เที่ยวบิน 2216 ของสายการบินเจจู แอร์ ที่เดินทางมาจากประเทศไทย ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติมูอัน เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2567 แต่เครื่องบินชนกับฝูงนก ส่งผลให้เกิดการเสียหลักจนไถลหลุดรันเวย์ แล้วพุ่งชนเข้ากับกำแพงที่ปลายทาง ซึ่งโศกนาฏกรรมดังกล่าวมีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่นั่งอยู่บริเวณท้ายเครื่อง เป็นผู้รอดชีวิตเพียง 2 คน
แม้ผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการชี้ไปที่ “ความผิดพลาดของนักบิน” แต่หนึ่งปีผ่านไป อีและญาติคนอื่น ๆ ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า พวกเขายังคงไม่ไว้วางใจอย่างมาก ต่อวิธีการดำเนินการสอบสวน และยังคงเรียกร้องหาคำตอบของคำถามสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ นั่นคือ ทำไมจึงมีกำแพงคอนกรีตตั้งอยู่ที่ปลายรันเวย์ ทั้งที่มันขัดต่อแนวทางความปลอดภัยทางการบินระหว่างประเทศ
ที่ท่าอากาศยานมูอัน ซึ่งปิดให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ นับตั้งแต่เกิดเหตุเครื่องบินตก ครอบครัวของผู้เสียชีวิตใช้เวลาทั้งวันทั้งคืน อยู่ภายในและรอบ ๆ เต็นท์ที่กางในอาคารผู้โดยสารขาออกชั้นสอง โดยมีริบบิ้นสีน้ำเงินที่เป็นสัญลักษณ์แทนผู้ประสบเหตุ ประดับอยู่ทั่วสนามบิน และตัวอักษรที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิต เรียงรายตามแนวบันได
กระนั้น ป้ายผ้าที่แขวนอยู่ตามผนัง วิพากษ์วิจารณ์การสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดยป้ายหนึ่งมีข้อความว่า “ประเทศที่ไม่สามารถปกป้องพลเมืองได้ ไม่ใช่ประเทศ เราต้องการคำตอบ!”
มิหนำซ้ำ ความโกรธของครอบครัวผู้เสียชีวิต เพิ่มเป็นทวีคูณ หลังทางการเกาหลีใต้เผยแพร่รายงานการสอบสวนเบื้องต้น เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเน้นย้ำว่า นักบินตัดสินใจดับเครื่องยนต์ฝั่งซ้ายที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แทนที่จะเป็นเครื่องยนต์ฝั่งขวาที่ถูกนกชนอย่างรุนแรงกว่า ทว่าไม่มีการระบุถึงกำแพงคอนกรีตติดตั้งเสาอากาศ ที่อยู่ปลายรันเวย์แต่อย่างใด
อนึ่ง แนวทางความปลอดภัยทางการบินระหว่างประเทศ ระบุว่า โครงสร้างนำทางดังกล่าวควรทำจากวัสดุที่เปราะบาง หรือแตกหักง่าย ซึ่งโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า ท่าอากาศยานมูอันไม่ได้ปฏิบัติตามข้อแนะนำนี้
ในเวลาต่อมา การตรวจสอบทั่วเกาหลีใต้พบว่า มีสนามบินอีก 6 แห่งที่มีโครงสร้างนำทางในลักษณะเดียวกัน ซึ่งทำจากกำแพงหรือเหล็กกล้า ขณะที่กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ระบุว่า สนามบิน 5 แห่งได้รับการเปลี่ยนวัสดุแล้ว ส่วนสนามบินอีกแห่งจะดำเนินการปรับปรุงในปีหน้า
ด้านนายโก แจ-ซึง วัย 43 ปี ผู้สูญเสียบิดามารดาในโศกนาฏกรรมเจจู แอร์ กล่าวว่า รายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือน ก.ค. 2568 เน้นย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลโซล ในการตีกรอบอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า สาเหตุเกิดจากความผิดพลาดของนักบินเป็นหลัก
“อย่างไรก็ตาม การสืบสวนอย่างเป็นทางการไม่ควรมุ่งเน้นการหาคนรับผิดชอบ แต่มันควรเป็นการตรวจสอบระบบและเงื่อนไขที่ทำให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” โก กล่าวเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน อีกล่าวว่า นักบินนำเครื่องลงจอดได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และทุกคนอาจรอดชีวิตได้ หรือได้รับบาดเจ็บ หากเครื่องบินชนเข้ากับเนินดิน แต่ในตอนนั้น สิ่งที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาเป็นกลับเป็นโครงสร้างคอนกรีต.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



