ทั้งนี้ เมืองไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมาพอผ่านปีใหม่ไม่นานคนไทยก็ต้องเผชิญ “ปัญหาฝุ่นควันพิษ” ต่อเนื่อง…เนื่องจากตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นต้นไป นอกจากจะเป็นปลายฤดูหนาว ที่เริ่มเข้าสู่หน้าแล้งแล้ว ที่ผ่านมาในบางพื้นที่ยังถือเป็นการ “เริ่มต้นฤดูเผา” อีกด้วย จากความต้องการ ปรับพื้นที่การเกษตร เตรียมตัว รับฤดูเพาะปลูกใหม่ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น…

ถึงแม้ไทยจะรณรงค์เรื่องนี้ต่อเนื่อง

มีมาตรการทั้งขู่ทั้งขอความร่วมมือ

แต่ “ปัญหาก็ยังเกิดเป็นวงจรซ้ำ ๆ”

อย่างไรก็ตาม แม้ “วิกฤติฝุ่น” จะวนซ้ำ ๆ แต่คนไทยก็ห้ามถอดใจกับการ “ร่วมกันแก้ปัญหา” ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถใช้เป็น “เครื่องมือ” ช่วยไม่ให้วิกฤติขยายวงมากขึ้น โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล ณ ที่นี้ คือ “ระบบสอดส่องพื้นที่การเผา” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นตามวัตถุประสงค์ของ “โครงการการวิจัยและพัฒนาระบบประมวลผล รายงาน ติดตาม พื้นที่การเผาในที่โล่ง ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายจากดาวเทียมรายละเอียดสูง” โดย สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) โดยระบบดังกล่าวนี้ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ระบบตามรอยเผา”ที่สามารถจะเป็น “อีกหนึ่งเครื่องมือเพื่อสกัดฝุ่นพิษ”

เกี่ยวกับระบบดังกล่าวนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถที่จะเข้าไปดูได้โดยการพิมพ์ https://tamroypao.hii.or.th ลงไปในแพลตฟอร์มค้นหา ก็จะปรากฏลิงก์ให้สามารถเข้าไปใช้งาน หรือพิมพ์คำว่า “ตามรอยเผา (TamRoyPao)” เพื่อ ติดตามพื้นที่เกิดการเผาโดยเฉพาะในพื้นที่โล่งทั้งนี้ เว็บไซต์เดียวกันนี้ได้ให้ข้อมูลรายละเอียด “ระบบตามรอยเผา” ไว้ ดังนี้…

ระบบตามรอยเผา” เป็นการ ประยุกต์ใช้การตรวจการสะท้อน “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic wave)”โดยพื้นฐานช่วงคลื่นแสงอาทิตย์จะประกอบด้วย… 1.Visible light ที่ตามนุษย์ตรวจจับได้ โดยทำให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในช่วง 400 ถึง 750 นาโนเมตรได้, 2.Infrared Radiation ซึ่งสามารถรับรู้ได้ในลักษณะคลื่นความร้อน, 3.Ultraviolet Radiation เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่า Visible light และมนุษย์รับรู้ได้จากเวลาที่ไปตากแดดแล้วผิวไหม้ และ 4.X-rays and Gamma Rays เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ความยาวคลื่นสั้นมาก โดยมักถูกดูดซับโดยอนุภาคในชั้นบรรยากาศ…

จากหลักพื้นฐานดังกล่าว จึงถูกนำมา ประยุกต์ใช้ “ตรวจจับพื้นที่การเผา”เนื่องจากเวลาที่เกิดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรที่ไม่สมบูรณ์มักจะเหลือองค์ประกอบที่เป็น Carbon ไว้ ซึ่งอนุภาค Carbon จะดูดซับพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าช่วงคลื่น Visible light ระบบจึงมองเห็นสิ่งที่ถูกเผาไหม้ไม่หมดสมบูรณ์เหล่านี้อย่างไรก็ตาม แต่การตรวจจับก็ยังต้องอาศัยอีกหลายปัจจัยมาใช้งานร่วมด้วย เช่น ใช้ช่วงคลื่น Green กับ Short Wave Infrared เพื่อแยกพื้นผิวที่ดูดซับ Visible light จากน้ำกับ Carbon เป็นต้น …นี่เป็นหลักการทำงานทางวิทยาศาสตร์โดยสังเขป ที่ประยุกต์ใช้ “ติดตามการเผา” โดยเฉพาะในที่โล่ง

