ความอ้วนวันนี้ ไม่ใช่แค่รูปร่างเท่านั้น แต่คือ “ภัยแฝงในความตุ้ยนุ้ย” เราจึงต้องดูแล และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รูปร่างสมส่วน ซึ่งนอกจากการดูแลตัวเองแล้ว ยังมีตัวช่วยอย่างการ “ผ่าตัด” โดยผู้เชี่ยวชาญ อย่างแถบอีสานก็มี “ศูนย์การผ่าตัดโรคอ้วนแบบครบวงจรของโรงพยาบาลศรีนครินทร์”
รศ.นพ.สุริยะ พันธ์ชัย อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิบายว่า การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารเป็นหนึ่งในแนวทางรักษาโรคอ้วนที่ให้ผลในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนรุนแรง หรือมีโรคร่วมที่ควบคุมได้ยาก การผ่าตัดแบบส่องกล้องช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และมีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดไม่ใช่ทางลัดหรือแนวทางเดียวในการรักษาโรคอ้วน ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกาย เพื่อให้การรักษาได้ผลอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ทีมแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ยังได้ศึกษาการรักษาโรคเบาหวานด้วยการผ่าตัด หรือ Metabolic Surgery ซึ่งมีที่มาจากการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีเบาหวานร่วมด้วย โดยพบว่าเมื่อคนไข้กลุ่มนี้ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนแล้วจำนวนมาก สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น หรือบางรายกลับเข้าสู่ระยะสงบได้

จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีภาวะอ้วนไม่มาก แต่เป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมได้ยากและต้องใช้ยาปริมาณสูง โดยมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30 ถือเป็นกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้ในการรักษาด้วยการผ่าตัด เมื่อได้รับการผ่าตัดแล้ว ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งช่วยเพิ่มกลไกในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้การควบคุมโรคเบาหวานดีขึ้น นำไปสู่แนวทางการรักษาที่มีศักยภาพในอนาคต
รศ.นพ.จักรพันธ์ วิทยาไพโรจน์ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิบายเสริมว่า ทางรพ.จะมีการดูแลผู้ป่วยด้วยระบบ “สหสาขาวิชาชีพ” ประกอบด้วยอายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งแพทย์สหสาขาวิชาชีพจะต้องเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด เช่นการดมยาสลบ การควบคุมระบบหายใจ เป็นต้น โดยดูแลตั้งแต่ต้นก่อนการผ่าตัดเสร็จจนกระทั่งหลังการผ่าตัด
“ภาพรวมของการผ่าตัดกระเพาะของศูนย์ฯ พบว่าผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระเพาะอาหารประมาณ 60% สามารถทำให้โรคเบาหวานอยู่ในภาวะสงบ โดยไม่ต้องรับประทานยาและไม่ต้องฉีดยาอินซูลิน ส่วนโรคความดันโลหิตสูงพบว่าผู้ป่วย 50% มีการใช้การใช้ยาลดลง ส่วนภาวะไขมันในเลือดผู้ป่วยโรคอ้วนสามารถงดยาไขมันได้ถึง 28-30%”
สำหรับการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด โดยเฉพาะ ผู้ป่วยในกลุ่มที่มีภาวะอ้วนรุนแรง หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 50 ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด จำกัดปริมาณพลังงานจากอาหาร บางรายที่มีไขมันสะสมที่ตับเป็นจำนวนมาก แพทย์อาจให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมการรับประทานอาหารไม่ให้เกิน 800 กิโลแคลอรีต่อวัน
ด้าน รศ.นพ.วีระเดช พิศประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่า สถานการณ์โรคอ้วนของไทยใกล้เคียงกันทุกภูมิภาค ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือว่ามีปัญหาอันดับต้น ๆ ของประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะการรับประทานข้าวเหนียวมากกว่าคนภาคอื่นถึง 2 เท่า
ทั้งนี้ ภาวะโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของหลายโรค การดูแลรักษาจึงควรเริ่มต้นที่การจัดการน้ำหนักตัว หากสามารถลดน้ำหนักได้ ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จะมีแนวโน้มดีขึ้น

ด้านผศ.นพ.อภิชาติ โซ่เงิน แพทย์เวชศาสตร์การนอน รักษาโรคนอนกรนหยุดหายใจ ขณะหลับ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระเพาะจากโรคอ้วน ส่วนมากเป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุตั้งแต่ 20-50 ปี ขึ้นไป และมักจะเป็นโรคประจำตัวหลากหลาย และยังอาจมีปัญหาในการนอนโดยเฉพาะ “ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ” หรือ ภาวะอ้วนหายใจต่ำ ซึ่งหากมีการประเมินวินิจฉัยและรักษาก็จะทำให้การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี
“โดยปกติแล้วผู้ป่วยโรคอ้วน จะมีช่วงคอด้านบนค่อนข้างแคบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับมากกว่าคนปกติ สิ่งที่อยากจะฝากคือ ภาวะโรคอ้วน เป็นภาวะที่จำเป็นในการดูแลรักษา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือไม่ โรคอ้วนสามารถนำมาซึ่งโรคอื่น ๆ ที่ตามมาด้วย ดังนั้นหากปล่อยภาวะอ้วนทิ้งไว้ ก็จะส่งผลให้อายุสั้นลง ดังนั้นการรักษาก็จำเป็นต้องมีการประเมินและรักษาควบคู่กันไปทั้งหมด เพื่อทำให้ร่างกายกลับมาอย่างดีที่สุด ขอยืนยันว่าโรคอ้วนและภาวการณ์หยุดหายใจขณะนอนหลับนั้น รักษาได้และสามารถกลับมาสุขภาพดีได้ด้วย”.
อภิวรรณ เสาเวียง



