ทั้งนี้ นอกจากสถานการณ์ในพื้นที่ “ตะวันออกกลาง” แล้ว ที่ผ่านมาก็มีอีกหลายพื้นที่ของโลก ที่เกิดสถานการณ์ที่จุดพลุคำว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3-สงครามนิวเคลียร์” ให้อื้ออึง!! และต่อให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุดไม่บานปลายดังที่หวั่นกัน กับพื้นที่อื่น ๆ หลาย ๆ พื้นที่ถึงวันนี้ก็ยังไม่อาจประมาท!!

ไม่อาจประมาทการเป็น “จุดสู้รบ”

ที่อาจกลายเป็น “ชนวนสงครามใหญ่”

อาจ “ลุกลามเป็นสงครามเขย่าโลก!!”

กล่าวสำหรับ “พื้นที่ยุทธศาสตร์โลก” ที่นักวิเคราะห์และนักยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญ มีการโฟกัสเป็นพิเศษ มีการวิเคราะห์ไว้มากมาย โดยถูกมองว่าเป็น “พื้นที่เปราะบาง” ที่เมื่อพื้นที่เหล่านี้เกิดสถานการณ์รุนแรง หรือเกิดการปะทะ-เกิดการสู้รบ อาจจะลุกลามขยายวงจนกลายเป็น “สงครามขนาดใหญ่” ได้นั้น กรณีนี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะชวนมาพลิกแฟ้มดูรายงานข่าว ชวนดูข้อมูลจากการประมวลสรุปบทวิเคราะห์ที่เคยมีการระบุถึงพื้นที่เหล่านี้ว่าอาจจะเป็น พื้นที่ที่เป็น “ชนวนทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3-สงครามนิวเคลียร์” ขึ้นได้?? ซึ่งจะมีพื้นที่ใดบ้าง? ณ ที่นี้ชวนมาพินิจพิจารณากัน…

ทั้งนี้ จากที่ลองประมวลจากบทวิเคราะห์ต่าง ๆ เกี่ยวกับพื้นที่ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “จุดยุทธศาสตร์ของโลก” ซึ่งเคยมีการระบุว่าเป็น “พื้นที่ที่อาจเป็นชนวนเหตุสงครามระดับโลก” ได้นั้น… ก็ประกอบไปด้วยพื้นที่สำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้คือ…

ช่องแคบไต้หวัน” ที่ถูกมองเป็นปราการด่านแรกแห่งแปซิฟิก ซึ่งทางนักยุทธศาสตร์จับตามาตลอดว่า… อาจจะเป็นสมรภูมิแรกที่จะกลายเป็นพื้นที่ที่ 2 ชาติมหาอำนาจของโลก อย่าง “พญามังกรจีน” กับ “พญาอินทรีสหรัฐอเมริกา” ใช้เป็นพื้นที่แสดงแสนยานุภาพใส่กัน โดยมีหลาย ๆ บทวิเคราะห์ที่ระบุไว้คล้าย ๆ กัน ประมาณว่า… ช่องแคบไต้หวันจะเป็นชนวนของสงครามขนาดใหญ่ และถ้าหากสงครามเกิดขึ้นที่พื้นที่นี้ ก็จะ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งโลก

ที่นี่อาจเป็น “จุดเริ่มการปะทะใหญ่”

ที่ “มหาอำนาจปะทะกันด้วยกำลังรบ”

พื้นที่ถัดมา ที่ก็ยังอยู่ในโซนทวีปเอเชีย นั่นก็คือ…คาบสมุทรเกาหลี” พื้นที่ตั้ง “เกาหลีใต้ VS เกาหลีเหนือ” ที่บรรดานักวิเคราะห์หลายคนมองว่า…สถานการณ์ไม่นิ่งสงบ และคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา!! เนื่องจากเกาหลีเหนือยังเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธ-พัฒนาโครงการ “นิวเคลียร์” รวมถึงเปิดตัวเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ในขณะที่สหรัฐก็มีท่าทีสนับสนุนให้เกาหลีใต้มีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เป็นของตนเอง ทำให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลียังอยู่ใน “จุดเปราะบาง”

