ทั้งนี้ จาก 2 เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น โดย “อุปกรณ์ก่อสร้างกลายเป็นสิ่งที่ก่ออันตรายร้ายแรง” เช่นนี้ ก็จึงไม่แปลกที่หลายคนยิ่งหนาว ๆ ร้อน ๆ เมื่อต้องผ่านเส้นทางต่าง ๆ ที่กำลังมีการก่อสร้างขนาดใหญ่เพราะ “ไม่รู้ว่าวันใดจะเจอแจ็กพอต??” แบบนี้จนทำให้“การเดินทางปกติในชีวิตประจำวัน”นั้น…

ไม่ต่างกับการ “เสี่ยงดวงเสี่ยงโชค”

ต้องลุ้น” ต้อง “ผวาว่าจะโชคร้าย!!”

ท่ามกลาง “คำถามที่ไร้คำตอบยืนยัน” ว่า…จากนี้จะไม่มีเหตุร้ายแบบนี้เกิดอีกแล้ว?? กรณีนี้สะท้อน “หัวอกคนไทย” ที่การเดินทางใช้ชีวิตที่แสนปกติในแต่ละวันจะ “ต้องพึ่งดวงต้องพึ่งโชค” ไม่ให้เจอแจ็กพอต-ไม่เจออะไร ๆ ร่วงถล่มมาทับตาย ขณะที่คนไทยจำนวนมากก็ “ตั้งคำถามซ้ำ ๆ” ว่า… เมื่อเหตุร้ายลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้น ในทุก ๆ ครั้งก็มักจะมีการ “ตั้งคณะทำงานถอดบทเรียน” เกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น แต่ “ไฉนเหตุร้ายแบบนี้ก็ยังเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อยู่??” และก็สงสัยกันว่า…

บทเรียนที่ถอดได้ถูกใช้หรือไม่??”…

รศ.ดร.เฉลิมเกียรติ วงศ์วนิชทวี

ทั้งนี้ นอกจากมาตรการรัฐกับ 2 เหตุล่าสุดที่มีการระบุออกมา ในภาพรวมเรื่องแบบนี้ก็มี “มุมมองน่าคิด” ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อ… มุมมอง รศ.ดร.เฉลิมเกียรติ วงศ์วนิชทวี อาจารย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ที่ได้สะท้อนไว้ใน เฟซบุ๊ก“รศ.ดร.เฉลิมเกียรติ วงศ์วนิชทวี” เกี่ยวกับ “เหตุร้าย” เช่นนี้ เกี่ยวกับ “มาตรการที่ควรต้องใช้”

นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมท่านนี้ได้มีการโพสต์ฉายภาพไว้ว่า… งานก่อสร้างเหนือถนน หรือเหนือทางรถไฟ หรือแม้แต่ใกล้ทางจราจรสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชน ที่ผู้ดูแลโครงการจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งถ้าหากว่า ระบบกำกับดูแลล้มเหลวซ้ำซาก จะยิ่งนำมาสู่อุบัติเหตุและความสูญเสียที่รุนแรงขึ้นและจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จึงนำมาสู่คำถามที่สังคมต้องการคำตอบ ว่า… ถึงเวลาที่จะใช้มาตรการหนัก ๆ จริง ๆ หรือยัง??”…นี่เป็นคำถามที่เชื่อว่า…คนไทยจำนวนมากต่างก็ตั้งคำถามประเด็นนี้

ทางอาจารย์ท่านเดิมยังได้ชวนคนไทยให้ “มองเหตุการณ์” ที่เกิดขึ้นว่า… มีส่วนต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่… ภาพรวมอุบัติเหตุ เพราะสะท้อนถึง ปัญหาเชิงระบบ และ มองบทเรียน ที่มีหัวใจอยู่ที่ การยอมรับแบบตรงไปตรงมา ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมถึง มาตรการบริหารความเสี่ยง ที่ต้อง ไม่เป็นเพียงแค่ข้อความที่เขียนไว้ …นี่คือหัวข้อน่าพิจารณา

หากจะ “ถอดบทเรียนให้ได้ผลจริง ๆ”

ที่ “มิใช่แค่รายงานในกระดาษแล้วจบ”

