ทั้งนี้ “เงินที่เหลือ” ในกรณีที่ว่า คือเงินที่เหลือจาก “ค่าจัดงานศพ” ที่ฝ่ายหนึ่งระบุว่า “สูงลิ่วหลายแสนบาท!!” ซึ่งจุดนี้นี่แหละที่มีผู้ตั้ง “ข้อสังเกต”โดยไม่ใช่การตั้งข้อสังเกตต่อคู่ดราม่าดังกล่าว หากแต่เป็นการตั้งข้อสังเกตในภาพรวม ๆ ทั่ว ๆ ไป…เกี่ยวกับ “ค่าจัดงานศพในยุคปัจจุบัน” โดยที่ “เรื่องนี้ก็น่าคิด??” ซึ่งเกี่ยวกับ “ค่าใช้จ่ายจัดงานศพ” ในยุคปัจจุบันนี้…เรื่องนี้ “ในทางวิชาการก็สนใจศึกษาวิจัย” ไว้…
“การจัดงานฌาปนกิจศพ” ในปัจจุบัน
เทียบกับอดีต “ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงลิ่ว!!”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล มีชุดข้อมูลรายงานวิจัยที่มีชื่อว่า… “ประเพณี พิธีกรรม กับคติความเชื่อ งานฌาปนกิจศพในกระแสบริโภคนิยม”โดยคณะผู้วิจัยที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ ประกอบด้วย… พระครูภัทรจิตตาภรณ์, วิเชียร นามการ, พระครูอัครศีลวิสุทธิ์, สุทธิวิทย์ จันทร์ภิรมย์, พระสุวิจักขณ์ กุลยศชยังกูร อาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่วัดแห่งหนึ่งในภาคอีสานเพื่อศึกษาถึงคติ ประเพณี พิธีกรรม “งานฌาปนกิจศพ” ในทางพระพุทธศาสนา…ว่าในยุคปัจจุบันเป็นอย่างไร??

อนึ่ง ในรายงานวิจัยชิ้นนี้ได้ระบุไว้ว่า… ในยุคที่สังคมไทยก้าวสู่การเป็นสังคมบริโภคนิยมเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตนั้น แม้แต่ “งานศพ–งานฌาปนกิจ”ก็ยังถูกปรับเปลี่ยน จนปัจจุบันงานศพ“กลายเป็นสินค้ารูปแบบหนึ่ง”จากเดิมที่ ในอดีตงานศพมีขึ้นเพื่อให้คนเป็นได้เห็นความหมายที่แฝงอยู่ในพิธีกรรมงานศพ และเพื่อให้ผู้คนเข้าใจธรรมชาติของชีวิต แต่ประเพณีงานศพยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการจัดงานศพก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยจากเดิมที่เป็นการช่วยเหลือกันในวิถี แต่มาถึงในยุคปัจจุบันนี้ “งานศพ” ได้ถูกทำให้ “เปลี่ยนเป็นสินค้า”…
การจัดงานเปลี่ยนสู่การเช่า–จ้างเหมา
จึงทำให้ “ค่าใช้จ่ายจัดงานศพเพิ่มขึ้น”
ในรายงานวิจัยฉบับเดิมสะท้อนผลจากการ “เปลี่ยนแปลงสู่กระแสบริโภคนิยมเพิ่มขึ้น”ในกรณีนี้ไว้อีกว่า… ปัจจัยเรื่องนี้ได้ทำให้การจัดงานศพในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตค่อนข้างมาก โดย “งานศพยุคปัจจุบัน” มักจะ “เน้นความสะดวกรวดเร็ว ความหรูหรา และการบ่งบอกสถานะทางสังคม” ของ “เจ้าภาพ” หรือ “คนตาย” ทำให้ “พิธีกรรมงานศพ” นั้น…
เป็น…“สินค้าในธุรกิจบริการงานศพ”
และเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ คณะผู้วิจัยก็ระบุ “ตัวเลขค่าใช้จ่ายการจัดงานศพ” ในพื้นที่ที่ทำการศึกษาวิจัยไว้ว่า… เมื่อ “คติความเชื่อการจัดงานศพเปลี่ยนไปตามกระแสบริโภคนิยม”ทำให้ผู้จัดงานศพจึงต้อง “มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นกว่าในอดีตมาก” โดยเจ้าภาพต้อง“มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่หลักหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท” ขึ้นกับบริบทต่าง ๆ
