ทั้งนี้ จากกรณีน้องหมาที่ชื่อ “แพนด้า” ซึ่งเจ้าของกำลังเป็นกังวลหนัก เนื่องจากกลัวสุนัขแสนรักจะ “ตรอมใจป่วยซึมเศร้า” เพราะเป็นสุนัขติดที่และติดเจ้าของมาก ซึ่งสำหรับอาการที่เจ้าของน้องหมาตัวนี้ระบุไว้นั้น กับ “อาการซึมเศร้าในสุนัข??” กรณีนี้ก็มีประเด็นน่าสนใจ…

รวมถึงคงจะทำให้หลาย ๆ คนเกิดปุจฉา

โรคซึมเศร้าในสุนัข” หรือ “สัตว์เลี้ยง” นี้

ภาวะอาการนี้เกิดได้จริง? …มีจริงหรือ?

ทั้งนี้ สำหรับคำตอบเรื่องนี้คือ มีภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงอยู่จริง โดยเฉพาะมักจะพบได้ในกลุ่มของ “สัตว์เลี้ยงยอดฮิต” อย่าง “สุนัข-แมว” โดย สพญ.วีรินทร อรุณราษฎร์ สัตวแพทย์ประจำหออภิบาลสัตว์ป่วยใน (IPD) โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่ได้เคยให้ข้อมูลถึงภาวะนี้ ผ่าน “เดลินิวส์” ไว้ว่า… สัตว์เลี้ยงทั้ง สุนัขและแมวมีอารมณ์พื้นฐานเหมือนกับคน เช่น มีความสุข ความเศร้า ความกลัว ความสับสน ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อ สัตว์เลี้ยงเจอสถานการณ์ที่กระทบความรู้สึก มักจะแสดงพฤติกรรมที่ต่างจากปกติออกมา …เป็นคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุไว้ชัดเจนว่า… มีอยู่จริง

ทางแหล่งข่าวสัตว์แพทย์หญิงท่านเดิม ยังหยิบยกผลการศึกษาซึ่งพบว่า… สมองของสัตว์เลี้ยงก็มีการหลั่งสารสื่อประสาทออกมาได้เหมือนกับสมองของมนุษย์ โดยสารที่หลั่งออกจากสมองมานั้น มีจำนวนสองชนิด ได้แก่ ตัวแรกชื่อ เซโรโทนิน (serotonin) ซึ่งทำให้เกิดความสุข กับควบคุมอารมณ์ให้ผ่อนคลาย ขณะที่ตัวที่สองคือ นอร์เอพิเนฟรีน (norepinephrine) ซึ่งช่วยทำให้สมองตื่นตัว และจดจ่อกับกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งหากสารทั้งสองชนิดลดต่ำลงผิดปกติ ก็จะมีโอกาสเสี่ยงจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้ อย่างไรก็ตาม แต่ “ข้อจำกัด” ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงต่างจากมนุษย์ คือ สัตว์เลี้ยงทำแบบทดสอบประเมินโรคซึมเศร้าไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่เจ้าของที่จะต้องสังเกตอาการและพฤติกรรมที่ผิดปกติ ผ่าน “สัญญาณเตือนต่าง ๆ” ดังนี้ กล่าวคือ…

ซึมผิดปกติ หงอย ไม่ร่าเริง ไม่แสดงอาการตื่นเต้นหรือสนุกสนาน, เก็บตัวมากขึ้น เช่น ชอบหาที่ซ่อน ชอบหลบใต้ชั้นหรือตู้ ขี้ตกใจ หรือกลัวไปหมดทุกอย่าง, นอนเยอะขึ้น โดยไม่สนใจทำกิจกรรมที่เคยชอบ ไม่สนใจเล่นของเล่นชิ้นโปรด, ทำร้ายตัวเอง เช่น กัดแทะขนตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ หรือมักจะไล่กัดหางตัวเอง หรือเลียทำความสะอาดร่างกายมากกว่าปกติ, ย้ำคิดย้ำทำบ่อยครั้งมากขึ้น เช่น ขอบเดินวนในที่เดิมซ้ำ ๆ ไม่ไปไหน, เบื่ออาหาร โดยพิจารณาร่วมกับอาการอื่น ๆ ข้างต้น เนื่องจากอาจเกิดจากความเจ็บป่วยทางกายได้เช่นกัน, ขับถ่ายไม่เป็นที่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ขับถ่ายเป็นที่ปกติ โดยอาจเกิดจากภาวะเครียดสะสม

