ก่อนจะตรวจพบไม่มีอาการผิดปกติอย่างใด

บรรทัดแรก “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” วันนี้ ด้วยความขอบคุณท่านผู้อ่านที่ได้ให้ความสนใจติดตามเนื้อหาที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” ได้บอกเล่าด้วยความมุ่งมั่นในอันที่จะให้เป็นประโยชน์แก่ทุกท่านซึ่งอาจไม่มีโอกาสรับทราบเกี่ยวกับสารพัดโรคภัยที่มีฤทธิ์ในการบั่นทอนสุขภาพร่างกายให้เกิดปัญหารุนแรงได้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว อย่างเช่นกรณี “เจ้าฝุ่นพิษ PM 2.5” ที่เมื่อก่อนใครต่อใครอาจไม่ได้ระแคะระคายถึงอันตรายที่รุนแรงหนักหนาสาหัสขนาดที่จะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้ผู้ที่สูดลมหายใจที่ปนเปื้อนเจ้าฝุ่นพิษนี้เข้าไปสะสมในปอดเสี่ยงที่จะเกิด “มะเร็งปอด” ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าใครจะโชคดีมีหนทางตรวจเช็กจนสามารถเจอได้ไว โดยเฉพาะช่วงที่มันยังอยู่ระยะต้น ๆ ที่มีส่วนอย่างมากในการกำจัดตัดหนทางเซลล์มะเร็งมิให้ลุกลามบานปลายถึงขั้นอันตรายแก่เจ้าของปอดชนิดที่หมดสิทธิ์สยบฤทธิ์พิษภัยของมัน แล้วก็ จบเห่ครับ!!!


เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ณ ที่นี้ได้นำเสนอคำอธิบายจาก “นพ.ศุภฤกษ์ เจียรผัน แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมทรวงอก” ในฐานะ “แพทย์ที่ปรึกษาโรงพยาบาลธนบุรี” มีประสบการณ์ขับเคี่ยวกับ “มะเร็งปอด” จึงยินดีนำองค์ความรู้มาถ่ายทอดเพื่อเป็นโอกาสให้สาธารณชนทั่วไปได้ “ตระหนักรู้” ถึงความจำเป็นของการ “ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง” โดยเฉพาะผู้ที่อาจไม่รู้ตัวว่าตกอยู่ใน “ความเสี่ยง”จากกรณีต่าง ๆ ที่มีตั้งแต่… มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง สูบบุหรี่จัดหรือ อยู่ในพื้นที่ซึ่งหนาแน่นด้วยมลพิษที่มีนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น… PM 2.5รวมถึงผู้ที่ถูกรมด้วยควันจากการประกอบอาหาร-ควันธูปหรือ สูดไอเสียระหว่างสัญจรไปตามเส้นทางที่การจราจรคับคั่งก็จัดอยู่ในกลุ่มที่จำเป็นจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเป็นโอกาสลดการเกิดภัยในระบบทางเดินหายใจไว้ก่อนจะดีกว่า…

การแพทย์ยุคใหม่ตรวจวินิจฉัยได้ไว-ปลอดภัย


ทั้งนี้ “อาจารย์ศุภฤกษ์” ได้เสริมองค์ความรู้ไว้อีกว่า พัฒนาการก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ทุกวันนี้ได้มีส่วนอำนวยความสะดวกให้การตรวจ การบำบัดรักษาปัญหาจาก “โรคมะเร็งปอด” ลดความยุ่งยากลงจากแต่ก่อน ดังจะเห็นได้จากการที่วงการแพทย์มีอุปกรณ์ที่เพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ ในการตรวจวินิจฉัย โดยมีทั้งเครื่องสแกนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan มาให้ประโยชน์แก่ผู้เข้ารับการตรวจ มีความปลอดภัยจากรังสีได้อย่างมั่นใจ ซึ่งหากตรวจพบความผิดปกติที่ปอดและระบบทางเดินหายใจก็มีทางเลือกในการรักษาหลายวิธี หากต้องรักษาด้วยการผ่าตัดก็มีเทคโนโลยีการแพทย์เพื่อเดินหน้าสู่การรักษาที่เหมาะสมตามควรแก่กรณี ที่ต่างจากการผ่าตัดในอดีต ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าผู้ป่วยมะเร็งปอดในยุคนี้ได้ประโยชน์ตั้งแต่กระบวนการตรวจวินิจฉัย และการรักษา ที่ว่องไวขึ้น และมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย


