ถือว่าอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกปีใหม่ 2569 เชิงผา ขออนุญาตเขียนบรรยากาศ ช่วงเคานต์ดาวน์เฉลิมฉลองปีใหม่ 1 ม.ค. 2569 ปีมะเมีย (ยังไม่รู้จะเป็น ปีม้าทอง, ม้าไฟ หรือ ม้าคะนองศึก) ค่ำคืนเคานต์ดาวน์ปีนี้ของเมืองไทย สร้างภาพจำ ต่างไปจากทุก ๆ ปี ประชาชนชาวไทยเกือบทั่วประเทศ ร่วมกันขับร้อง เพลงชาติไทย ออกมาจากใจแบบไม่ได้นัดหมาย หลายพื้นที่ยังนำ ธงไตรรงค์ มาโบกสะบัด ทำเอาสำนักข่าวต่างประเทศที่ปักหลักรายงานสด ต่างทึ่งในพลังแห่งความสามัคคีของไทยแฝงด้วยความสงบแต่เข้มแข็ง ตามเนื้อหาท่อนหนึ่งในเพลงชาติ “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด“
เพียงปรากฏการณ์เริ่มวันแวก ปีม้า ในเมืองไทยไม่ได้เป็นแค่เฉลิมฉลอง แต่คือการ “สดุดีปีใหม่” มอบแก่เหล่า วีรบุรุษทหารกล้า ผู้เสียสละชีพและบาดเจ็บปกป้องคืนเผ่นดินอธิปไตย ห้วงเวลาประชาชนต่างเฉลิมฉลองปีใหม่ ทหารแนวหน้า จากหน่วยต่าง ๆ ยังปักหลักดูแลตามตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ต่างส่งคลิปวิดีโอสั้น ๆ แชร์กลับมาสู่พี่น้องชาวไทย
นับเป็นการเริ่มต้นปีคนไทยต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ประกาศศักดิ์ศรีความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทย!!
อย่างไรก็ตาม ภายใต้บรรยากาศการเฉลิมฉลองของผู้คนทั่วโลก แทบไม่มีใครคาดคิด ตี 1วันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ไฟเขียวรหัสลับ “แอบโซลูต รีซอล์ฟ” ให้ทหารหน่วยรบพิเศษ เดลต้าฟอร์ซ ปฏิบัติการจู่โจม กรุงการากัสประเทศเวเนซุเอลา บุกจับกุม ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภริยา ภายในที่พำนักเซฟเฮาส์
ปฏิบัติการเสร็จสิ้น (เวลา 03.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นเวเนซุเอลา) ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ควบคุมตัวมาดูโร และภริยา ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปส่งยังเรือรบ ก่อนจะรับตัวส่งต่อขึ้นเครื่องบินกลับไปสหรัฐ ระบุเป็น หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด ทำลายเยาวชนอเมริกัน เคยตั้งรางวัลนำจับเอาไว้ สูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,574 ล้านบาท)
แต่ในทางปฏิบัติหลังจับกุมมาดูโร สหรัฐก็รีบเข้าควบคุมกิจการน้ำมันยักษ์ใหญ่ทันที อ้างเพื่อทำให้ราคาพลังงานโลกกลับมาเป็นธรรม เรียกว่า ทรัมป์ สร้างปรากฏการณ์ ภารกิจให้โลกจารึก รับปีใหม่กันเลยทีเดียว! นับจากนี้เตรียมรับมือผลกระทบจะติดตามมา ทั้งด้าน พลังงานน้ำมัน ราคาน้ำมันโลก รวมถึง ตลาดทองคำ จะส่งผลผันผวนแน่นอน เมื่อมหาอำนาจทำตัวเป็น ตำรวจโลก ละเมิดกฎหมายสากล คุกคามอธิปไตยชาติเล็ก ถึงขั้นบุกไปจับตัวประธานาธิบดี
เหนือสิ่งอื่นใดยังมี ด้านความมั่นคง เริ่มเกิดคำถามประเทศไหนจะเป็นรายต่อไป? เพราะทรัมป์ ไม่สนใจเสียงปฏิกิริยาของนานาชาติส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วย แต่ก็มีมุมมองที่น่าแปลกใจ แถมย้อนแย้งเชิงจริยธรรม! หากย้อนกลับไปช่วง 26 ต.ค. 2568 ทรัมป์ เพิ่งจะแสดงภาพลักษณ์ พ่อพระสันติภาพ บินมาเป็นสักขีพยานร่วมลงนามยุติเสียงปืนชายแดน ไทย-กัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ท่ามกลางหลาย ๆ ฝ่ายเชื่อมีนัยแอบแฝงผลประโยชน์
สหรัฐใช้ข้ออ้างเรื่องยาเสพติด เล่นงานเวเนซุเอลา แล้วทำไมถึงมองไม่เห็น “ศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์” ของโลก ในกัมพูชา ทั้งแหล่งซ่องสุม แก๊งสแกมเมอร์, คอลเซ็นเตอร์, ค้ามนุษย์, พนันออนไลน์ รังใหญ่ฟอกเงิน ขบวนการสีเทา สร้างความเสียหายไปทั่วโลก รวมถึงพลเมืองสหรัฐเองก็ตกเป็นเหยื่อเช่นกัน มานานหลายปี
กลายเป็นว่านอกจากสหรัฐจะเหมือนมองไม่เห็นปัญหาแล้ว ยัง “หนุนผู้นำ” ประเทศที่ปล่อยให้ “ขบวนการสีเทา” ได้ขยายเติบโต ก่อกรรมทำเข็ญสร้างความเดือดร้อนให้กับสุจริตชนทั่วโลก อาจรุนแรงยิ่งกว่าปัญหายาเสพติดเสียอีก!!.
เชิงผา



