เนื้อความข้างต้นเป็นการร่วมกันบอกเล่าไว้โดย เอิร์ท–สุทธินันท์, ลิป–สิริณภร, เกล–วรากานต์ นักเรียนชั้น ม.1 ซึ่งพวกเขายังบอกอีกว่า… “ได้เรียนรู้ทั้งทักษะการทำเกษตร รวมถึงการบริหารจัดการเงิน วางแผนธุรกิจ และการตลาด เป็นสิ่งที่เป็นความรู้ที่จะติดตัวไปตลอด”…นี่เป็นประโยชน์น่าสนใจจาก “เกษตรธนากร”ซึ่งโครงการนี้…
มุ่ง “สร้างคนรุ่นใหม่สู่ภาคการเกษตร”
โดย “น่าตามดูอนาคตภาคเกษตรไทย”

ทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มีโอกาสลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ไปดูโครงการ “เกษตรธนากร” ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้การสนับสนุน ที่ โรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ โดยทาง ครูเทิดชัย นิลนนทร์ ครูสอนวิชาการงานอาชีพ ซึ่งเป็นครูผู้รับผิดชอบโครงการนี้ที่นี่ เผยว่า… สอนเกษตรมาเป็นสิบปี สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเด็ก ๆ คือ เด็กทุกคนไม่ชอบเกษตร เพราะเหนื่อย แต่ตอนนี้พอ ธ.ก.ส. มาสนับสนุนดำเนินโครงการโรงเรียน “เกษตรธนากร” โดย เสริมสร้างทักษะและเติมองค์ความรู้การทำเกษตรสมัยใหม่ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นและน่าสนใจกว่าเดิม ก็ สามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติของเด็ก ๆ ต่ออาชีพเกษตรกรรม ทำให้เด็กสนใจการทำการเกษตรมากขึ้นและยังกระตุ้นให้นักเรียนนำความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมร่วมกับครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการวางระบบปันผลรายได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจ และปลูกฝังทักษะการบริหารจัดการธุรกิจเกษตรอย่างยั่งยืนในอนาคตให้เยาวชน

ฉัตรชัย ศิริไล
“การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ เช่น การรดน้ำผ่านแอปพลิเคชันมือถือ ทำให้สามารถทำการเกษตรได้โดยไม่ต้องเหนื่อยมาก หรือการใช้ดินผสมแทนการขุดดินแข็ง ๆ แบบเดิม ๆ ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และทำให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียนรู้… เทคโนโลยีไม่เพียงช่วยทุ่นแรง แต่ยังเข้ามาสร้างโลกใบใหม่ของการเกษตรให้เด็ก ๆ ให้เห็นว่ามีความทันสมัย สะดวกสบาย และมั่นคงได้ จนทำให้นักเรียนที่เดิมไม่ชอบเกษตรหันมาสนใจ และอยากร่วมโครงการเพิ่มขึ้น โดยมีเด็ก ๆ สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 62 คน จากที่ตั้งเป้าไว้แค่ 47 คนเท่านั้น”
ครูเทิดชัย ยังบอกเล่าถึงโครงการ “เกษตรธนากร” ของ โรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ ว่า…โครงการแบ่งเป็น 5 กลุ่มงาน ได้แก่ เพาะเห็ดนางฟ้า เลี้ยงไส้เดือน ทำน้ำหมักชีวภาพ แปลงผักหรรษา และผักยกแคร่ ทั้งยังสอนให้เด็กวางแผนการตลาดก่อนเริ่มผลิต โดยต้องรู้ว่าผลิตแล้วจะส่งให้ใคร เช่น ส่งโรงอาหารโรงเรียน ขายในชุมชน ซึ่งมีการทำบัญชีเป็นระบบ โดยมีการปันผลกำไร แบ่งค่าตอบแทนให้เด็ก 80% และเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายวัตถุดิบ 20% เพื่อใช้ผลิตรอบต่อไป เพื่อสร้างความต่อเนื่องส่งต่อความรู้สู่นักเรียนรุ่นถัดไป ซึ่งโรงเรียนมีแผนขยายโครงการจากเดิมที่เน้นนักเรียน ม.1 และ ม.2 ก็จะไปสู่ระดับ ป.4-ป.6 ด้วย เพื่อให้เด็กได้รับการปลูกฝังและเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องนานถึง 3-5 ปี ก่อนที่จะจบการศึกษาไป

