ทั้งนี้ ณ ที่นี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล “กำลังหน่วยรบสำคัญของอิหร่าน” ที่ชื่อ “ไออาร์จีซี (IRGC)” จากบางชุดข้อมูลบทความบทวิเคราะห์ด้านการข่าว ที่ได้มีการรวบรวมจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับไออาร์จีซี “กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม” ไว้ โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่น่าสนใจ…
มีข้อมูลทำให้เห็นภาพ “ความสำคัญ”
ของ “กองกำลังรบของอิหร่าน” ที่ว่านี้
ที่ “สหรัฐ–อิสราเอล…จะไม่กังวลไม่ได้”
จากเอกสารชุดข้อมูลบทความบทวิเคราะห์ด้านการข่าวดังกล่าว ข้อมูล “กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม” หรือ “ไออาร์จีซี” โดยสังเขปมีว่า… ปี 2567 อิหร่าน ได้ใช้งบประมาณด้านการทหารสูงถึงประมาณ 8,040 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 1.85% ของจีดีพี และด้วยการที่ต้องเผชิญมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจจากยูเอ็น หรือสหประชาชาติ และชาติตะวันตก ทำให้ อิหร่านพัฒนาอาวุธขึ้นมาใช้งานเอง ส่งผลให้ อุตสาหกรรมทหารของอิหร่านก้าวหน้า และพัฒนาต่อเนื่อง…
ดัง “อาวุธที่ใช้ตอบโต้สหรัฐ–อิสราเอล”

ข้อมูลในแหล่งดังกล่าวระบุไว้ว่า… ปัจจุบันอิหร่านสามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นเองได้มากมาย เช่น รถถังยานยนต์หุ้มเกราะ, อาวุธปล่อยนำวิถี, เรือดำน้ำ, เรือรบ, เรือพิฆาตติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี ด้วยระบบเรดาร์เฮลิคอปเตอร์, เครื่องบินขับไล่ และรวมถึงอากาศยานไร้คนขับ (UAV หรือ Drone) โดยข้อมูลเมื่อปี 2561 อิหร่านอ้างไว้ว่า… ศักยภาพการผลิต UAV หรือ Drone ของอิหร่าน อยู่อันดับ 5 ของโลก และนอกจากนี้อิหร่านยังเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่มีขีดความสามารถในการทำสงครามบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (cyber-warfare) ด้วย …นี่เป็น “แสนยานุภาพอาวุธอิหร่าน” โดยสังเขป ที่ในชุดข้อมูลมีการระบุไว้
และนอกจากแสนยานุภาพอาวุธแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้โลกต้องแปลกใจคือ “ขนาด-ความแข็งแกร่ง” ของ “โครงสร้างกองทัพอิหร่าน” ซึ่งในชุดข้อมูลเดิมระบุไว้ว่า… โครงสร้างกองทัพอิหร่านแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ… 1.กองทัพแห่งชาติ (Islamic Republic of Iran Regular Forces) หรือ “Artesh” ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองบัญชาการใหญ่ของกองทัพแห่งชาติ (General Headquarters of Armed Forces) และ 2.กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guards Corps) หรือ “ไออาร์จีซี (IRGC)” หรือ “Pasdaran” ที่ขึ้นตรงผู้นำสูงสุดอิหร่าน มีกำลังพลรวมมากกว่า 190,000 นาย!! ซึ่งสำหรับ “โครงสร้างของไออาร์จีซี” รวมถึง “อาวุธ-เขี้ยวเล็บ” ในกองกำลังนี้ ก็มีข้อมูลน่าสนใจ โดยประกอบด้วย…
“หน่วย ทบ.” มีข้อมูลว่า มีกำลังพลกว่า 150,000 นาย ภารกิจหลักปกติของหน่วยคือต่อต้านการก่อความไม่สงบภายในประเทศ ซึ่งหน่วยนี้ติดอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญ ๆ ที่รวมถึง… ขีปนาวุธพิสัยใกล้ (SRBM) รุ่น Fateh-360, อากาศยานไร้คนขับ สำหรับภารกิจลาดตระเวนและสอดแนม รุ่น Mohajer 6 และ Meraj 313, อากาศยานไร้คนขับโจมตีทางเดียว รุ่น Meraj 532, ระเบิด-ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน แบบ Laser-guided และแบบ Electro-optical guidedรุ่น Qaem
“หน่วย ทร.” หน่วยนี้ มีกำลังพลราว 20,000 นาย มียุทโธปกรณ์สำคัญ ๆ คือ… เรือลาดตระเวน-เรือรบชายฝั่ง, เรือสะเทินน้ำสะเทินบก รุ่น Hormuz 21 และ 24, เรือลำเลียงพลและยุทโธปกรณ์ สนับสนุนกำลังพลชั้นต่าง ๆ, ขีปนาวุธ-อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือ (AShM) 4 รุ่น ได้แก่ C-701 (Kosar) รุ่น C-704 (Nasr) รุ่น C-802 (Noor) รุ่น HY-2 (CH-SSC-3 Seersucker), เฮลิคอปเตอร์ รุ่น Mi-17 และ Bell 206 (AB-206) Jet Ranger, อากาศยานไร้คนขับ รุ่นต่าง ๆ อาทิ รุ่น Ababil 3 และ 5 รุ่น Mohajer 4 และ 6 รุ่น Yasir, อากาศยานไร้คนขับโจมตีทางเดียว รุ่น Ababil T รุ่น Shahed 131 และ Shahed 136, ระเบิด-ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน Laser-guided กับ Electro-optical guided รุ่น Qaem ที่ผลิตขึ้นเอง
“หน่วย ทอ.” มีข้อมูลว่า มีกำลังพลประจำการประมาณ 15,000 นาย โดยมียุทโธปกรณ์ที่สำคัญ ๆ ได้แก่… เครื่องบินขับไล่และโจมตีภาคพื้นดิน (FGA) รุ่น Su-22M4 กับรุ่น Su-22UM-3K, อากาศยานไร้คนขับ สำหรับภารกิจลาดตระเวนและสอดแนม ที่ผลิตเอง มีรุ่นต่าง ๆ เช่น รุ่น Shahed 129 รุ่น Ababil 3 รุ่น Shahed 133 รุ่น Shahed 141 รุ่น Shahed 181 รุ่น Shahed 191 รุ่น Shahed 123, อากาศยานไร้คนขับโจมตีทางเดียว รุ่น Shahed 131 และรุ่น Shahed 136
ทั้งนี้ นอกจากขุมอาวุธดังกล่าวแล้ว ก็ยังมี กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ (Strategic Missile Force) ที่อยู่ในกำกับของ “ไออาร์จีซี” โดยหน่วยนี้มียุทโธปกรณ์สำคัญ ๆ คือ… ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางแบบพื้นสู่พื้น (MRBM) ระยะยิงไกลกว่า 1,000 กม., ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้แบบพื้นสู่พื้น (SRBM) ระยะยิง 300-1,000 กม., จรวดร่อน (GLCM), ขีปนาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยาน (SAM) พิสัยกลาง, เครื่องยิงขีปนาวุธนำวิถีด้วยอินฟราเรด (Point-defence), ขีปนาวุธพิสัยใกล้แบบอากาศสู่พื้น (ASM) และ ระเบิดขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน …ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขป
“กองกำลังไออาร์จีซี” และ “เขี้ยวเล็บ”
จากข้อมูลก็เห็นชัดว่า “ไม่ธรรมดา!!”
สหรัฐ-อิสราเอล “ไม่อาจมองข้าม!!”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



