เรียนคุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ
ปัจจุบันผมอายุ 48 ปี ติดตามอ่านการตอบปัญหาของคุณหมอโอ เกี่ยวกับเรื่องอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่ให้คำแนะนำเป็นความรู้และตอบข้อถามของผู้ที่ถามปัญหาอยู่เป็นประจำ ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ตอนหนุ่มเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงมากคนหนึ่งระบายด้วยการช่วยตัวเอง ปัจจุบันสภาพร่างกายโดยรวมก็เป็นคนปกติแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ เรียกว่าสุขภาพร่างกายดี แต่สุขภาพทางเพศไม่ค่อยดี ไม่ค่อยแข็งแรง อวัยวะเพศไม่ค่อยแข็งตัวจนสอดใส่ไม่ได้เลยอารมณ์ทางเพศก็ลดลง เป็นเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว ใครแนะนำอะไรก็เชื่อไปหมด ไปหาสมุนไพร ยาเฉพาะกิจมากินตามคำแนะนำ ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้นคำถามของผมคือ คุณหมอจะให้คำแนะนำ หรือมีวิธีแก้ไขอย่างไรได้บ้างในเรื่องนี้
ด้วยความนับถือ
สุทธิวัฒน์ 48
ตอบ สุทธิวัฒน์ 48
ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะคิดว่าตัวเองไม่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (อีดี) จากการศึกษาพบว่าชายไทยที่มีอายุระหว่าง 40-70 ปี จะพบภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ถึง 42% ซึ่งคนส่วนมากมักมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว คิดว่าเป็นโรคของคนสูงอายุ ส่วนมากเมื่อมีอาการก็มักจะปรึกษาเพื่อนฝูงที่สนิท และก็มักจะแนะนำกันเอง ถูกบ้าง ผิดบ้าง บางคนขี้อายก็จะเก็บปัญหาไว้คนเดียว แต่ความเป็นจริงแล้วปัจจัยที่ทำให้อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัวนั้นมีหลายอย่าง ทั้งด้านร่างกาย เช่น ระบบหลอดเลือด ระบบประสาท ฮอร์โมน และด้านจิตใจ ทุกอย่างต้องครบจึงจะมีการแข็งตัวเกิดขึ้นได้ หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็จะทำให้แข็งตัวได้ไม่ดี หรือไม่แข็งตัวเลย ถ้าคุณอายุไม่มาก สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจเกิดขึ้นได้บ้างเป็นครั้งคราว เพราะสภาวะที่ร่างกายไม่พร้อม การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีความกังวลทางจิตใจ สาเหตุเหล่านี้ถ้าดูแลสุขภาพให้ดีก็มักจะหายไป แต่ถ้าดูแลสุขภาพดีแล้วแต่ก็ยังเป็นอยู่คุณก็ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ถูกต้อง
หากเป็นในกลุ่มชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป อาการอีดีโดยส่วนมากแล้วจะมีปัญหาทางด้านร่างกายมาเกี่ยวข้อง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่เคยตรวจมาก่อน เนื่องจากไม่มีอาการแสดงออกให้เห็น จึงคิดว่าตัวเองไม่เป็น การสูบบุหรี่ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวการที่ทำให้ระบบหลอดเลือดเสื่อมสภาพ นอกจากนี้แล้วภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายจากอายุที่มากขึ้นก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มีอาการอีดี ในปัจจุบันมียาที่ใช้รักษาอาการอีดีอยู่หลายชนิด เช่น ยาขยายหลอดเลือด กลุ่มพีดีอี 5 ไอ ยาเพิ่มฮอร์โมนเพศชายเทสโตสเตอโรน เป็นต้น ทั้งยาแผนปัจจุบัน และยาทางเลือกต่าง ๆ เช่น สมุนไพร หรือสารสกัดจากธรรมชาติ ต่างมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป คุณควรจะศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ โดยส่วนมากยามักจะมีผลข้างเคียง คุณจำเป็นต้องรู้ข้อห้ามของการใช้ยา เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีการรับประทานยาขยายหลอดเลือดอยู่ ห้ามใช้ยากลุ่มพีดีอี 5 ไอโดยเด็ดขาด เพราะอันตรายถึงตายคาอก
ฉะนั้นการจะรักษาอาการอีดีของคุณให้ปลอดภัยคุณจึงต้องเข้าพบแพทย์ แพทย์จะเป็นผู้แนะนำได้ตรงจุด และตรวจหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ คุณอาจตรวจพบโรคที่ซ่อนอยู่ที่คุณอาจไม่รู้ เช่น เบาหวานชนิดแอบแฝง ไขมันในเลือดสูง พร่องฮอร์โมนเพศชาย ที่ทำให้คุณมีอาการอีดีดังกล่าว แล้วแพทย์จะเป็นผู้แนะนำยาและวิธีการรักษาอาการอีดีของคุณเอง.
……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51



