ท่ามกลางวิถีเกษตรแบบดั้งเดิม ที่ทำสืบต่อกันมาใน ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง ชายที่ชื่อ “โกมัน” หรือ นายสายันต์ สุวรรณรัตน์ กลับตัดสินใจเดิมพันด้วยความเชื่อที่แตกต่าง เขาไม่ได้เลือกปลูกพืชเศรษฐกิจยอดนิยมเหมือนคนอื่น แต่กลับเลือกพลิกผืนดิน “นากุ้งร้าง” เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของ “มะขามแดง” พืชที่หลายคนในวันนั้นอาจไม่รู้จัก

ย้อนกลับไปในปี 2560 ความสำเร็จนี้ไม่ได้เริ่มที่เมืองตรัง แต่เริ่มจากการที่โกมันดั้นด้นเดินทางไปศึกษาดูงานถึง จ.สระบุรี เขาได้พบกับมะขามที่มีเนื้อสีแดงสวย รสชาติกลมกล่อม และมีสรรพคุณทางยาล้นเหลือ สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ “ที่ภาคใต้ยังไม่มีใครปลูก” นั่นคือช่องว่างทางการค้าที่โกมันมองเห็น เขาตัดสินใจนำต้นพันธุ์ลงใต้มาปลูกจำนวน 30 ต้น ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนชื้นที่เขาเชื่อว่า “มะขามแดงต้องรอด”

ชีวิตเกษตรกรไม่มีคำว่าทางลัด โกมันใช้เวลาฟูมฟักนานถึง 3 ปี กว่าที่ฝักสีแดงสดจะเริ่มอวดโฉมให้เห็น เขาเริ่มจากการทดลองทำน้ำมะขามสดแจกจ่ายและจำหน่าย จนกระทั่งต้นมะขามอายุครบ 6 ปี ผลผลิตก็พรั่งพรูจนสามารถเก็บได้สัปดาห์ละกว่า 200-300 กิโลกรัม
โดยสูตรลับความสำเร็จของน้ำมะขามแดงโกมัน จะเน้นเพื่อสุขภาพ หวานน้อย ไม่ใส่สี ไม่ใส่สารกันบูด ก่อนจะพัฒนาจากน้ำมะขามสดสู่ “ไวน์มะขามแดง” และน้ำพริกมะขามแดง โดยในช่วงที่ผลผลิตขาดช่วง โกมันใช้เทคนิค “แช่ฟรีซ” ฝักดิบไว้ เพื่อให้มีสินค้าขายได้ตลอดทั้งปี 365 วัน

จากอดีตนากุ้งที่เคยรกร้าง วันนี้กลายเป็นแหล่งรายได้มหาศาล โกมันสามารถสร้างรายได้สูงสุดถึง 10,000 บาทต่อวัน หรือพุ่งทะลุ 1 ล้านบาทต่อปี กลายเป็นเกษตรกรรายแรกและรายเดียวในภาคใต้ที่จดทะเบียนสินค้า OTOP จ.ตรัง ได้สำเร็จ

นอกจากมะขามแดงแล้ว เขายังยึดหลักเกษตรผสมผสาน เลี้ยงไก่ไข่เพื่อเอามูลมาทำปุ๋ยอินทรีย์ให้มะขาม และนำไข่ไปขายสร้างรายได้อีกทาง เรียกว่าเป็นวงจรเกษตรที่พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน

“ถ้าเราทำเหมือนคนอื่น เราก็ต้องแข่งกับคนอื่น แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่คนอื่นไม่มี เราคือผู้กำหนดตลาดเอง และก้าวต่อไปจากนี้ในอีก 5-6 เดือนข้างหน้า ก็พร้อมที่จะส่งต่อความสำเร็จนี้ด้วยการจำหน่าย “ต้นพันธุ์มะขามแดง” เพื่อให้เพื่อนเกษตรกรได้มีรายได้เสริมด้วย” โกมัน กล่าวทิ้งท้าย

นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : ทรงวุฒิ นาคพล จ.ตรัง
[[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” ได้ที่นี่..