ยิ่งท่าทีผู้นำเกาหลีเหนือคาดเดายาก

พื้นที่นี้ “อะไร ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้”

สำหรับพื้นที่ต่อมาซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ถูกจับตาเป็น “จุดยุทธศาสตร์ที่สุ่มเสี่ยง” เช่นกัน คือ… ยุโรปตะวันออก” โดยเฉพาะเมื่อ สงครามตัวแทนข้ามเส้นขนาน “นาโต VS พญาหมีขาวรัสเซีย” ร้อนระอุสุด ๆ ซึ่งเป็นผลพวงจาก ความขัดแย้ง “ยูเครน VS รัสเซีย” ยืดเยื้อ โดยนักยุทธศาสตร์มองพื้นที่จุดนี้ว่า เป็นบททดสอบความอดทนของมหาอำนาจนิวเคลียร์?? อีกทั้งวิเคราะห์ไว้ว่า…ความเคลื่อนไหวของรัสเซียที่มีมาต่อเนื่องในพื้นที่นี้ทำให้ เส้นแบ่งของ “สงครามตัวแทน” กับ “สงครามโดยตรง” กำลังค่อย ๆ เลือนลง จนสุ่มเสี่ยงว่าถ้าเกิดความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจนำสู่ “จุดเริ่ม”

จุดยุทธศาสตร์นี้อาจเป็น “ชนวนเหตุ”

“ยุโรป” อาจเป็น “สนามรบนิวเคลียร์”

ย้อนกลับมาดูที่พื้นที่ “ตะวันออกกลาง” พื้นที่นี้ได้ถูกระบุเป็น “โซนเสี่ยง” มานานแล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์และนักยุทธศาสตร์เห็นพ้องตรงกันว่า… เป็นภูเขาไฟที่ไม่มีวันดับ!! และยัง พร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา!! โดยหนึ่งในปัจจัยต้องจับตาก็คือสถานการณ์ “อิหร่าน” และนอกจากนี้ ที่จะมองข้ามไปไม่ได้ก็ยังมีอีกหลาย ๆ ส่วน ซึ่งสามารถเกิด สงครามหลายแนวรบ (Multi-front war)ที่มีพันธมิตรเบื้องหลังแต่ละชาติพร้อมจะกระโจนเข้าร่วมศึกทันที…ก็อาจดังที่เห็น ๆ ตอนนี้

…เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ประมวลสรุปมาโดยสังเขป กับจุดยุทธศาสตร์ที่ถูกมองเป็น “พื้นที่เสี่ยงเป็นชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3” หรือ “สงครามนิวเคลียร์” นี่ยังไม่รวม “อินเดีย VS ปากีสถาน” ที่ก็เคยถูกมองว่า “เข้าเกณฑ์เสี่ยงอยู่ประมาณหนึ่ง” ทั้งนี้ สำหรับเหตุสู้รบล่าสุด กรณี “สหรัฐอเมริกา+อิสราเอล VS อิหร่าน” ที่ทั่วโลกต่างก็หวั่นว่าอาจเป็น “ชนวนสงครามระดับโลก” นั้น ไม่ว่าถึงวันนี้จะเป็นเช่นไร?? จะขยายวงดังที่หวั่น ๆ กันหรือไม่?? ที่แน่ ๆ คือ “ไทยก็กระทบอย่างไม่อาจเลี่ยง!!” โดยแค่เริ่มสู้รบก็ “สร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลก” แล้ว ถ้าศึกขยายวงก็ยิ่งไปกันใหญ่

ถ้า “ชนวนสงครามระดับโลกถูกจุดขึ้น”

ถ้า “ไฟชนวนจุดติดไหม้ถึงจุดระเบิด”

ถ้า “ถึงจุดนั้นก็ไม่พ้นพังทั้งโลก!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์