กรณีพิพาท “ปาร์ตี้ปีใหม่เสียงดังเกิน” นั้น ก็มีตั้งแต่ ด่าทอ ทะเลาะวิวาท ทำร้ายกันบาดเจ็บ หรือถึงขั้นเสียชีวิตก็เคยมี!! ซึ่งกับเรื่อง “เสียงดังมลพิษทางเสียง” นี่จริง ๆ ก็ “ควรต้องตระหนักกันไว้” ว่าดังระดับใดพอสมควร? ดังระดับใดเป็นปัญหา? ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ “รู้ไว้ใช่ว่า” ก่อนช่วงมีฉลองรับปีใหม่

เพื่อให้ไม่มีปัญหา “มลพิษทางเสียง”

ปัญหาที่ “ทำให้เกิดกรณีพิพาท” ขึ้น

บ่อยครั้ง “ฝ่ายหนึ่งตายฝ่ายหนึ่งคุก”

ทั้งนี้ “เสียงดัง” จนเป็น “มลพิษทางเสียง” นั้น เป็นอีกปัญหาที่มักมาพร้อม “เทศกาลต่าง ๆ” รวมถึง “ปีใหม่” จากการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนานที่บางครั้งบางที่ก็มีการ “ใช้เสียงดังอึกทึกครึกโครมมากเกินไป”จนเกิดการกระทบกระทั่งกับผู้ที่ไม่ได้ร่วมฉลองด้วย ทำให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบจากเสียงดัง โดยเฉพาะเด็กทารก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้มีโรคประจำตัว

เกี่ยวกับ “ปัญหามลพิษทางเสียง” นี่ ณ ที่นี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ขอพลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูลวิชาการ ที่มีการศึกษาเรื่องนี้ไว้ ข้อมูลวิชาการโครงการที่ชื่อว่า “โครงการวิจัยการศึกษาแนวทางจัดการปัญหาข้อร้องทุกข์ของประชาชน : กรณีเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง” ที่นำข้อมูลวิจัยมาวิเคราะห์เพื่อเสนอทางออก หลังจากมีแนวโน้มเกิดปัญหานี้เพิ่มขึ้น

โครงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ “ปัญหามลพิษทางเสียง”โครงการนี้…ดำเนินการไว้โดย สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน และคณะ ภายใต้การสนับสนุนจาก สกสว. ซึ่งผู้ศึกษาวิจัยได้สะท้อนถึงเรื่องนี้ไว้ว่า… นอกจากปัญหามลพิษทางอากาศที่ไทยต้องเผชิญแล้ว อีกปัญหาที่กระทบประชาชนไม่แพ้กันคือ “มลพิษทางเสียง” ที่เกิดได้ทั่วไปในทุก ๆ พื้นที่ ดังนั้นมลพิษทางเสียงจึงสำคัญไม่แพ้ปัญหามลพิษด้านอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมาพบแนวโน้มการร้องเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่กว่าครึ่งเป็นกรณี ปัญหาเสียงรบกวนจากร้านค้าร้านอาหาร และรองลงมาคือกรณี ปัญหาเสียงจากบ้านเรือนและบุคคลซึ่งก็นี่แหละ…

ฉลองปีใหม่ก็อย่าดังเกินเหตุเกินไป!!

กลับมาดูที่ข้อมูลวิชาการในภาพรวม… โฟกัส “อำนาจในการจัดการปัญหาทางเสียง” โดยเฉพาะ เมื่อมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบ “ร้องทุกข์ร้องเรียน”ทางคณะวิจัยได้ฉายภาพไว้ว่า… อำนาจเรื่องนี้มักเป็นหน่วยงานระดับท้องถิ่น ที่เป็นผู้มีความรับผิดชอบหลักในการสั่งการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเสียง ซึ่ง เป็นอำนาจความรับผิดชอบตามที่ พ...ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.. 2535 ได้บัญญัติไว้โดยจุดประสงค์ที่ให้อำนาจหน่วยงานท้องถิ่นมากกว่าหน่วยงานระดับจังหวัดนั้น ก็มีเป้าหมายสำคัญ นั่นคือ… เพื่อจะให้ปัญหายุติลงโดยเร็วที่สุด จึงให้อำนาจหน่วยงานท้องถิ่นมาก

อย่างไรก็ตาม แต่จากผลการศึกษากลับพบว่า… การแก้ไขปัญหาทางเสียงยังคงมีข้อจำกัดหลาย ๆ ประการ จนทำให้การแก้ปัญหาทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาทิ… ปัญหาในกระบวนการป้องกัน ที่มีสาเหตุจากการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย เช่น ออกแบบอาคารไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หรือสาเหตุจากช่องโหว่กฎหมายทำให้เกิดการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ถูกต้อง, ปัญหากระบวนการรับเรื่องร้องทุกข์ เช่น ประชาชนขาดความเข้าใจเกี่ยวกับช่องทางร้องทุกข์ที่ถูกต้อง จากความซ้ำซ้อนของหน่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์, ปัญหาในกระบวนการแก้ไข จากความไม่พร้อมของหน่วยงานระดับท้องถิ่น ที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ บุคลากร ขาดการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับสูง …เหล่านี้เป็นอุปสรรคการแก้ปัญหา “มลพิษทางเสียง”

และโครงการวิจัยฯ ก็มี “ข้อเสนอแนะ” เพื่อ“แก้ปัญหามลพิษทางเสียง” หลัก ๆ คือ… เพิ่มความเข้มงวดในการติดตามปัญหา, เพิ่มบทลงโทษของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง, สร้างความเข้าใจช่องทางร้องทุกข์ที่ถูกต้องสอดคล้องปัญหา, จัดทำระบบฐานข้อมูลออนไลน์, ปรับรูปแบบส่งเรื่องร้องทุกข์เป็นออนไลน์, เร่งพัฒนาบุคลากรสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ นี่เป็นข้อเสนอแนะ …ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้การแก้ปัญหานี้ในภาพรวมมีอุปสรรค แต่กระนั้น…

ก่อมลพิษทางเสียง” นั้น “ยังไงก็ผิด!!”

ทั้งนี้ แม้การแก้ปัญหานี้ในภาพรวมโดยหน่วยงานท้องถิ่นจะมีข้อติดขัด หากแต่ก็มีข้อมูลที่เคยเผยแพร่ไว้ทาง เว็บไซต์กระทรวงยุติธรรม ที่หลักใหญ่ใจความระบุไว้สรุปได้ว่า… กรณีส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะพูดคุย เปิดเพลง สังสรรค์ ซึ่งเป็นเสียงดังเกินไปโดยไม่มีเหตุจำเป็น อาจเข้าข่ายเป็น “ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา”โดยที่…

มาตรา 370 ผู้ใดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียง หรือ กระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาทและก็มี มาตรา 397 ที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอาย หรือเดือดร้อนรำคาญ เช่น เปิดลำโพงเสียงดังใส่บ้านผู้อื่น มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ…นี่เป็น “ข้อพึงตระหนักในการจัดปาร์ตี้ปีใหม่”

ปาร์ตี้” ก็อย่าให้ “ผู้อื่นต้องเดือดร้อน”

ตื๊ด” ก็อย่าถึงขั้น “ก่อมลพิษทางเสียง”

ไม่งั้น “อาจต้องเกาะลูกกรงรับปีใหม่”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์