และสุดท้าย มีอาการก้าวร้าวมากขึ้น หรือพบพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี หรือตรงข้ามกับพฤติกรรมที่เป็นอยู่เดิม …นี่เป็น “สัญญาณเตือนอันตราย” ที่เข้าข่ายบ่งชี้ว่า… สัตว์เลี้ยงอาจมีภาวะโรคซึมเศร้า”

นอกจากนี้ ยังมี “ปัจจัยอื่น ๆ” ที่ก็อาจมีส่วนเป็นสาเหตุของ “โรคซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยง” เช่นกัน อาทิ สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ เปลี่ยนครอบครัวใหม่ หรือมีสัตว์ตัวอื่นเข้ามาอาศัยเพิ่มในบ้าน โดยปัจจัยนี้อาจทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความไม่คุ้นชินและรู้สึกกังวลมากกว่าปกติ จนเกิดภาวะเครียดสะสม, ถูกปล่อยทิ้งไว้ตัวเดียวเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากคนเลี้ยง จนเกิดความเครียดเป็นระยะเวลานาน ๆ, การสูญเสีย ไม่ว่าทั้งจากคนเลี้ยง หรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นในบ้าน, แสงอาทิตย์ที่ลดน้อยช่วงฤดูหนาว ซึ่งกรณีนี้มักจะเกิดกับสัตว์เลี้ยงในต่างประเทศ ที่มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดภาวะซึมเศร้าในช่วงWinter blues” ในช่วงฤดูหนาวยาวนาน เนื่องจากแสงอาทิตย์จะช่วยให้ร่างกายสร้างสารเซโรโทนินในระดับที่เหมาะสม เมื่อแสงอาทิตย์น้อยลง สารนี้จึงถูกสร้างลดลงต่ำตามไปด้วย…

นี่เป็น “สัญญาณ” ใช้เป็น “หลักสังเกต” ได้

ส่วน “วิธีรักษา” หรือการ ดูแลสัตว์ที่ป่วยซึมเศร้า นั้น ทางสัตว์แพทย์หญิงท่านเดิม มีคำแนะนำว่า… เริ่มต้น จาก หาสาเหตุให้เจอ และเข้าไปแก้ไขที่สาเหตุนั้น, ช่วยลดความเครียด โดยเจ้าของช่วยได้ด้วยการนวดหรือสัมผัสตามใบหน้า ขมับ เท้า ขา ของสัตว์เลี้ยง รวมทั้งสามารถเปิดเพลงสบาย ๆ ให้สัตว์เลี้ยงฟัง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีได้ อย่างไรก็ดี แต่ถ้าพยายามแก้ไขสาเหตุและปรับปรุงการเลี้ยงให้ดีขึ้นแล้ว แต่สัตว์เลี้ยงยังมีอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้ยาเพื่อปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง ทั้งนี้ ควรอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ด้านพฤติกรรมสัตว์ เนื่องจากยาอาจมีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ หรือทำให้อาการแย่ลงได้

ขณะที่ “วิธีป้องกัน” ภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงนั้น ทำได้ผ่านวิธีต่าง ๆ คือ.. เอาใจใส่มากขึ้น เช่น ใช้เวลาร่วมกับสัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอ, พาไปเดินเล่นอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเล่นนอกบ้าน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ , ให้รางวัล เช่น ขนม ของเล่นที่ชอบ เมื่อสัตว์เลี้ยงทำสิ่งที่ถูกต้อง, หาของเล่นชิ้นใหม่ เพื่อกระตุ้นความสนใจ ทั้งนี้ ทาง สพญ.วีรินทร โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ยังมีการย้ำว่า… ไม่ใช่แค่คนที่ต้องการความรักและการเอาใจใส่ สัตว์เลี้ยงก็ต้องการเรื่องนี้เช่นกัน…

และนี่เป็นคำอธิบายกับข้อมูลโดยสังเขป

ซึมเศร้าสัตว์เลี้ยง” จากกระแสที่เป็นข่าว

โรคที่ฟังแล้วไม่น่าเชื่อจะเกิดได้แต่มีจริง.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์