันเขาต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสารเสพติดจากเส้นผมเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยังคงเก็บตัวเงียบเพื่อฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและภาพลักษณ์ที่พังทลายลง

ด้าน มารี เบรินเนอร์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจแอลกอฮอล์ในสภาพที่มีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัด แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธการเป่าแอลกอฮอล์และมีการยื้อยุดขัดขืนเจ้าหน้าที่อยู่พักใหญ่ จนเป็นเหตุให้ถูกคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งศาลพิพากษา จำคุก 2 เดือน และปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่ง โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมสั่งคุมประพฤติและบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

จุดที่ทำให้ชาวเน็ตหูผึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องคดีความ แต่คือชายหนุ่มที่อยู่เคียงข้างเธอในคืนเกิดเหตุ ซึ่งก็คือ “ไฮโซบอส” ทายาทตระกูลดัง ความซวยคือคดีเมาแล้วขับครั้งนี้กลายเป็นการ “เปิดตัว” ความสัมพันธ์ของทั้งคู่โดยปริยาย แต่แทนที่จะได้รับคำอวยพร กลับกลายเป็นดราม่าชามโต เมื่อมีการขุดพบว่า ไฮโซบอส คือ “แฟนเก่า” ของเฌอรีน ณัฐจารี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทในวงการของมารีเอง ชาวเน็ตตั้งคำถามถึงความเหมาะสม เพราะมารีและเฌอรีนเคยร่วมงานและถ่ายรายการด้วยกันบ่อยครั้งจนถูกมองว่าเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทกัน การที่มารีมาเปิดตัวคบกับแฟนเก่าเพื่อนในเวลาที่ทับซ้อนกันไม่นาน

ออม สุชาร์ ปมดาราฮุบบริษัทร้อยล้าน
ออม
สุชาร์ ถูกโยงข่าวลือ “ดาราหน้าหวานฮุบบริษัทหุ้นส่วน” มูลค่าร้อยล้านบาท จนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงทั้งน้ำตาว่าถูกหักหลังและเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่น ออมเลือกตัดปัญหาโดยการควักเงินส่วนตัวซื้อหุ้นคืนทั้งหมดจากคู่กรณี เพื่อนำบริษัทกลับมาเป็นของตนเองแบบ 100%

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น VS แม่เกตุ
เป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาหลายคนสะเทือนใจ เมื่อ เจนนี่ ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาว่ามีปัญหาเรื่องเงินกับ แม่เกตุ อย่างรุนแรง ลามไปถึงการมีปากเสียงกับสามีจนเกือบจะบ้านแตก เจนนี่ ต้องแบกรับภาระจ่ายหนี้ให้แม่มาตลอดนับหลายล้าน ๆ บาทจนแต่ก็พลิกวิกฤตาจากสถานการณ์นี้เป็นโอกาสไลฟ์ขายของจนกลายเป็น“เทศกาลเจนนี่” ที่เหล่าดาราและแบรนด์ต่างๆต่างของคิวเข้ามาไลฟ์เพื่อโปรโมทสินค้า ซึ่งแน่นอนว่าตลอดเวลาที่มีเทศกาลนี้ ดราม่าก็เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ จนสุดท้ายกระแสของเจนนี่ก็หายไปตามกาลเวลา และด้านเจนนี่เองก็ได้กลับมาคืนดีกับแม่เกตุแล้ว

นานา ไรบีนา หนี้ 195 ล้าน แก๊งนางฟ้าแตกหัก
ปิดท้ายปีด้วยข่าวช็อกวงการที่ทำเอาคำว่า “เพื่อนรัก” กลายเป็นเพียงอดีต เมื่อมหากาพย์หนี้สินของ นานา ไรบีนา นำไปสู่จุดแตกหักของ “แก๊งนางฟ้า” กลุ่มเพื่อนสาวระดับตำนานที่คบกันมานานหลายสิบปี เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่นานาชักชวนเพื่อนสนิทในกลุ่มและคนในวงการร่วมลงทุน แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ทำให้ธุรกิจติดลบอย่างรุนแรง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 195 ล้านบาท

ในขณะเดียวกันที่เกิดเรื่องราวนี้ชาวเน็ตสังเกตเห็นว่าสองเพื่อนรักอย่าง เจนสุดา ปานโต และ พอลล่า เทเลอร์ ตัดสินใจกด “อันฟอลโลว์” อินสตาแกรมของนานา ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าทั้งคู่สูญเสียเงินลงทุนส่วนตัวไปไม่น้อย หลังจากถูกกดดันจากทุกทิศทาง นานายอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวว่า “ตัดสินใจทางธุรกิจผิดพลาด” และพยายามยื้อจนสถานการณ์บานปลาย ยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่ได้ติดการพนัน” ตามที่โซเชียลขุดคุย แต่เป็นเพราะความทะเยอทะยานที่อยากให้ธุรกิจเติบโตจนเกินตัว พร้อมเอ่ยปากขอโทษเพื่อนทุกคนที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะความสะเพร่าของตน