ทั้งนี้ “วิกฤติน้ำมัน” ที่ลากยาวจนถึงตอนนี้ทำให้ประชาชนที่ต้องใช้ รถมอเตอร์ไซค์เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ ก็ได้ผลกระทบไม่แพ้เพื่อน ๆ ในอาชีพอื่น ๆ เช่นกัน โดย “พิษน้ำมัน” ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้หลายคนก็เริ่มจะออกอาการให้เห็นกันบ้างแล้ว…
ส่วนจะกระทบเช่นไร? หนักแค่ไหนบ้างนั้น
ต้องมาฟัง “เสียงสะท้อน” จากอาชีพนี้กันดู
เริ่มจาก ลุงเล้ง วัย 56 ปี ที่มี อาชีพวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ย่านรามอินทรา กรุงเทพฯ พูดถึง “วิกฤติที่เกิดขึ้น” ว่า… ตัวเองอยู่มาจนแก่ แต่ก็ยังไม่เคยเจอวิกฤติน้ำมันรุนแรงแบบนี้ ซึ่งตอนนี้ขนาดเป็นแค่ช่วงเริ่มต้นสงครามเท่านั้น น้ำมันกลับขาดแคลนแล้ว โดยเมื่อหลายวันก่อนตัวเองก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์วิ่งหาปั๊มเติมอยู่นานสองนาน โดยต้องขี่ไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ลาดปลาเค้าไปถึงรามอินทรา แต่แวะกี่ปั๊มก็น้ำมันหมด ต้องขี่จนเหนื่อยกว่าจะได้น้ำมันเติมรถ!!…คุณลุงวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเล่าเรื่องนี้
ที่ดูเหมือนภาพที่รัฐบาลวาดจะเป็นคนละภาพ
กับสถานการณ์จริงซึ่งชาวบ้านกำลังเผชิญอยู่
ทั้งนี้ คุณลุงวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคนเดิมยังสะท้อนสถานการณ์ชีวิตตอนนี้ กับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า… มอเตอร์ไซค์ที่ใช้ทำมาหากิน สเปกรถจะต้องเติมน้ำมันเบนซิน 95 โดยเติมตัวอื่นไม่ได้เลย เพราะเคยลองเติมตัวอื่นแล้ว ปรากฏรถสะดุด เครื่องเกือบน็อก จึงเติมได้เฉพาะน้ำมันตัวนี้เท่านั้น ซึ่งถึงแม้จะไม่กระทบเท่ากับคนที่ใช้ดีเซล แต่ก็หาปั๊มเติมได้ไม่ง่ายในแต่ครั้ง
“น้ำมันหายากมาก ต้องวนอยู่นานกว่าจะได้เติม จนเพื่อนในวินบางคนต้องเสี่ยงเติมน้ำมันผิดสเปก เพื่อให้มีน้ำมันในถังสำหรับวิ่งรถหาเงิน ซึ่งหลายคนพูดว่า…มีอะไรก็เติม ๆ ไปก่อน รถเสียค่อยมาว่ากันทีหลัง” …ลุงเล้งระบุ
ส่วน “ทางออก” ภายใต้วิกฤติที่เกิดขึ้นนี้ ลุงเล้งบอกว่า… ยังคิดไม่ออก เพราะอาชีพวินมอเตอร์ไซค์นั้น ถ้าหากล้อไม่หมุนก็ไม่มีรายได้ ต่อให้น้ำมันแพงก็จำเป็นต้องเติม โดยอาจลดรายจ่ายด้านอื่นแทน เพื่อถัวเฉลี่ยกับค่าน้ำมันที่จะต้องเพิ่มขึ้น
“แพงก็ต้องจ่าย เพราะอาชีพลุงล้อไม่หมุน เงินก็ไม่มี สำคัญคือขอให้มีน้ำมันเติมไม่ขาดก็พอ ก็คงได้แต่ภาวนาให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหาเร็ว ๆ แต่เอาตรง ๆ นะ ลุงได้ฟังจากข่าวแล้วก็หงุดหงิดนะ เพราะรัฐบอกน้ำมันมี แต่ทำไมเวลาจะเติม ถึงหาน้ำมันยากเย็นเหลือเกิน” …ลุงเล้งบอกอย่างมีอารมณ์ ซึ่งคงไม่ต่างจากความรู้สึกหลายคนเวลานี้

