ทั้งนี้ ช่วงนี้ ช่วงใกล้โค้งสุดท้าย “ศึกเลือกตั้ง 2569” แต่ละพรรคการเมืองก็คงเร่งโปรโมทนโยบายต่าง ๆ ผ่านเวทีแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อชิงความสนใจ-เรียกคะแนนนิยมกันเข้มข้นแน่นอน อย่างไรก็ตาม ช่วงก่อนหน้านี้ ที่แต่ละพรรคก็หาเสียงกันดุเดือดอยู่ก่อนแล้ว ก็มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการสะท้อนวิสัยทัศน์ไว้โดยแต่ละพรรค…
“มีปุจฉา” กับ “นโยบายด้านสังคม”…
ที่เกี่ยวกับ “ความรุนแรงในครอบครัว”
ดูเหมือน “พรรคที่พูดชัด ๆ นั้นไม่มี?”
กรณี “นโยบายลดความรุนแรงในครอบครัว” ที่มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า…ก่อนหน้านี้ดูเหมือนในหลาย ๆ เวทีแสดงวิสัยทัศน์ของพรรคการเมือง “ไม่ค่อยมีพรรคใดชูปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะต่อเด็ก–สตรี เป็นนโยบายเด่นชัดมากสักเท่าไหร่?” หลายคนตั้งข้อสังเกต “ปัญหานี้ไม่ค่อยถูกให้ความสนใจเท่าที่ควรจะเป็น? ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันไทยมีสถิติการใช้ความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสูงขึ้นเรื่อย ๆ”ในแต่ละปี ซึ่งถ้าสังคมละเลยปัญหานี้ การแก้ไขก็จะยิ่งซับซ้อน…

จะเด็จ เชาวน์วิไล
จากข้อสังเกตดังกล่าวนี้…จึงได้นำมาสู่ “ข้อเสนอแนะ” จากทางผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมสิทธิสตรีและเด็ก นั่นคือ จะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษา มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ที่สะท้อนผ่านทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ถึงพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งช่วงเข้าใกล้โค้งสุดท้าย โดยระบุว่า… ไทยมีแนวโน้มเกิดปัญหาที่มีสาเหตุจากความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่มีต่อ “ผู้หญิงและเด็ก” ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว โดย “ผู้หญิง” นั้นยัง “ขาดอำนาจต่อรอง-ขาดกลไกปกป้องตัวเอง”จากคติความเชื่อเดิม ๆ ในเรื่อง “อำนาจชายเป็นใหญ่”
แหล่งข่าวจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สะท้อนมาอีกว่า… แม้ปัจจุบันโลกเปิดกว้างและพัฒนาไปไกล แต่ สังคมไทยยังคงมีเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังปลดล็อก “ชุดความคิดในอดีต” อย่างแนวคิดเรื่อง “ชายเป็นใหญ่” ออกไปจากบรรทัดฐานไม่ได้ ส่งผลให้อำนาจผู้หญิง และเด็ก ถูกลิดรอนหรือถูกกดทับไว้ ซึ่งทำให้ทั้งก่อน หรือแม้แต่หลังเกิดปัญหา จึงขาดอำนาจต่อรอง หรือขาดกลไกที่จะสามารถปกป้องคุ้มครองตัวเองได้…
“ผลจากความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดแค่ผลกระทบทางร่างกายและทางจิตใจ แต่ยังส่งผลทำให้ผู้ที่ถูกใช้ความรุนแรงเกิดสุขภาวะชีวิตที่ไม่ดีในระยะยาวด้วย ยิ่งถ้าไม่มีกลไกช่วยคนกลุ่มนี้ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหาก็จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น” …เป็นภาพสะท้อนปัญหา ที่ทางผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมสิทธิสตรีและเด็กได้ชี้ไว้

ทางที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกลคนเดิมยังได้สะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับ “ตัวเลขความรุนแรงต่อเด็กและสตรี” จาก “ข่าวความรุนแรงในครอบครัว” ที่ทางมูลนิธิฯ นี้กับเครือข่ายได้ทำการรวบรวมไว้ ซึ่งพบว่า… ปี 2567 มีข่าวเรื่องนี้มากถึง 1,529 ข่าว โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 40%ซึ่งสำหรับ “ปัจจัยกระตุ้น” ที่นำไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิงในครอบครัวนั้น อันดับที่ 1 ยังมีสาเหตุมาจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอันดับที่ 2 เกิดจากการใช้ ยาเสพติด
ขณะที่ “ประเภทข่าว” ที่รวบรวมจากข่าวความรุนแรงในครอบครัว ปี 2567 นั้น พบว่า… อันดับที่ 1 ข่าว ทำร้ายร่างกาย อันดับ 2 ข่าว ฆ่ากันตาย ในครอบครัว อันดับ 3 ข่าว ฆ่าตัวตาย ของสมาชิกในครอบครัว และอันดับ 4 เป็นข่าว ความรุนแรงทางเพศ ของคนในครอบครัว โดยแหล่งข่าวคนเดิมชี้ว่า… ตัวเลขสถิติความรุนแรงในครอบครัว ต่อเด็ก สตรี บุคคลในครอบครัว ที่ปรากฏนี้เป็นเพียงส่วนน้อยของปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย เพราะผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ไม่มาขอรับบริการที่หน่วยงานของรัฐ หรือไม่แจ้งความดำเนินคดี รวมถึงไม่เป็นข่าว ซึ่งก็เกิดจาก “ปัญหาเชิงกลไก”…
ที่ “ไม่เอื้อผู้หญิงกับเด็กปกป้องตัวเอง”
ทั้งนี้ ผู้หญิงและเด็กที่เป็น “เหยื่อการใช้ความรุนแรงในครอบครัว” นั้น ประสบปัญหาทั้งทางร่างกาย ซึ่งบางรายหนักมากถึงขั้นทำให้ พิการ หรือเสียชีวิต นอกจากนี้ หากเหยื่อไม่ถึงตายก็ต้องอยู่กับความบอบช้ำทางจิตใจ บางราย มีปัญหาสุขภาพจิต เป็นซึมเศร้า ไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตปกติได้ …ทาง จะเด็จ เชาวน์วิไล สะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มา และยังระบุด้วยว่า… ด้วยเหตุนี้จึง“อยากฝากข้อเสนอถึงพรรคการเมืองต่าง ๆ ใน 5 ประเด็นหลัก ๆ” ดังต่อไปนี้คือ…
1.ประกาศเรื่องนี้เป็นนโยบายหลักโดยให้การขจัดปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีเป็นหนึ่งในนโยบายรัฐบาลชุดใหม่, 2.จัดตั้งกลไกหลักรับผิดชอบการพัฒนาและบริหารจัดการระบบปฏิบัติงานสหวิชาชีพด้านการแก้ปัญหาความรุนแรง, 3.จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและต่อเนื่องเพื่อให้แก้ไขปัญหาความรุนแรงได้ดีขึ้น, 4.เร่งบรรจุกลไกทางกฎหมายเพื่อช่วยเหลือเหยื่อเช่น ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว, 5.จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว …เหล่านี้เป็น “ข้อเสนอเพื่อแก้ไขความรุนแรงในครอบครัวในไทย”แก้ไขอีกปัญหาที่สำคัญ…
ที่ “จ่าหน้าซองถึงทุกพรรคการเมือง”
ถูก “เสนอไว้ก่อนคูหาเลือกตั้งเปิด”
ก็ “ดู ๆ กัน…มีการสนองแค่ไหน?”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



