ทั้งนี้ สำหรับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทาง ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้วิเคราะห์เรื่องนี้ไว้น่าสนใจ ดังนี้

ผศ.ดร.ภูษิต กล่าวว่า ปรากฏการณ์ “นิวเจนฟีเวอร์” ที่เกิดขึ้นในศึกเลือกตั้ง 2569 ครั้งนี้ สะท้อนชัดเจนเกี่ยวกับการ ปรับตัวของพรรคการเมือง ที่พยายามเรียกร้องความสนใจจาก กลุ่มนิวโหวตเตอร์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่งผลให้พรรคต่าง ๆ จึงต้องใช้ผู้สมัครที่มีช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มนิวโหวตเตอร์ เพื่อดึงดูดให้สนใจในตัวของพรรค นอกจากนั้นการส่งนิวเจนลงสนามแข่งขัน ยังช่วยเชื่อมโยงพรรคกับคนรุ่นใหม่ ได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยยอมรับว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มีการศึกษาและความรู้มากขึ้น ซึ่งหลายคนไปศึกษาจบต่างประเทศ จึงมีมุมมองใหม่ ๆ หรือวิธีคิดใหม่ ๆ  ที่อาจถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือแม้แต่การใช้เรื่องรูปลักษณ์ที่ดูดี หรือหน้าตาน่ารักมาชูเป็นจุดขายนั้นก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ดึงดูดความสนใจได้ดี จนอาจจะทำให้บางคนที่อาจไม่เคยสนใจพรรคนั้นมาก่อน ก็เริ่มหันมาสนใจติดตามมากขึ้น

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เรื่องเดียวก็อาจไม่ได้มีผลมากพอที่จะทำให้คนตัดสินใจเลือกได้ เพราะในเชิงการตลาดแล้ว การที่ลูกค้าจะเลือกสินค้าใดสินค้าหนึ่ง หรือแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ก็มีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงอีกหลายประการ อาทิ มุมมอง แนวคิด หรือวิธีสื่อสารที่ใช้ว่าจะโดนใจหรือไม่ หรือทำให้กลุ่มเป้าหมายเชื่อมั่นได้แค่ไหน ซึ่งถ้าตรงใจ ก็อาจไปด้วย แต่ถ้าไม่ตรงใจ หรือคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ก็อาจจะไม่เอา และลักษณะพิเศษของกลุ่มนิวเจนก็คือ พร้อมเปิด-ปิดสวิตช์ใหม่ได้ตลอดเวลาเช่นกัน นี่เป็นการวิเคราะห์จาก ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ที่ถอดรหัส “นิวเจนฟีเวอร์” ที่เป็นปรากฏการณ์ในศึกเลือกตั้ง 2569 รอบนี้.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์