ทั้งนี้ เกี่ยวกับระบบนี้ ยังมีการอธิบายเพิ่มเติมไว้อีกว่า… ตามรอยเผา” เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ส่วนด้วยกัน นั่นก็คือ…ประมวลผลอัตโนมัติ และ เป็นระบบผลิตข้อมูล ที่ความสามารถหลักของระบบเป็นการผลิตข้อมูลแบบเดียวกับของทาง NASA FIRMS (Fire Information for Resource Management System) ที่ได้ผลิต Hot Spots ให้เราสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานต่อยอดซึ่งระบบดังกล่าวมีหลักการคล้ายกัน คือ…ผลิตข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ ขนาดความละเอียด 20×20 ตร.. โดยผู้ที่ใช้งานระบบ ได้แก่ ผู้สามารถใช้ระบบ GIS นักวิจัย นักวิเคราะห์ จนถึงนักพัฒนาระบบโปรแกรมประยุกต์ สามารถนำระบบไปต่อยอดจากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้เหล่านี้ได้ …เป็น “เป้าหมาย”ของระบบ “ตามรอยเผา”

ข้อมูลในแหล่งเดิมยังระบุไว้ถึง “ผู้ใช้งานระบบ” ว่า…แบ่งกลุ่มเป็น หน่วยงานภาครัฐ ที่ใช้งานได้ตั้งแต่ในลักษณะรายงานพื้นที่เผาไหม้แยกตามพื้นที่เช่น ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ หรือนำไปซ้อนทับกับข้อมูลแปลงเพาะปลูก หรือนำไปใช้พัฒนา สำหรับการแสดงภาพซ้อนทับ เพื่อ “บ่งชี้พื้นที่ซึ่งมีการเผา”…นี่เป็นประโยชน์ที่ผู้ใช้กลุ่มแรกจะได้รับจากระบบนี้

กลุ่มถัดมา… เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่สามารถใช้งาน ระบบ “ตามรอยเผา”ได้ในพื้นที่เฉพาะ เช่น จังหวัด หรือแม้แต่กับการแบ่งเขตทำงานอื่น ๆ ผ่านการใช้งานข้อมูล GeoTiff เพื่อนำไปใช้คำนวณ Zonal Statistics กับชั้นข้อมูล เพื่อค้นหาพื้นที่รับผิดชอบ แปลงเกษตรที่ดูแล หรือที่จะต้องตรวจสอบ ซึ่งจะมีประโยชน์สำหรับการนำไปประกอบการพิจารณา ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถลงพื้นที่ไปพิสูจน์ร่องรอยเผาไหม้ด้วยตัวเองได้แบบทันที …นี่ก็เป็นประโยชน์น่าสนใจ “ระบบตามรอยเผา”

และกลุ่มผู้ใช้สุดท้ายคือ หน่วยงานเอกชน ซึ่งระบบนี้สามารถใช้ข้อมูลทั้งเพื่อค้นหาแหล่งที่มีการเผาเศษตอซังข้าว หรือ วิเคราะห์ค้นหาแหล่งที่มีศักยภาพในการจัดการ logistic ให้ปริมาณตอซังเพื่อทดแทนการเผา รวมถึงใช้ วิเคราะห์แหล่งเผาทิ้งเศษวัสดุในบริเวณใกล้เคียงโรงงาน ก็ได้…นี่ก็เป็นประโยชน์ “ระบบตามรอยเผา”โดยนักพัฒนาของไทย

ไทย “มีระบบที่ใช้ติดตามรอยการเผา”

นี่ก็จะ “พิสูจน์ทราบได้ชัดว่าใครเผา?”

ก็ “ควรหนุนการใช้ระบบนี้ให้มาก ๆ”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์