โอกาสหายขาดสูงหากพบมะเร็งระยะเริ่มต้น

ทาง “โรงพยาบาลธนบุรี” มีกรณีตัวอย่างท่านชายวัย 73 ปีท่านหนึ่ง (ขออนุญาตไม่เผยนาม) ซึ่งมีความตระหนักเรื่องการ “ตรวจสุขภาพประจำปี” อยู่ก่อนแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้สูบบุหรี่หรืออยู่ในข่ายที่มีความเสี่ยงใด ๆ ด้วยซ้ำ โดยเมื่อปลายปีที่แล้วได้ให้ความสนใจ “โปรฯ ตรวจสุขภาพ” ที่จัดโดยโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยมีบริการตรวจด้วยเครื่อง MRI ด้วย พอดีว่าเจ้าตัวไม่เคยเข้ารับการตรวจด้วยเทคโนโลยีการแพทย์แบบนี้มาก่อนจึงตัดสินใจไปรับการตรวจ ซึ่งหลังตรวจแล้วได้ปรากฏผลที่ทำให้ไม่สบายใจไปทั้งครอบครัวเนื่องจาก “ภาพวินิจฉัย” ที่ปรากฏออกมานั้น มีจุดฝ้ามัวที่ปอดโดยที่มิได้เกิดอาการผิดปกติใด ๆ กับเจ้าตัวมาก่อน…!!! จึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยที่จะนำไปสู่ความชัดเจนโดยไม่รอช้า ซึ่งได้ไปพบ “นพ.ศุภฤกษ์ เจียรผัน แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมทรวงอก ที่ปรึกษาโรงพยาบาลธนบุรี” และก็ได้เข้ารับการ “ผ่าตัดกำจัดมะเร็งปอด” หลังตรวจยืนยันได้แน่ชัด โดยท่านชายวัย 73 ปีท่านนี้ได้ลำดับประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ดังนี้…

