แข่งเรือ แข่งพาย แข่งกันได้ แต่เรื่องบุญวาสนา นี่แข่งกันไม่ได้! ต้องบอกว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นคนมีวาสนา จากหัวหน้าพรรคอันดับ 3 มี สส.แค่ 69 เสียง เป็นรมว.มหาดไทยอยู่ดี ๆ ก็ถูกยึดเก้าอี้ ถูกผลักออกไปเป็นฝ่ายค้าน
แถมยังมีคดีฮั้ว สว.ปักหลัง! พ่วงด้วยเสียงครหาว่ามีบ้านเลขที่อยู่ในบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ แต่จู่ ๆ พรรคประชาชน พรรคอันดับ 1 มี สส. 143 เสียง ก็หยิบยื่นวาสนาให้ ด้วยการอุ้มนายอนุทินมาเป็นนายกฯ ในเดือน ก.ย. 68 โดยที่พรรคประชาชนไม่ขอเก้าอี้รัฐมนตรีแม้แต่ตัวเดียว
นายอนุทินเลยแจกเก้าอี้รัฐมนตรีเพลินเลย! ได้คุมกระทรวงมหาดไทย-คลัง-คมนาคม-ยุติธรรม เรียกว่าคุมอำนาจรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ! จึงแต่งตั้งข้าราชการลอตใหญ่ ๆ ไหนจะคดีที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงยุติธรรม ทั้งเขากระโดง-ฮั้ว สว. ผู้เกี่ยวข้องพร้อมใจกัน “รำวง” แล้วรับประทาน “หวานเย็น” กันไป
บทบาทนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ถูกมองว่าเป็น “อนุรักษนิยมพันธุ์ใหม่” ที่มีทุนหนา ขณะเดียวกันยังถูกมองว่ามี “แบ๊กดี” จากมือที่มองไม่เห็น รวมทั้งมือที่มองเห็นจาก “สว.สีน้ำเงิน” ที่มีบทบาทสำคัญในการแต่งตั้งคนเข้าไปนั่งใน “องค์กรอิสระ” ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ-กกต.-ป.ป.ช.- คตง.-กสม.
ถ้าไม่นับนายกฯที่มาจากการทำรัฐประหาร นายอนุทินนี่แหละเป็นนายกฯที่มี “แบ๊ก” ดีที่สุด!
แต่ถึงแม้จะมีวาสนาดี มีแบ๊กดี! แต่นายอนุทิน “ดวงไม่ดี” ในช่วงจังหวะที่เข้ามาเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 68 ทั้งเหตุการณ์ “หลุมยุบ” ขนาดใหญ่ บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กรุงเทพฯ
ยังไม่ทันกลบ “หลุมยุบ” ให้เข้าที่เข้าทาง สู่สภาพเดิม! ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่เมืองหาดใหญ่ ผู้คนเดือดร้อน บ้านเรือนทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก น้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ไม่ถึงสัปดาห์ คร่าชีวิตคนหาดใหญ่ไปกว่า 140 ศพ เศรษฐกิจเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางเสียงโวยวายว่ารัฐบาลช่วยเหลือล่าช้า
พอปี 69 พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่นายอนุทิน “ดวงไม่ดี” ยังไม่ทันได้เป็นนายกฯอย่างเป็นทางการ ก็เจอสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ “น้ำมัน” โดยมีรัฐมนตรี 2 คน บอกว่าไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 90-101 วัน และจะหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเข้ามาเติมเรื่อย ๆ
แต่สภาพความเป็นจริง คือ 1.เขายิงกันเมื่อ 28 ก.พ.69 ผ่านไปแค่ 10 วัน น้ำมันในประเทศขาดแคลนแล้ว! ต้องต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอซื้อน้ำมัน บ้างก็มานอนรอตั้งแต่ 6 โมงเย็น เพื่อรับบัตรคิวเติมน้ำมันตอนเช้า คนใช้รถต้องตระเวนหลายปั๊มฯ เพื่อหาน้ำมันเติม เดือดร้อนไปถึงคนตาย หลายวัดไม่มีน้ำมันเผาศพ!
2.เพิ่งรบกัน 10 วัน แต่ปั๊มฯใหญ่ ๆ บ่นว่าได้รับน้ำมันจากคลังน้ำมันแค่ครึ่งเดียวจากช่วงปกติ แถมต้องวิ่งไปรับน้ำมันไกลขึ้น 3.วันที่ 1 มี.ค. 69 กองทุนน้ำมันฯยังเป็นบวก! แต่ 8 มี.ค. 69 กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 700 ล้านบาท อะไรกันเนี่ย? ทั้งที่เป็นน้ำมันในสต๊อกเก่า และราคาเก่า ก่อนจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ
4.น้ำมันสต็อกเก่า ราคาเก่า ทำไมต้องรีบใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ทำไมต้องขึ้นราคา ทำไมดีเซลจึงมีสองราคา คือราคาหน้าคลัง (โรงกลั่น) แพงกว่าในปั๊มฯ 10-12 บาท แต่ในปั๊มฯขายแป๊บเดียว น้ำมันก็หมด!
รัฐบาลบริหารจัดการน้ำมันอย่างไร? มีไอ้โม่งที่ไหนได้รับผลประโยชน์หรือไม่? จนชาวบ้านต้องแซวนายกฯ เพื่อ
แก้เครียดว่า “พอแล้ว ๆๆ รวยไม่ไหวแล้ว ๆ ไม่มีที่จะเก็บตังค์แล้ว”.
พยัคฆ์น้อย



