วันที่ 4 มี.ค. 2569  กฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568  มีผลบังคับใช้  เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2567  

……ทำให้ประชาชนสามารถดำเนินการต่อใบอนุญาตขับรถ(ใบขับขี่) ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางออนไลน์ได้100%  ได้จริงๆ และถูกกฎหมาย  ไม่ใช่การหลอกหลวงโดยกลุ่มมิจฉาชีพ ที่แอบอ้างและทำใบขับขี่ปลอมขึ้นมา

อย่างไรก็ตามแม้กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้  แต่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.)  ยังไม่พร้อมให้บริการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ต้องเลื่อนให้บริการออกไปประมาณ 2-3 เดือน หรือให้บริการได้ประมาณภายในเดือนมิ.ย. 2569    เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองแพทย์  เอกสารสำคัญที่ใช้ประกอบการต่อใบอนุญาตขับรถ ทางอิเล็กทรอนิกส์ กับกรมการขนส่งทางบก  

ปัจจุบันการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถทุกชนิด ทั้งการขอใหม่ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ กรมการขนส่งทางบกมีบริการจองคิวล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่น DLT Smart Queue  สามารถเลือกสำนักงานขนส่ง วันที่ และเวลาที่สะดวกได้ด้วยตนเอง  ในวันทำการ  แต่ต้องทำใจว่าคิวยาว

สำหรับการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ สามารถอบรมภาคทฤษฎีออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning ทางเว็บไซต์ www.dlt-elearning.com  นำผลผ่านการอบรมมาติดต่อที่สำนักงานขนส่งฯ เพื่อ ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ทำให้ต้องมาทดสอบด้วยตนเอง ณ ที่ทำการของนายทะเบียน ประกอบกับสมรรถภาพของร่างกายของผู้ขับรถโดยทั่วไปซึ่งมิได้มีการเจ็บป่วยร้ายแรงจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการขับรถ

Screenshot

จึงออกกฎกระทรวงฉบับใหม่  เปิดให้บริการต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ 100% ( ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานขนส่ง  เพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกายใหม่ ) ลดขั้นตอน  เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว แต่มีเงื่อนไข สำหรับผู้มีอายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ (นับถึงวันยื่นคำขอ)  และต้องเป็นใบขับขี่ส่วนบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี  อบรมผ่าน www.dlt-elearning.com ยื่นคำขอผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บ DLT Smart Queue ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID และรับใบขับขี่ใหม่ที่บ้านทางไปรษณีย์

ส่วนการขอใบขับขี่ครั้งแรก  หรือใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องเข้าอบรมและสอบข้อเขียนใหม่ ส่วนเกิน 3 ปี ต้องสอบใหม่ทั้งหมด  รวมทั้งหากเข้าเงื่อนไขแต่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์ ก็สามารถยื่นต่อใบอนุญาตที่สำนักงานขนส่งฯได้เหมือนเดิม 

ข้อมูลสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568 มีทั้งหมด 45,376,703 คัน เป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 44,002,045 คัน และรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก 1,374,658 คัน  สูงสุดรถจยย.ส่วนบุคคล 22,824,766 คัน  รถเก๋ง 12,173,908 คัน  กระบะ-ปิกอัพ 7,057,510 คัน รถแทรกเตอร์ 658,556 คัน  รถตู้ 450,017 คัน

ขณะที่สถิติใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถสะสมทั่วประเทศ 34,822,700 ฉบับ เป็นใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 33,030,180 ฉบับ และใบอนุญาตผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก 1,792,520 ฉบับ

ปัจจุบันมีผู้ต่ออายุใบอนุญาตแต่ละปีประมาณ 2.5 ล้านฉบับ  หรือ 10,500 ฉบับต่อวัน   ขณะที่ใบอนุญาตชั่วคราว เฉพาะอายุ 55 ปี  ขึ้นไปมีประมาณ 94,000 ฉบับ  นั่นหมายความว่า แต่ละวันผู้ที่ต้องต่อใบขับขี่มีถึง 1 หมื่น500 คน  จะได้รับความสะดวกสบาย ไม่ต้องวอล์คอินไปต่อคิวทดสอบที่ขนส่งฯ ลดขั้นตอน รวดเร็วยิ่งขึ้น

กรมการขนส่งทางบกพร้อมแล้ว  แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลยังไม่พร้อม  เพราะใบรับรองแพทย์ ยังออฟไลน์

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต