การศึกษาจำนวนมากเมื่อเร็ว ๆ นี้กล่าวว่า ภาวะอีดีสามารถเป็นอาการทางคลินิกเริ่มแรกที่แสดงถึงการมีโรคทางระบบหลอดเลือดหัวใจได้ การทำหน้าที่ของเซลล์บุผนังหลอดเลือดที่ผิดปกติเป็นกลไกหลักในการเกิดอาการดังกล่าวหรือโรคหลอดเลือดหัวใจได้ โดยปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจคือโรคเมตาบอลิกซินโดรม รวมถึง โรคอ้วน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดผิดปกติและโรคเบาหวาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน มีการศึกษาว่าชายที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมมีสัดส่วนคนที่เป็นอีดีสูงกว่าและมีการตอบสนองต่อยาพีอีดี 5 ไอ แย่กว่า

การใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง คนไข้อาจได้รับคำแนะนำวิธีการใช้ยาที่ไม่ถูกต้องคือไม่เคยใช้ขนาดยาแนะนำสูงสุดเลย (100 มิลลิกรัม) กินยาขณะท้องอิ่ม กินยาเมื่อจะร่วมเพศในตอนนั้น และไม่ได้ตระหนักว่ากระตุ้นทางเพศเป็นปัจจัยในการทำให้เกิดการแข็งตัวขององคชาต หากไม่กระตุ้นเล้าโลมก่อนก็จะไม่แข็งตัว ลิเกไม่โหมโรงก็ไม่ใช่ลิเก

การวินิจฉัยโรคที่ไม่ถูกต้อง คนไข้บางคนได้รับการวินิจฉัยโรคผิด โดยคนไข้เหล่านี้อาจมีฮอร์โมนเพศต่ำ หรือมีฮอร์โมนโปรแลกตินในเลือดสูง ซึ่งต้องการรักษาด้านฮอร์โมนในการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ โดยพบว่าการตอบสนองของยาพีดีอี 5 ไอ ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศชายด้วย การมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำจึงอาจทำให้การตอบสนองต่อยาไม่ดีได้

ปัญหาด้านภาวะจิตใจหรือปัญหากับคู่ครอง คนไข้อาจมีความคาดหวังที่เกินจริงเช่นคิดว่าเป็นยากระตุ้นความต้องการทางเพศ การวิตกกังวลต่อผลข้างเคียงของยา หรือความเปลี่ยนแปลงในชีวิตคู่หลังจากว่างเว้นมานานเนื่องจากปัญหาอีดี หรือมีปัญหาทางด้านจิตใจที่ยังไม่แก้ไข ปัญหาของคู่ครองก็มีความสำคัญเท่าเทียมกันและต้องมีการแก้ไข ซึ่งรวมถึงสมรรถภาพทางเพศของผู้หญิงด้วย เช่น ความรีบร้อนของฝ่ายชาย ไม่เล้าโลมเลยทำให้มีการเจ็บระหว่างร่วมเพศ, การไม่ถึงจุดสุดยอด, ช่องคลอดแห้งหรือขาดความสนใจความต้องการทางเพศ.

……………………………….
ดร.อุ๋มอึ๋ม