นาทีนี้ ต้องแสดงความยินดีกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ค่ายสีน้ำเงินที่ได้รับเลือกตั้งด้วยจำนวน สส. มากถึง 193 ที่นั่ง (ตัวเลขไม่เป็นทางการ ณ อังคาร 10 ก.พ. 69) แบบม้วนเดียวจบ นายอนุทินได้เป็นนายกฯต่อและไม่ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลสูตรไหน น้ำเงิน แดง เขียว หรือ น้ำเงิน เขียว กับพรรคเล็ก ๆ บวกกับงูเห่าที่จะมาเพิ่มภายหลัง

ก็ต้องยอมรับ นี่จะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพแข็งแกร่งมากภายใต้ รธน.อัปลักษณ์ 2560 ดัชนีตลาดหุ้นเมื่อวันจันทร์หลังรู้ผลเลือกตั้ง ปิดเพิ่ม 45 จุด มูลค่าซื้อขายกว่าแสนล้านหลังจากไม่ได้เห็นมาเป็นปี ใครก็รับรู้ได้ เมื่อใบอนุญาตที่ 1 คว้ามาได้เบ็ดเสร็จ ส่วนใบอนุญาตที่ 2 แม้จนก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน สัญญาณนั้นก็ยังชัดเจน 

ขณะที่ร่ำไห้ไปกับ พรรคประชาชนที่ได้เพียง 117 ที่นั่งจากเดิม 151 ที่นั่ง แม้ไม่ถึงกับย่อยยับอัปรา แต่ก็สาหัส จากก่อนหน้าแทบทุกผลโพล พรรคส้ม คือ พรรคอันดับ 1 อันมาจากปรากฏการณ์ ไอซ์รักชนก ศรีนอก ที่พะเยา และผลงานไล่ขยี้ความไม่ชอบมา
พากลในสำนักงานประกันสังคม ทำให้เชื่อว่าพรรคส้มจะสร้างปรากฏการณ์ พายุแห่งการเปลี่ยนแปลง ได้ แต่ที่สุดไปไม่ถึงดวงดาว แถมคะแนนปาร์ตี้ลิสต์จาก 14.5 ล้านเสียง เหลือไม่ถึง 10 ล้านเสียง 

หลายกูรูวิเคราะห์ถึงปัจจัยชัยชนะของพรรคสีน้ำเงินพร้อมกับความพ่ายแพ้ของพรรคส้ม ก็ว่าไปตามนั้น เราเห็นด้วยว่าปัจจัยหนึ่ง คือความผิดพลาดการเซ็น MOA ให้นายอนุทินได้เป็นนายกฯ แต่ไม่แฟร์ ถ้าจะโยนความผิดทั้งหมดไปที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  ถ้าพรรคส้มผิด พรรคเพื่อไทยก็ต้องร่วมรับผิดด้วย อย่าลืมง่ายแบบปลาทอง

ตอนนั้นเพื่อไทยจริงใจแค่ไหน ขณะนายอนุทินมาหานายณัฐพงษ์ถึงที่พรรค ยอมรับทุกเงื่อนไข เพื่อไทยส่งระดับไหนมา ยึกยักไปมา จนแม้แต่ นายชัยเกษม นิติสิริ ยังต้องพูดดัง ๆ ไม่รู้พรรคเพื่อไทยจะให้เป็นนายกฯแข่งนายอนุทิน โปรไฟไหม้ ยุบสภาทันที ออกมา เมื่อนายอนุทินเซ็น MOA กับนายณัฐพงษ์เรียบร้อยแล้ว คิดแบบใจเขาใจเรา

จะให้เค้าตระบัดสัตย์หรือเจตนาจริงคืออยากแก้ รธน. แม้ถูกหลอกก็เถอะ ต้องตัดหัวเลยหรือ?!?         

