@เริ่มที่ การเมือง ที่ต้อง จับตาความ เคลื่อนไหว ของ รัฐบาล อนุทิน 2 ที่ วันที่ 9 และ 10 เมษายน 2569 เป็น วันแถลงนโยบาย ของ รัฐบาล ต่อ รัฐสภา ซึ่งมีรายละเอียดของ นโยบาย ว่ามีกี่ด้าน และ ครอบคลุมกับ ปัญหา ของประเทศไทย ที่ เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และ ที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะ วิกฤตเศรษฐกิจ และ ปัญหา ปากท้อง ของ ประชาชน ที่เกิดจาก สงครามตะวันออกกลาง ที่ทำให้เกิด ภาวะของ “ช็อคออยส์” ทำให้จนทั้งแผ่นดิน และเดือดร้อน ทั้งแผ่นดิน ….. และต้องดูว่า พรรคฝ่ายค้านอย่าง พรรคประชาชน และ พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการ อภิปราย นโยบายของ รัฐบาลอนุทิน 2 อย่างไร เป็นการ อภิปราย นโยบายรัฐบาล หรือถือโอกาส อภิปราย แบบ ไม่ไว้วางใจ ฉวยโอกาส เปิดโปง ถึง ความ ล้มเหลว ของการแก้ปัญหา น้ำมัน รวมทั้ง ผลประโยชน์ ที่ แอบแฝง ของ กลุ่มการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ในการ อุ้ม โรงกลั่น และ บริษัทผู้ค้าน้ำมัน มาตร 7 ในการ สูบเลือด เชือดเนื้อ ของ ประชาชน เป็นการ ฉวยโอกาส ใน วิกฤติ เป็นการ ซ้ำ วิกฤติ ให้เกิดขึ้น ก็ต้องคอยดู ฝีปาก ของ ฝ่ายค้าน ที่มี ดาวสภา ทั้งจาก พรรคประชาชน และ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ บทบาทของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้โอกาสนี้ ในการ แจ้งเกิด เพื่อ นำพรรคไปสู่ความ เติบโต ในอนาคต และ ที่ คนไทย จะได้เห็น คือ องครักษ์พิทักษ์ นายกรัฐมนตรี ว่ามี ใครบ้าง และ การเมือง ของ รัฐบาล อนุทิน 2 ยังต้อง จ่อมจม อยู่กับ การเมืองแบบ น้ำเน่า” อย่างที่ผ่านมา หรือไม่ วันที่ 9-10 เมษายนนี้ โปรดติดตาม…..
@สิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้น หลังการ แถลงนโยบาย ของ รัฐบาลอนุทิน 2 คือ รัฐบาล อาจจะมีการ ประกาศลดราคาน้ำมัน ( หน้าปั๊ม ) เพื่อเป็นของขวัญ ให้กับ ประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ และ นโยบาย คนละครึ่งพลัส ในทันทีที่เป็น รัฐบาล เต็มอำนาจ ส่วนนโยบายอื่นๆ ที่ แถลงต่อ รัฐสภา เป็นเรื่องที่จะให้เห็นผลอย่าง ปุบปับ ไม่ได้….โดยเฉพาะปัญหา น้ำมัน แม้ว่า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง จะมีการ ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมีการ ผ่าตัด โครงสร้างน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ เพื่อให้ราคาน้ำมันลดลง โดย ค่ากลั่นของโรงกลั่นไม่ควรเกินลิตรละ 3 บาท รวมทั้ง เสียงที่ แข็งกร้าว ของ “เสี่ยขิง” รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ที่ให้ สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวว่า จำเป็นต้องทุบ ก็ต้องทุบ จำเป็นต้องแทง ก็ต้องแทง จะไม่ เกรงใจใครทั้งสิ้น ซึ่งเป้าหมาย ในการ ทุบ และ แทง หมายถึง โรงกลั่น ที่เป็น ต้นน้ำ และ ผู้ค้าน้ำมันมาตร 7 ที่เป็น กลางน้ำ และ ผู้ค้าน้ำมันมาตร 10 หรือ จ็อบเบอร์ และ คลังน้ำมัน ที่เป็น ปลายน้ำ…..
@ในขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ให้ สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวว่า การไป บีบโรงกลั่น มากเกินไป อาจะทำให้ โรงกลั่นหยุดกลั่น และ ส่งออก แทน ซึ่งแทนที่จะแก้ปัญหา อาจจะเป็นการ สร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้น ซึ่ง ประชาชน ที่ติดตาม ข่าวสาร เห็นว่า นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล อ่อนข้อ ให้กับ โรงกลั่น ตั้งแต่ยังไม่เริ่มการ แก้ปัญหา เห็นด้วยกับที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โรงกลั่น อยู่ได้ ปั๊ม อยู่ได้ แต่การ อยู่ได้ของ โรงกลั่น และ ปั๊ม ต้องหมายถึง ประชาชน ต้องอยู่ได้ด้วย และที่สำคัญ ผู้ประกอบการ น้ำมัน อิสระ ผู้ประกอบการค้าน้ำมัน มาตราที่ 12 เขาอยู่ได้ ปั๊มอิสระ จำนวน 10,000 กว่าปั๊ม ที่ต้องซื้อน้ำมันจาก จ็อบเบอร์ ที่ ขณะนี้ จ็อบเบอร์ ยังไม่มีน้ำมันอย่างเพียงพอ และยังขายให้กับ ปั๊มอิสระ และผู้ค้าน้ำมัน มาตรา 12 และกว่าหน้าปั๊มแบรนด์ลิตรละ 2-3 บาท ผู้ประกอบการเหล่านี้ กำลังตายช้าๆ ในฐานะที่เขาก็เป็น ปั๊มน้ำมัน ที่อยู่ภายใต กฎหมายเดียวกับ ปั๊มแบรนด์ เสียภาษีเท่ากัน และเป็น คนไทย เหมือนกัน ทำไมรัฐบาล จึงไม่ให้การ ช่วยเหลือ ปั๊มอิสระ เป็นปั๊มในชุมชน ที่คนลงทุนเป็นคนในชุมชน ไม่ใช่ “นายทุน” เขาลงทุนสร้างปั๊มในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท ในที่ดินที่เขามีอยู่ โดยสามารถเป็น เจ้าของ ธุรกิจในชุมชนได้ เขาไม่มีปัญญา ในการ สร้างปั๊มที่ต้องลงทุน 30-50 ล้าน เพื่อให้เป็น ปั๊มแบรนด์ วันนี้ รัฐบาล ใจดำ และมองปัญหาไม่ครบทุกมิติ ในการแก้ปัญหา ทำให้ ปั๊มอิสระ ทั้งหมด ต้องปิดปั๊ม เลิกกิจการ ทำให้ประชาชนในชุมชน ต้อง ขับรถ เป็นระยะทางไกลเพื่อ เติมน้ำมันใน ปั๊มแบรนด์ ของ กลุ่มทุน แทน….