ทั้งนี้ “ค่าใช้จ่ายงานศพ” ที่ระบุไว้ในรายงานวิจัยนี้ มีการจำแนกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ดังนี้คือ… “ค่าใช้จ่ายหลังเสียชีวิต” จะประกอบด้วย… ค่าโลงหรือหีบศพ เฉลี่ยอยู่ที่ 2,543.75 บาท, ค่าจัดการศพและติดต่อวัด เฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาท, ค่าฉีดยารักษาสภาพศพและการแต่งศพ เฉลี่ยอยู่ที่ 740 บาท และสำหรับ “ค่าใช้จ่ายในภาพรวม”ในการจัดพิธีฌาปนกิจศพ จะประกอบด้วย… ค่าใช้จ่ายพิธี เฉลี่ยอยู่ที่ 56,446.88 บาท, ค่าใช้จ่ายพิธีทำบุญเลี้ยงพระ เฉลี่ยอยู่ที่ 43,950 บาท, ค่าใช้จ่ายพิธีฌาปนกิจ เฉลี่ยอยู่ที่ 27,114.69 บาท และก็ยังมี ค่าใช้จ่ายพิธีลอยอังคาร เฉลี่ยอยู่ที่ 5,656.25 บาท
นี่เป็น “ค่าใช้จ่ายงานศพในยุคปัจจุบัน”
ที่ “มีมุมวิชาการศึกษาวิจัย–สะท้อนไว้”
ขณะที่เมื่อลงลึก “ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ” ในการจัด “งานศพ” ก็ยังมีอาทิ… ค่าอาหารและเครื่องดื่มเลี้ยงแขก โดยถ้าคิดรายวันต่อหัว ระยะเวลา 3 วัน รวมแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 31,125 บาท, ค่าศาลาวัด ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ เฉลี่ยอยู่ที่ 5,812.50 บาท, ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเสียง เครื่องไทยธรรม ดอกไม้ ธูป เทียน เฉลี่ยอยู่ที่ 5,718.75 บาท, ค่าใช้จ่ายพิธีสวดบำเพ็ญกุศล ระยะเวลา 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วัน เฉลี่ยอยู่ที่ 14,612.50 บาท, ค่าอุปกรณ์ที่ต้องจัดเตรียมเพิ่ม เช่น ผ้าไตรเต็ม เฉลี่ยอยู่ที่ 8,612.50 บาท, ค่าภัตตาหารพระสงฆ์ (เช้าและเพล) เฉลี่ยอยู่ที่ 6,950 บาท, ค่าเชื้อเพลิงเผาศพ เฉลี่ยอยู่ที่ 339.69 บาท
และหากดูกันที่ “ค่าใช้จ่ายหลังพิธีงานศพ” ในส่วนนี้จะมีอาทิ… ค่าตักบาตรทำบุญเจริญพระพุทธมนต์เช้า เฉลี่ยอยู่ที่ 6,718.75 บาท, ค่าเก็บอัฐิธาตุ เฉลี่ยอยู่ที่ 6,075 บาท, ค่าอุปกรณ์ใช้เก็บอัฐิ เช่น โกศ ผ้าขาว ผ้าห่อ ดอกไม้ น้ำอบไทย เหรียญโปรยทาน เฉลี่ยอยู่ที่ 528.13 บาท, ค่าเดินทางไปลอยอังคาร เฉลี่ยอยู่ที่ 766.67 บาท และก็ยังมี ค่าอุปกรณ์พิธีลอยอังคาร เช่น พวงมาลัย ดอกไม้โปรย เฉลี่ยอยู่ที่ 62.50 บาท …ต่าง ๆ เหล่านี้คือโดยสังเขป “ค่าจัดงานศพยุคนี้” ที่มีงานวิจัยชี้ไว้
“ค่าส่งคนตาย” ยุคนี้ “สูงสังเกตได้ชัด”
“ยุคบริโภคนิยม” จะ “ต้องจ่ายสูงลิ่ว”
จน “ทำให้คนเป็นนั้นพิพาทกันอื้อ!!”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