ครูเทิดชัย นิลนนทร์
ในการดำเนินการโครงการนั้น จะ ใช้ระบบพี่สอนน้อง เด็กแกนนำรุ่นแรก 62 คนจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และดูแลรุ่นน้อง ซึ่งเด็กจะกล้าปรึกษาและพูดคุยกันเองได้ง่ายกว่าคุยกับครู จะช่วยให้การส่งต่อความรู้เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและมั่นคง ซึ่ง นอกจากภายในโรงเรียนแล้ว ก็ยังเป็นสะพานเชื่อมความรู้ขยายผลสู่ครอบครัวด้วยเด็กนำความรู้และนวัตกรรมที่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนไปต่อยอดปรับใช้ที่บ้าน ที่ครอบครัว เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีทำเกษตรเป็นการทำเกษตรสมัยใหม่
“หลายคนนำความรู้ไปสอนต่อคนที่บ้าน เด็กบางคนก็ปรึกษาพ่อแม่ว่าอยากทำโรงปลูกเห็ดอย่างที่ได้เรียนรู้ ซึ่งเด็ก ๆ ก็มักจะมาขอคำปรึกษาจากครู… การเกษตรจึงไม่ใช่แค่บทเรียนในโรงเรียน แต่กลายเป็นทักษะอาชีพที่ทำได้จริง ที่เด็กสามารถนำไปใช้เลี้ยงชีพ และใช้พัฒนาชุมชนบ้านเกิดของตนเองได้ อย่างยั่งยืน” …ทาง ครูเทิดชัย ระบุ

ด้านผู้จัดการ ธ.ก.ส.ฉัตรชัย ศิริไล เผยไว้ว่า… ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการโรงเรียน“เกษตรธนากร”เพื่อเติมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่ภาคการเกษตรด้วยความมั่นใจ ทดแทนเกษตรกรสูงวัย โดยผลผลิตการเกษตรที่ได้นั้นส่วนหนึ่งโรงเรียนนำไปใช้ประกอบอาหารกลางวันของนักเรียน อีกส่วนจำหน่ายในตลาดชุมชนใกล้โรงเรียน เพื่อสร้างรายได้ให้นักเรียน และเป็นทุนหมุนเวียนพัฒนากิจการด้านการเกษตรของโรงเรียน รวมถึงเก็บออมตามแนวทางโครงการ “โรงเรียนธนาคาร” ของ ธ.ก.ส. ด้วย ซึ่งนอกจากด้านการเกษตร นักเรียนยังจะมีทักษะด้านการเงิน การออม ลดโอกาสเกิดหนี้สินที่ไม่จำเป็นในอนาคต
ทั้งนี้ โครงการโรงเรียน“เกษตรธนากร” นี้ทาง ธ.ก.ส. ส่งเสริมองค์ความรู้การเกษตรทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงการบริหารเงิน การลงทุน การจัดจำหน่าย การตลาด และการออม “สร้างความเข้าใจการทำเกษตรการค้า” เพื่อให้เยาวชนสามารถเติบโตสู่การเป็น “เกษตรกรหัวขบวน” หรือ “ผู้ประกอบการภาคการเกษตร” ต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งปีบัญชี 2568 ธ.ก.ส. นำร่องโครงการ 27 โรงเรียน เป็นโรงเรียนเกษตรธนากร 18 แห่ง และโรงเรียนสาธิตเกษตรธนากร 9 แห่ง ครอบคลุมเยาวชนกว่า 7,795 คน โดย ธ.ก.ส. จะสรุปผลโครงการเพื่อพัฒนา-เพื่อจะขยายผลโครงการนี้ไปทุกจังหวัดต่อไป
น่าสนใจ “น่ารอดูอนาคตภาคเกษตร”
จาก “พลังของเกษตรธนากรในวันนี้”
ที่ “วันหน้าจะยกชั้นภาคเกษตรไทย”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



