เบาหวานกระทบใจอย่างไร?
การเป็นเบาหวานไม่ใช่แค่การต้องควบคุมของหวานหรือฉีดอินซูลินเป็นประจำ แต่ยังหมายถึงการต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การตรวจน้ำตาล และการควบคุมอารมณ์ ความเครียด หรือความวิตกกังวลต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถกระทบจิตใจได้อย่างมาก โดยเฉพาะในระยะยาวที่อาจทำให้รู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หรือหมดกำลังใจ หากคุณหรือคนใกล้ตัวเป็นเบาหวานและรู้สึกไม่สดใส มีอารมณ์เศร้าหมองอยู่บ่อยๆ การใช้แบบประเมินเพื่อคัดกรองโรคซึมเศร้าเบื้องต้น ก็อาจช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงได้ โดยจะถามถึงอาการในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่
1. อาการเบื่อ หรือไม่สนุกกับสิ่งที่เคยชอบ
2. รู้สึกเศร้า ท้อแท้ หรือสิ้นหวัง
3. นอนหลับยาก หลับไม่สนิท หรือหลับมากเกินไป
4. รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
5. เบื่ออาหาร หรือกินมากผิดปกติ
6. รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง หรือรู้สึกว่าตนเองล้มเหลว
7. สมาธิไม่ดีเวลาทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ
8. พูดหรือเคลื่อนไหวช้าลง หรือกระสับกระส่ายจนคนรอบข้างสังเกตได้ และ
9. มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือคิดว่าตายไปเสียได้คงจะดี
หากคุณตอบว่า “บ่อย” หรือ “เกือบทุกวัน” กับหลายข้อ ควรพิจารณาพูดคุยกับแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับการประเมินเพิ่มเติม
ผู้เป็นเบาหวานมีโอกาสที่จะมีภาวะซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไปประมาณ 2 เท่า โดยส่วนใหญ่จะมีอาการซึมเศร้าเพียงเล็กน้อย แต่อย่างน้อยร้อยละ 20-30 ของผู้เป็นเบาหวานจะมีอาการซึมเศร้าในระดับเบาถึงปานกลาง นอกจากนั้น ถ้าผู้เป็นเบาหวานมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ก็มีโอกาสสูงมากที่จะมีความวิตกกังวลตามมา ผู้ที่มีปัญหาทางจิตใจ หรือซึมเศร้า มีแนวโน้มควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ส่งผลให้อาการเบาหวานแย่ลงไปอีก

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะซึมเศร้าร่วมในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2
การมีภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น เบาหวานขึ้นตา ไตเสื่อม หรือปลายประสาทอักเสบ มีแนวโน้มเกิดภาวะซึมเศร้าร่วมเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า
การใช้ยาฉีดอินซูลิน การต้องฉีดอินซูลินอาจเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าร่วม เพราะเป็นสัญญาณว่าโรคมีความรุนแรงมากขึ้น อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวล หรือหมดหวัง
ระดับการศึกษาต่ำกว่ามัธยมศึกษา ผู้ที่มีการศึกษาไม่สูงนักอาจขาดความรู้ในการดูแลตนเอง หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการทางสุขภาพได้ดีเท่าผู้อื่น
ปัจจัยที่ช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าร่วมในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่ออกกำลังกายประจำมีแนวโน้มเกิดภาวะซึมเศร้าน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย
เพศชาย พบว่าผู้ชายมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าน้อยกว่าผู้หญิงในกลุ่มผู้เป็นเบาหวาน
สถานภาพสมรส การมีคู่ครอง หรือครอบครัวที่ให้การสนับสนุนช่วยป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าได้
มีงานทำ หรือประกอบอาชีพอยู่ในปัจจุบัน การมีงานทำไม่เพียงแต่ให้รายได้ แต่ยังช่วยให้รู้สึกมีคุณค่าและมีเป้าหมายในชีวิต
ดังนั้น การดูแลผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ควรพิจารณาปัจจัยด้านสุขภาพจิตร่วมด้วย โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีภาวะแทรกซ้อน หรือใช้ยาฉีดอินซูลิน ขณะเดียวกันการส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานออกกำลังกาย มีสังคมที่สนับสนุน และมีงานทำ ล้วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะซึมเศร้าร่วมได้อย่างมีนัยสำคัญ
การรักษาภาวะซึมเศร้าร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2
วิธีการรักษาภาวะซึมเศร้ามีหลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้ยา จิตบำบัด การดูแลร่วมกันแบบองค์รวมระหว่างทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น พยาบาล นักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือเภสัชกร การให้คำปรึกษาและจิตบำบัดผ่านออนไลน์หรือโทรศัพท์ กลุ่มบำบัด และการออกกำลังกาย มีประสิทธิภาพช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ดีกว่าการดูแลตามปกติ หรือการรอการรักษา และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้นได้ด้วย
ข้อมูลจาก รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงวินิทรา นวลละออง ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