คนไข้ฟื้นตัวเร็วหลังผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด


…ตอนไปตรวจครั้งหลังนี้ได้ทำ CT Scanครับ ช่วยให้ได้เห็นว่ามีตําหนิที่ปอด ก็เลยได้รับคำแนะนำให้พบแพทย์ และพิจารณาภาพที่สแกนแล้วคุณหมอได้แนะนำให้เข้ารับการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจดูเพื่อจะได้ยืนยันว่ามีอะไร เป็นอะไรกันแน่ ซึ่งพอคุณหมอเฉพาะทางตรวจแล้วยืนยันว่าเป็นมะเร็งจึงแนะนำว่าต้องกำจัดออกไปครับ คือผ่าตัดปอดเพื่อกำจัดมะเร็งตรงตำแหน่งที่เกิดขึ้น ผมก็ขอข้อมูลว่าผ่าตัดด้วยวิธีไหนอย่างไร ซึ่งคุณหมออธิบายให้ฟังว่ามีทางเลือก 2 วิธี คือถ้าผ่าแบบส่องกล้องจะใช้เวลาพักฟื้นมากหน่อย ถ้าใช้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะสะดวกกว่า และหายไว ระยะเวลาพักฟื้นจะน้อยกว่าอีกแบบ ผมก็ตัดสินใจเลือกแบบมีหุ่นยนต์ช่วย ซึ่งวันแรกหลังออกจากห้องผ่าตัด คุณหมอได้สำรองห้อง ICU เผื่อว่าผมจะต้องใช้ แต่ตอนที่ออกมาแล้วไม่มีอาการอะไร คุณหมอก็ส่งเข้าห้องพักฟื้นเลย เพราะผมก็รู้สึกตัวดี พอเข้าห้องพักฟื้นแล้วผมก็นอนเลยคืนนั้น หลับสบายโดยไม่มีอาการอะไร พอรุ่งขึ้นคุณหมอเข้ามาตรวจแล้วแนะนำให้ลองเป่าเครื่องทดสอบกำลังปอด ก็ไม่มีปัญหา ให้ผมลองลุกจากเตียงและเดินให้ดู ก็เดินได้ไม่มีปัญหาอาการใด ๆ คุณหมอเห็นแล้วยังพูดว่าคิดไม่ถึงว่าร่างกายผมจะฟื้นเร็วขนาดนั้น… วันนี้คุณหมอนัดมาตรวจหลังจากผ่าตัดแล้ว 7 วัน หากเปรียบเทียบอาการในวันแรกที่ผ่ากับวันนี้ก็แทบไม่มีอะไรแตกต่าง แต่รู้สึกดีขึ้นเวลาหายใจ คือเหมือนปกติเลย ก่อนหน้านั้นเวลาพูดจะเหนื่อยนิดหนึ่ง แต่ตอนนี้หายใจได้ปกติแล้วครับ…”


คำอธิบายแพทย์ที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างชัด

ขอยอมรับว่าท่านชายวัย 73 ปีท่านนี้มีสุขภาพแข็งแรงดีทีเดียว โดย “หมอหน้าเดิม” ได้สนทนาด้วยโดยได้ถามไถ่อาการหลังจากที่ผ่านการผ่าตัดและมารับการตรวจติดตามผลกับ “อาจารย์ศุภฤกษ์” ที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” แล้วเห็นชัดเลยว่าได้ถ่ายทอดประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตอย่างคล่องแคล่ว ได้ใจความชัดเจน ดังที่นำมาเสนอใน “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” วันนี้เลยครับ ซึ่งพร้อมกันนี้ก็ใคร่ขอนำเสนอข้อมูลคำอธิบายจาก “อาจารย์ศุภฤกษ์” ที่ได้กล่าวถึงกรณีศึกษารายนี้ เพื่อประโยชน์สำหรับท่านอื่น ๆ ในการสกัดกั้นป้องกัน รวมทั้งจัดการ “โรคมะเร็งปอด” ดังนี้ครับ…

การใช้ประโยชน์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกำจัดมะเร็ง


…คือเป็นคนไข้ที่บังเอิญเจอจากการตรวจคัดกรอง โดยได้เอกซเรย์มาก่อนและเจอภาพผิดปกติของตัวปอด จากนั้นได้ตรวจด้วย CT Scan พบว่าจุดที่สงสัยนั้นไม่น่าไว้ใจ จึงเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมด้วยการเจาะชิ้นเนื้อตรวจในห้องแล็บ ก็พบมะเร็งปอดซึ่งยืนยันได้ชัดเจน แต่ขนาดยังไม่ใหญ่ ถือได้ว่าเจอเร็ว ก็เข้าทางเลยว่ามีโอกาสรักษาหายขาดได้ครับ จึงได้รับการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ปอดกลีบขวาบน เอาตัวมะเร็งกับปอดส่วนที่จะเป็นโอกาสให้มันแพร่เชื้อมะเร็งออกทั้งกลีบ พร้อมกับทำการเลาะต่อมน้ำเหลือง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วย ก็สำเร็จเรียบร้อยดีครับ คนไข้ก็แฮปปี้เพราะแผลผ่าตัดเล็ก จึงช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว ปลอดภัย พักฟื้นในโรงพยาบาล 2 วันก็ให้กลับบ้าน ซึ่งการผ่าตัดได้ลุล่วงไปช่วงค่ำ ๆ แล้วก็ให้คนไข้พักผ่อนได้เลย ค่อยมาดูวันรุ่งขึ้น พอเข้ามาเห็นแล้วหมอเองก็ประทับใจมาก เพราะคนไข้ลุกขึ้นมานั่งยิ้มรอหมอแล้ว สามารถทักทายกันได้แบบปกติเลย ให้ลองอุปกรณ์บริหารปอดโดยใช้ลูกบอล คนไข้ท่านนี้ก็ทำได้ดีมาก แสดงว่าปอดเขาขยายได้เต็มที่ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนอย่างเช่นปอดแฟบ หรืออย่างอื่น และเห็นบอกว่าไม่ค่อยปวดแผล สามารถยกแขนได้เต็มที่เลยครับ…”

