“ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะพาไปทำความรู้จักกับ “IMO Number” ที่เปรียบได้กับ “บัตรประชาชนของเรือ” กันว่า ทำไมจึงสำคัญกับเรือเดินทะเลทุกลำในโลกนี้…

“เลข IMO” คือ หมายเลขประจำเรือเดินทะเลระหว่างประเทศ (Ship’s identification number) ที่กำหนดโดย องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization, IMO) จึงเรียกหมายเลขประจำเรือนี้ว่า “หมายเลข IMO” หรือ IMO number” ที่จะออกให้สำหรับเรือลำใดลำหนึ่งเป็นการเฉพาะ เพื่อใช้ระบุตัวตน ซึ่งเลขนี้จะอยู่คงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อเรือ เจ้าของเรือ หรือสัญชาติเรือไปอย่างไรก็ตาม โดยจะคงอยู่จนกว่าเรือจะสิ้นสภาพ ดังนั้นเลข IMO จึงเปรียบได้กับ “บัตรประชาชนของเรือ” โดยตรวจสอบได้จาก เว็บไซต์ของ IMO โดยตรงเพื่อเช็กสถานะของเรือลำนั้น ๆ

นอกจากเรือเดินทะเลระหว่างประเทศทุกลำต้องมีหมายเลข IMO แล้ว ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับ “ตำแหน่งแสดงเลข IMO” อีกด้วย โดยเรือทุกลำที่ได้รับหมายเลขประจำเรือ หรือ IMO แล้ว ต้องทำเครื่องหมายในตำแหน่งต่าง ๆ ได้แก่  บริเวณท้ายเรือ-บริเวณด้านข้างเรือ ทั้งกราบซ้ายและกราบขวา ณ ตำแหน่งกึ่งกลางลำ โดยต้องแสดงอยู่เหนือระดับแนวน้ำบรรทุกสูงสุดของเรือ หรือบริเวณด้านข้างซูเปอร์สตรัคเจอร์ ทั้งกราบซ้ายและกราบขวา หรือด้านหน้าของซูเปอร์สตรัคเจอร์ (กรณีเรือโดยสาร กำหนดให้ทำหมายเลข IMO ของเรือไว้บนพื้นระนาบที่สามารถมองเห็นได้จากทางอากาศ,  บริเวณฝากั้นด้านหน้า หรือฝากั้นด้านท้ายของห้องเครื่องจักร หรือบนฝาระวาง

ส่วนข้อกำหนดอื่น ๆ ที่สำคัญโดยสังเขปนั้นยังมีอาทิ เลข IMO ต้องเห็นได้ง่ายและเด่นชัดจากเครื่องหมายอื่น ๆ บนตัวเรือ โดยต้องเลือกใช้สีที่ตัดกับสีตัวเรือ และมีขนาดความกว้างตัวเลขและตัวอักษรตามสัดส่วนที่เหมาะสม ขณะที่การทำเครื่องหมายให้ใช้วิธีต่าง ๆ ดังนี้ คือ เชื่อมเป็นตัวนูน ตัดเซาะ หรือการตอก ที่ไม่สามารถทำลายหรือลบออกได้โดยง่าย และนี่เป็นข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับ “เลข IMO” ที่เรือเดินทะเลระหว่างประเทศทุกลำจำเป็นจะต้องมี เพื่อใช้ระบุตัวตนของเรือ.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์

ข้อมูล : กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจเรือเพื่อจัดทำเครื่องหมายแสดงหมายเลขประจำเรือ พ.ศ. 2559