ขณะที่อีก “เสียงสะท้อน” ที่ได้ผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันตอนนี้ คือ ช่างชัย เจ้าของร้านบาร์เบอร์เคลื่อนที่ ย่านสามพราน จ.นครปฐม ที่สะท้อนความรู้สึกไว้กับทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า… วิกฤติรอบนี้เป็นครั้งที่สองที่เจอ โดยวิกฤติแรกคือโควิด-19 ซึ่งตอนนั้นมีอาชีพค้าขาย แต่พอโควิด-19 ระบาด ลูกค้าก็หายหมด ทำให้ต้องหาอาชีพใหม่ ที่ใช้เงินลงทุนไม่เยอะ จึงคิดไปถึง “อาชีพตัดผม” ซึ่งเคยเรียนจากศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. อย่างไรก็ตาม แต่ระหว่างหาทำเลเปิดร้านพบว่า….ทำเลที่มองไว้มีคู่แข่งอยู่เยอะมาก จึงตัดสินใจนำรถมอเตอร์ไซค์มาติดสามล้อพ่วงข้างทำเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ สไตล์บาร์เบอร์เดลิเวอรี…
และด้วยความที่เป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ แต่ละวันต้องใช้น้ำมันเพื่อตระเวนหาลูกค้า จึงต้องมีน้ำมันเติมใส่รถไว้ไม่ให้ขาด เพื่อที่จะหารายได้จากการตระเวนให้บริการตัดผมตามบ้านให้กับลูกค้า โดยเส้นทางที่ใช้นั้น จะเริ่มตั้งแต่ย่านพุทธมณฑล วิ่งเข้าออกตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ลัดเลาะไปถึงแถวย่านศาลายา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนป่วยที่อาจไม่สะดวกเดินทางออกจากบ้านไปร้านตัดผม โดยค่าบริการนั้น ผู้ใหญ่คิด 70 บาท เด็กโต 50 บาท ส่วนเด็กเล็ก 40 บาท
ช่างชัยยังเล่าให้ฟังอีกว่า… ช่วงสงครามเริ่มใหม่ ๆ คิดว่าคงไม่น่าจะกระทบอะไรกับเรา เพราะเกิดไกลไทย แต่พอผ่านไปสักพักข่าวเริ่มออกว่า… ไทยจะมีปัญหาน้ำมัน แต่ก็ยังไม่ได้คิดมาก จนมีเพื่อนมาเตือนให้เขาสำรองน้ำมันไว้บ้าง ก็เลยเริ่มรู้สึกเอะใจ จึงหาถังแกลลอนไปสำรองน้ำมันเก็บไว้ และหลังจากนั้นเพียงไม่นานก็เกิดปัญหาวิกฤติน้ำมันขาดแคลนขึ้นมาจริง ๆ
“เราเองยังนึกขอบใจเพื่อนคนนั้นที่เตือนเราล่วงหน้า ทำให้ไหวตัวทันรีบเก็บน้ำมันสำรองเอาไว้ ก่อนที่จะมีประกาศห้ามนำถังไปใส่ ตอนนี้ก็เลยยังมีน้ำมันสำรองใส่รถใช้ออกวิ่งหากินได้ ซึ่งถ้าตอนนั้นไม่สนใจ ไม่รู้วันนี้จะยังออกวิ่งรถเปิดร้านบาร์เบอร์เคลื่อนที่ได้หรือเปล่า เพราะหาน้ำมันเติมยากมากตอนนี้” …ช่างชัยบอกเรื่องนี้
ทั้งนี้ เจ้าของร้านบาร์เบอร์เคลื่อนที่คนเดิม ได้บอก “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า… ถ้าเทียบกับคนอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้รถเพื่อหาเงินแล้ว เขาถือว่าโชคดี เพราะไหวตัวทันทำให้มีน้ำมันสำรองเก็บไว้ก่อนเกิดวิกฤติน้ำมันขาดแคลน ทำให้ยังมีรายได้เข้ามาเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่กังวลตอนนี้ที่สุด คือเรื่องของสินค้าขึ้นราคา เพราะได้ยินได้ฟังจากข่าวว่า… สินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันหลายชนิดเตรียมจ่อขึ้นราคากันยกแผง ทำให้ตอนนี้ “เตรียมตัวรับมือ” ด้วยการ ประหยัดให้ได้มากที่สุด เนื่องจากไม่รู้ว่า… จะมีวิกฤติอะไรตามมาอีกมั้ย? นอกจากวิกฤติน้ำมันที่หลายคนกระอักในเวลานี้… ช่างชัยระบุเรื่องนี้
ทั้งหมดนี้เป็น “เสียงสะท้อนจากมุมชาวบ้าน”
โฟกัส “อาชีพติดล้อ” ที่ใช้รถประกอบอาชีพ
ที่ตอนนี้ “เจ็บชัวร์ ๆ” จาก “พิษวิกฤติน้ำมัน” .
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