นพ.ศุภฤกษ์ เจียรผัน แพทย์ที่ปรึกษา รพ.ธนบุรี


ในตอนท้าย “หมอหน้าเดิม” ถือเป็นโอกาสในการขอความรู้เพิ่มเติมจาก “อาจารย์ศุภฤกษ์” โดยเรียนถามไปว่า ถ้าเทียบกับอดีตที่ยังไม่มีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดนั้น การผ่าตัดสามารถทำได้โดยการเปิดแผลที่หน้าอกของคนไข้หรืออย่างไร ก็ได้ข้อมูลดังนี้ครับ… “…สมัยก่อนการผ่าตัดเป็นแบบแผลใหญ่ ส่งผลให้การฟื้นตัวจะช้าหน่อย เพราะศัลยแพทย์จำเป็นต้องตัดกล้ามเนื้อ มีการถ่างขยายซี่โครงคนไข้ จึงมีโอกาสที่หลังผ่าตัดแล้วมักเจ็บแผลมาก แม้จะให้ยาแก้ปวดพอสมควรแล้วบางทียังเอาไม่ค่อยอยู่ คนไข้จึงไม่ค่อยกล้าลุก ไม่กล้าเดินหรือใช้กำลังอะไร ครั้นเมื่อไม่ค่อยอยากลุกจากเตียงก็จะเกิดปัญหาตามมาคือปอดไม่ได้รับการขยายเต็มที่ มีการติดเชื้อ กับปัญหาอื่นตามมา อะไรทำนองนี้ คือเป็นปัญหาที่เจอมาเรื่อย ๆ ครับ…”

อาจารย์ศุภฤกษ์” ได้ฝากคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ไว้ด้วยว่า… “…ปัจจุบันการป้องกันจะค่อนข้างลำบาก เพราะไหนจะเรื่องควัน เรื่องอื่น ๆ ที่มากระทบต่อระบบการหายใจ แล้วยังมีพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ป้องกันค่อนข้างลำบาก ทางที่ดีคือการตรวจคัดกรอง ในกลุ่มเสี่ยงที่สูบบุหรี่จัด หรือกลุ่มที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเป็นพิษ มีฝุ่น PM 2.5 เต็มไปหมด รวมทั้งกลุ่มที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็ง ก็ควรไปรับการคัดกรองครับ เพราะหากเจอได้เร็วก็มีโอกาสรักษาหายขาดสูงเลย ซึ่งสมัยก่อนจะไปตรวจก็ต่อเมื่อมีอาการจึงมักเป็นมะเร็งระยะท้าย ๆ ทำให้การรักษาไม่ได้ผลมากนัก โอกาสหายขาดจะน้อยลงครับ…”

ต้องขอแสดงความขอบคุณมายัง“อาจารย์ศุภฤกษ์” รวมทั้ง “ท่านชายวัย 73 ปี” ท่านดังกล่าวที่ได้กรุณาสละเวลาให้ข้อมูลแก่ท่านผู้อ่าน “อุ่นใจใกล้หมอ” ด้วยนะครับ

หมอหน้าเดิม