เดิมพันครั้งสำคัญของ กกต. กับการจัดเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป หลังมีเสียงโจมตีทั้งในโลกออนไลน์ และหลายภาคส่วน ที่รับรู้ผลกระทบ ที่เกิดขึ้น จากการเลือกตั้งล่วงหน้า  เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา

แล้วดูเหมือน กกต. ทั้ง 7 คน จะลอยแพนายแสวง บุญมีเลขาธิการ กกต. ปล่อยให้เป็นหนังหน้าไฟ รับเผือกร้อนอยู่คนเดียว อย่าลืมว่าในส่วนองค์กรอิสระอื่น อย่าง ศาลรัฐธรรมนูญ และ ... อาจไม่จำเป็นต้องออกมาชี้แจงกับสาธารณชนมากนัก เนื่องจากภารกิจ เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยในประเด็น มีพฤติกรรมการกระทำ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และตรวจสอบในประเด็น การทุจริต และ คอร์รัปชัน  หากพูดมากไป ก็อาจถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

แต่การทำงานของกกต. เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง จำเป็นต้องออกมาชี้แจง หากมีประเด็นหรือข้อสงสัยต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ทำให้สังคมมั่นใจว่า การทำงาน มีความโปร่งใส จะปล่อยให้เลขาฯ กกต. ชี้แจงเพียงคนเดียว ก็คงไม่ถูกต้องซักเท่าไหร่   ยิ่งหลายครั้งคำพูดของ “นายแสวง” ถูกตีความ ในเชิงไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องการซื้อเสียง หรือไม่ต้องไปเลือกตั้ง จนต้องออกมาอธิบายซ้ำสอง

อย่าลืมว่าผลแพ้ชนะ ทั้งในการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ เกี่ยวพัน การได้อำนาจ ของนักเลือกตั้ง และนักการเมือง  หากคนพวกนี้เสียประโยชน์ หรือคิดว่า ต้องกระทำบางอย่าง เพื่อพลิกสถานการณ์ จากที่ตนเองกระทำผิด กลายมาเป็นผู้ถูกกระทำ นั่นหมายความว่า ผลกระทบย่อมเกิดขึ้น กับสำนักงาน กกต.  ยิ่งโลกโซเชียล กลายเป็นกระบวนการสื่อสารหลักของสังคม  บางเรื่อง อาจถูกบิดเบือน เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

อันที่จริงปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่ได้เกิดเพียงกับ พรรคประชาชน แต่เกิดขึ้นกับหลายพรรค  ทั้งเรื่องรายชื่อผู้สมัคร หายไปจากบอร์ด แต่พรรคต่าง ๆ ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวใหญ่โต เหมือนพรรคส้ม หรือการสร้างกระแสในโลกโซเชียล ก็เป็นงานถนัดของบางพรรค ยิ่งมีหมาเฝ้าบ้านบางตัว  คอยรับลูก และขยายผล  บางทีเรื่องราวเลยใหญ่โตเกินจริง

หรือจะเป็นอย่างที่นักวิชาการบางคน ตั้งข้อสังเกตการ ออกมาเผชิญหน้า และ โจมตี กกต. ด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือพยายามขยายภาพลบ เป็นการ หวังผลทางการเมือง เรียกร้องความเห็นใจ และต้องการดึงคะแนนสงสาร หวังคะแนนเลือกตั้งเทมาในนาทีสุดท้าย เพราะแคมเปญ มีลุงไม่มีเรา ใช้ไม่ได้แล้ว  รวมถึง มีเราไม่มีเทา ก็กลายเป็นมุกแป้ก  เรื่องคาว ๆ เหม็น ๆ ดันมา เกิดกับพรรคตัวเอง

ส่วนปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นจาก การเลือกตั้งล่วงหน้า  ประกอบด้วย 1.เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้ง 4 ตัวบนหน้าซองผิด หรือไม่เขียนเลย จำนวน 637 ราย ซึ่งอาจทำให้บัตรเลือกตั้ง ถูกส่งไปผิดเขต และเสี่ยงต่อการนับคะแนนผิดเขตเลือกตั้ง

2. เจ้าหน้าที่ไม่เซ็นชื่อ บนรอยต่อซองจดหมาย 93 ราย ซึ่งแม้จะมีผู้ใช้สิทธิ บางส่วนทักท้วงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บางหน่วยไม่ดำเนินการแก้ไข หรือบางเขต เซ็นชื่อด้านบน ไม่ได้เซ็นบนรอยต่อ ซึ่งเสี่ยงทำให้ซองถูกเปิดออกได้ง่าย 3.ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว แต่ไม่พบชื่อ จำนวน 55 ราย 4.เจ้าหน้าที่ไม่ปิดรอยต่อ ด้วยเทปใส 53 ราย 5.ไม่มีกระดานแนะนำ ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง, ข้อมูลไม่ถูกต้อง และพบสถานการณ์ผิดปกติอื่น ๆ โดยแต่ละกรณีมีการรายงานเข้ามาอย่างละ 46 รายเท่ากัน

ก็หวังว่าวันเลือกตั้งจริง จะไม่ เกิดเหตุซ้ำรอย กับเลือกตั้งล่วงหน้า  เพราะหากมีปัญหาอีก อาจมีบางคนไปร้องให้ การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และยื่นร้อง ป.ป.ช. หรือ ศาลให้ตรวจสอบ การทำงานของ กกต. ซึ่งวันนี้ขอนำรายชื่อกกต. ทั้ง 7 คน มาบอกให้สังคม
รับรู้  ซึ่งประกอบด้วย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์  นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายชาย นครชัย นายอนันต์ สุวรรณรัฐ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ  นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ  และ นายณรงค์  รักร้อย

บางทีการรับผิดชอบ ดูแลการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็น ภารกิจสุดท้าย ของ กกต. หวังว่าจะทำหน้าที่ได้แบบไม่มีข้อบกพร่อง  ไม่ปล่อยให้คนบางกลุ่ม สร้างกระแสบางอย่าง เพื่อบิดเบือน และต้องการทำลาย เพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่