บทเรียน โครงการอควาเรียมหอยสังข์ เชิงสะพานติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา แนวคิดหวังจะเป็น ศูนย์ศึกษาและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา ภายใต้การดำเนินการของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตอนแรกตั้งงบประมาณ 850 ล้านบาท ฤกษ์ก่อสร้าง ปี พ.ศ.2550 ระหว่างการก่อสร้างมีการแก้ไขแบบหลายครั้ง ต้องเพิ่มงบประมาณขยับเป็น 1,400 ล้านบาท ต่อมาปี 2554 ผู้รับเหมาได้ทิ้งงาน ทั้งที่เบิกจ่ายงบประมาณจำนวนมากไปแล้ว
โครงการก่อสร้างถูกปล่อยทิ้งร้าง ไร้ผู้รับผิดชอบ ชาวบ้านตั้งชื่อ สุสานอควาเรียมหอยสังข์ สัญลักษณ์ของปัญหาคอร์รัปชัน ปลายปี 2565 เดลินิวส์ เกาะติดตีแผ่ปัญหาว่าเรื่องนี้จนทาง ป.ป.ช. รับเรื่องเป็นคดีทุจริต สอบสวนยาวนานหลายปี กระทั่งล่าสุด ต้นเดือน มี.ค. 69 ป.ป.ช. ส่งหนังสือถึง สอศ. ให้พิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ 5 ราย นอกจากนี้ ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาฟ้องคดีชี้มูลความผิดทั้งทางอาญาและวินัย
แต่ปัจจุบันยังมีมากมาย สารพัดโครงการก่อสร้างของ หน่วยงานรัฐ ในทั่วประเทศใช้งบประมาณแผ่นดินยิ่งกว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ปลูกสร้างเกลื่อนเมือง หลายแห่งสร้างเสร็จใช้งาน ไม่คุ้มค่าเกิดประโยชน์ จนถูกปล่อยทิ้งร้างอีกจำนวนมาก ไม่แตกต่างจาก อความเรียมสงขลา กลายเป็นเหมือน “พิมพ์เขียว” ที่ถูกนำไปใช้ทั่วประเทศ
นอกจากปัญหาก่อสร้างถูกทิ้งร้างแล้ว ยังมีปัญหา “บริษัทรับเหมา” กล้าทิ้งงานภาครัฐไม่ยำเกรงกฎหมาย!!
ล่าสุด โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ งบประมาณ ปี 2563 จาก สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย วงเงินรวมกว่า 600 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 64-14 มี.ค. 67 ต่อมาได้รับการขยาย ถึงวันที่ 19 ก.ย. 68 (ระยะเวลาเพิ่มอีก 554 วัน) เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ก่อสร้างคืบหน้าแค่ 25.13% เบิกจ่ายเงินไปแล้วกว่า 117 ล้านบาท
เมื่อทาง สตง.และดีเอสไอ ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ จ.แพร่ พบว่า บริษัทผู้รับจ้างซึ่งร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ ขนย้ายคนงานและอุปกรณ์ออกจากพื้นที่ไปแล้ว ส่อเข้าข่ายการทิ้งงานสร้างความเสียหายกับงบประมาณของรัฐที่มีการเบิกจ่ายไปแล้ว จึงเตรียมกระบวนการยกเลิกสัญญาและหาผู้รับจ้างรายใหม่
เรียกว่าปัญหาการก่อสร้างโครงการรัฐใช้งบประมาณแผ่นดิน กำลังจะกลายเป็นวงจรเดิม ๆ เริ่มพบเห็นมากขึ้นรูปแบบซ้ำ ๆ ตั้งงบประมาณโครงการ, แก้ไขแบบเพื่อเพิ่มเงิน, เบิกจ่ายงบก้อนใหญ่, ผู้รับเหมาทิ้งงาน, ภาครัฐเสียหาย ฯลฯ
คำถามที่ตามมา ทำไมมี “โครงการของภาครัฐ” สร้างเสร็จแล้วไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แถมถูกปล่อยทิ้งร้างอีกจำนวนมาก ทำไม “บริษัทรับเหมา” ถึงกล้าทิ้งงานโครงการของภาครัฐ? ทั้งที่มีหน่วยงานตรวจสอบเอาผิดผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น สตง., ป.ป.ช. และกรมบัญชีกลาง ต่างก็มีมาตรการทางกฎหมายเล่นงานได้ทั้งวินัย อาญา ยกเลิกสัญญา ไปจนถึงขึ้น “บัญชีดำ” (Blacklist) บริษัทเอกชน แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นเหมือน “เสือกระดาษ” ไล่จับเงาแบบยากเย็นแสนเข็ญ
ตราบใดที่การทุจริตและการผลาญงบประมาณยังถูกมองว่าเป็นเรื่อง ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ระหว่างข้าราชการที่ปล่อยปละละเลยกับบริษัทเอกชนที่เห็นแก่ได้ โดยมีสารพัดหน่วยงานตรวจสอบเป็น เสือกระดาษไล่จับเงา เมื่อไม่มีใครเกรงกลัว งบประมาณแผ่นดินได้จากภาษีประชาชนก็จะถูกผลาญเป็นอนุสาวรีย์ทิ้งร้างกระจายให้เห็นอยู่ทั่วประเทศ
เป็นจังหวะดี รัฐบาลภูมิใจไทย กำลังเน้นเรื่อง “จริยธรรม” หากมองเห็นการผลาญงบประมาณแผ่นดินที่ฝังรากลึกมานาน กล้าลุยแก้ปัญหานี้ขุดรากถอนโคนให้เป็นรูปธรรม จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ได้ใจประชาชนแน่นอน!!.
เชิงผา