แต่เพราะสำคัญผิดว่าตัวเองคือที่ต้องการของอนุรักษ์จารีตนี่ล่ะ กลายเป็นอีกเหตุที่ทำให้เพื่อไทยไม่ใช่แค่เจ็บสาหัส แต่เข้าขั้นนอนไอซียูให้น้ำเกลือเลย ครั้งนี้ได้มา 74 ที่นั่ง หายไปเกือบครึ่ง จะปลอบใจตัวเอง ก็ไม่ว่า แต่หากยังไม่กลับมาหาจุดยืนที่เป็นรากฐานตัวเอง พรรคเพื่อไทยมีสิทธิจะเรียวเล็กลงไปอีก เชื่อไม่เชื่อ ก็แล้วแต่อัธยาศัยเถอะ

ใด ๆ ที่ว่า ชัยชนะของพรรคสีน้ำเงินหนนี้ คือ ชัยชนะของฝ่ายอนุรักษ์จารีต หรือเมืองไทยเลี้ยวขวามากขึ้น เราเห็นด้วย และทำให้หวนนึกถึงอีลิท บางคนที่ชื่นชอบการเมือง โมเดล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมเผด็จการในอดีต ที่ใช้ความเด็ดขาดทำให้
บ้านเมืองสงบ (มี ม.17 ยิงเป้าคนชั่ว) ไม่สนเรื่องเสรีภาพ ประชาธิปไตย เน้นปากท้อง (แต่ตัวเองถูกยึดทรัพย์ 400 กว่าล้าน) เปิดโอกาสให้ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ได้ทำงานเต็มที่แบบมืออาชีพ

โมเดล นายอนุทินที่เป็นพรรคฝ่ายขวาอนุรักษ์จารีต จะเน้นรัฐราชการ รักษาโครงสร้างเดิม รธน.จะไม่ได้แก้ เลิกคิดปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปกองทัพ  สว.เลือกแบบเดิม ปมจริยธรรมตัดสิทธิตลอดชีวิต ไม่มี ...นิรโทษกรรมรวม .112 องค์กรอิสระอยู่ครบ แต่เอามืออาชีพมาใช้ ไม่ต่างกัน เพียงแต่นายอนุทินซอฟต์กว่าได้รับเลือกตั้งมา

ก่อนจบ ถ้าไม่พูดถึง กกต. เราคงนอนไม่หลับ ผลงานดีเลิศ ตั้งแต่เลือกตั้งล่วงหน้า จนถึงเลือกตั้งจริง เสียง “โกง โกง”  กำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ จากพฤติกรรมไม่โปร่งใส มุดเขียนคะแนนในบอร์ด  ฉีกบัตรเลือกตั้งผิดที่ ห้ามประชาชนเข้าไปดูตอนนับคะแนนที่ธัญบุรี ลามไป ชลบุรีเขต 1 เอาใบคะแนนทิ้งถังขยะ ใช้เชือกฟางมัดกล่อง อ้าง เคเบิลไทร์หมด ทั้งที่มีเต็มถุงไปจนถึงอุบลฯ ลำปาง ขอนแก่น และอีกหลายพื้นที่  เริ่มมีเสียงให้ นับคะแนนใหม่ ทั้งประเทศ

ที่เหลือเชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิแค่ 65% ต่ำสุดจาก 5 การเลือกตั้งที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 72-75% ค้านสายตาคนทั่วประเทศ ทั้งที่เลือกตั้งล่วงหน้าสุดคึกคัก คนมาใช้สิทธิถึง 90% วิ่งหอบเหนื่อยตะเกียกตะกายเข้าคูหาเพื่อกำหนดอนาคตประเทศ คนใช้สิทธิหายไปกว่า 5 ล้าน อีก 8 แสนเสียสิทธิลงประชามติ เพราะไม่รู้ต้องลงวันเดียวกับเลือกตั้งใหญ่

อ้อ แล้วที่ผู้ว่าการ ธปท.บอกมีเงินพิรุธตั้ง 450 ล้าน แลกแบงก์ 500 กับแบงก์พัน กกต.เงียบเป็นเป่าสาก จับได้บ้างมั้ย  เขื่อนยักษ์แข็งแรงแค่ไหน รูรั่วเล็ก แค่รูเดียว ก็พังครืนได้ อย่าทำเป็นเล่นไป. 

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่