และ รศ.ดร.เฉลิมเกียรติ ยังได้โพสต์แจกแจงในแต่ละส่วนที่ระบุมาข้างต้นไว้ด้วย โดยอธิบายไว้ว่า… กับ “ภาพรวมอุบัติเหตุ” หรือ Reality Check นั้น พบว่า… อุบัติเหตุในไทยที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง มักมีรูปแบบซ้ำ ๆ โดยถ้าไม่เกิดจาก “คานแบบหล่อชิ้นส่วนโครงสร้าง” ตกหล่นใส่ ก็มีปัญหาจาก “นั่งร้าน หรือเครน” ล้ำแนวจราจร เป็นต้น และที่สำคัญสิ่งที่เหมือนกันทุก ๆ เคสเมื่อเกิดอุบัติเหตุ นั่นคือ ความเสี่ยงมักจะถูกมองเป็นเรื่องของผู้รับเหมา ไม่ใช่เรื่องของระบบ!!

ขณะที่ประเด็นการ “มองบทเรียน” หรือ Lesson Learned นั้น ทางอาจารย์ท่านนี้ระบุไว้ว่า… ส่วนตัวมองว่า ระบบการประเมินความเสี่ยงของไทยยังอ่อนเกินไป และ ไม่ค่อยพูดปัญหาแบบตรงไปตรงมาทำให้มักจะไม่ค่อยมีการทำ Worst Case Scenario หรือ ไม่คิดเผื่อ เกี่ยวกับ Human Error, Equipment Failure และ Public Exposure ที่สำคัญ Site Engineer ส่วนใหญ่ไม่ได้มีอำนาจสั่งให้หยุดงานจริง โดยมีปัจจัยจากเดดไลน์ ต้นทุน หรือแรงกดดันจากเจ้าของโครงการ

ประเด็นต่อมา “มาตรการบริหารความเสี่ยง” นั้น หลาย ๆ ครั้งพบว่า… ไม่สามารถทำได้จริง เช่น เปิดการจราจรเร็วเกินความจำเป็น ด้วยเหตุผลกระทบประชาชน หรือผู้ควบคุมงานเน้นเอกสารมากกว่าความเสี่ยงจริงดังนั้น จึงอยากเสนอถึง “สิ่งที่ควรทำ” ว่า… ควรจะเริ่มทำตั้งแต่ ระดับออกแบบ ที่ผู้ออกแบบ ต้องรับผิดชอบความเสี่ยงระหว่างก่อสร้าง ไม่ใช่แค่โครงสร้างถาวร, ระดับแผนงานก่อสร้าง โดยเฉพาะถ้าต้องทำงานเหนือถนนหรือทางรถไฟ, ระดับการจราจรและประชาชน ซึ่งไม่ควรเป็นแค่การใช้กรวยวางกั้น แต่ จะต้องคิดถึง Safety Zone หรือระยะตกอิสระ บวกกับระยะเผื่อตกกระเด็นด้วย นอกจากนั้นควร ให้อำนาจกับ Site Safety ให้สั่งหยุดงานได้ทันที ไม่ต้องรออนุมัติ …นี่เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อลดความเสี่ยง

นอกจากนั้น ทาง รศ.ดร.เฉลิมเกียรติ วงศ์วนิชทวี ยังได้โพสต์เกี่ยวกับ“ข้อเสนอเชิงนโยบาย”ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไว้ว่า… อยากเสนอแนะให้ มีการบังคับจัดชั้นงานเสี่ยง (Risk Class)เช่น ถ้าเป็นงานก่อสร้างเหนือถนนหลวง ทางรถไฟ ระบบขนส่งมวลชน ต้องจัดเป็น Extreme หรือ High Consequence Risk Project โดยให้ใช้มาตรการระดับเดียวกับโรงไฟฟ้า โรงกลั่น อุตสาหกรรมพลังงาน และในแง่ ความรับผิดชอบหลังเกิดอุบัติเหตุต้องไล่ให้ถึงคนให้ชัดเจนว่า… ใครอนุมัติ Method, ใครอนุญาตเปิดการจราจร, ใครประเมินความเสี่ยง โดย ต้องไม่ใช่จบที่เป็นอุบัติเหตุเท่านั้น …เหล่านี้เป็น “ข้อเสนอน่าคิด”

เป็น “มุมมอง” ที่ดูจะ “ตรงใจคนไทย”

ผิดต้องผิด” โดย “มิใช่แถอุบัติเหตุ!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์