@แน่นอนว่า เมื่อ สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่าง สหรัฐอเมริกา -อิสราเอล กับ อิหร่าน ยังไม่สิ้นสุด และยัง ทวีความรุนแรงในการ ทำลายล้าง ยิ่งขึ้น ราคาน้ำมันในประเทศไทย มีโอกาสที่จะ ทะยาน ขึ้นไปถึงลิตรละ 60 บาท และเงินกู้ เพื่อมาให้กับ กองทุนน้ำมันเพื่อพยุงราคาน้ำมันขายปลีก 150,000 ล้านบาท อาจจะไม่เพียงพอ และ น้ำมันของโรงกลั่น ที่บอกว่าอยู่ได้ถึง 70-80 วัน ณ ตอนนี้ อาจจะไม่เป็นอย่างนั้น เรื่องนี้ รัฐบาล อนุทิน 2 ยังไม่ได้ มีแผนในการ รับมือ ว่า หากสงคราม ลากยาว การเดินเรือ ยังมีปัญหา มาตรการ ในการ กู้ชีพประเทศไทย จะมี แผน 1 แผน 2 แผน 3 อย่างไร ในขณะที่ประเทศต่างๆใน อาเซียน เขาออก มาตรการ ในยามที่ ประเทศวิกฤติ แล้วทุกประเทศ แต่เรา ทำเพียงการ ศึกษาเพื่อให้ ราคาน้ำมัน ถูกลง โดยมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ ขุนคลัง เป็น หัวหน้าคณะ และแต่งตั้ง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี คมนาคม เป็น หัวหน้าคณะในการแก้ปัญหา สงกรานต์ นี้ ประเทศต้องไม่ขาดแคลนน้ำมัน…..บุคคลที่ น่าเห็นใจที่สุด ตั้งแต่มี วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ คือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่ไม่ว่าจะ ทำเต็มที่ ทำดี เท่าไหร่ ก็ยังถูก ประชาชน แอนตี้ เพราะ ตระกูลรัชกิจประการ เป็นหนึ่งใน ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ที่มีปั๊มน้ำมันเป็นอันดับ 2 ของประเทศ การเข้ามา “แบกรับ” ในการแก้ปัญหา “ช็อกออยส์” หรือ วิกฤติน้ำมันเชื้อเพลง ในครั้งนี้ของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ จึงเป็นการ เสียสละ ตัวเอง เพื่อ ประเทศชาติ โดยมองที่จะถูก ก่นด่า และ เข้าใจผิด จาก ประชาชน….และในการเข้ามา รับผิดชอบอย่าให้ น้ำมันขาดปั๊ม ใน ช่วงของ เทศกาลสงการนต์ ตามคำสั่งของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ ก็เหมือนจับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ “ขึ้นเขียง” เพื่อให้ ประชาชน “โขกสับ” เป็น ครั้งที่ 2 เพราะ สถานการณ์ที่เป็น ของจริง ในขณะนี้ ที่ โรงกลั่น อ้างว่ามีการ กลั่นเกิน 100 % แต่ น้ำมันในประเทศใน ปั๊มแบรนด์ ยัง ขาดแคลน ปั๊ม ยัง รับน้ำมันจาก คลัง โดยคำสั่งของ “เจ้าของแบรนด์ แบบถูก หั่นโควตา ปั๊มสั่งซื้อน้ำมันไม่ได้ตามที่ต้องการ ทำให้ ปั๊มจำนวนมาก ที่ขาย ดีเซล ได้เพียง ครึ่งวัน น้ำมันก็หมด นี่คือข้อเท็จจริง ที่ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ พลังานจังหวัด ไม่มีการรายงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ทราบ และสุดท้าย ถ้า ประชาชน เดือดร้อน ในการ เดินทาง ในการเติมน้ำมันใน เทศกาลสงกรานต์ ผู้ที่ต้องรับเคราะห์ ยอมไม่ใช่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่เป็น พิพัฒน์ รัฐกิจประการ นี่คือ ผู้เสียสละอย่างแท้จริง…..
@ประเด็น ราคาน้ำมัน ลิตรละ 50 กว่าบาท และอาจจะถึง 60 บาท ในอีกไม่กี่วัน “นักการเมือง” ที่ พูดว่า ราคาน้ำมันประเทศเพื่อนบ้าน แพงกว่า ประเทศเรานั้น เป็นการพูดที่ไม่มีความคิด เพราะ ประเทศเพื่อนบ้านที่ น้ำมันแพงกว่าเรา เป็นประเทศที่ ไม่มีการ ขุดเจาะน้ำมัน เขาไม่มีโรงกลั่น แต่ประเทศไทย มี แท่นขุดเจาะน้ำมัน ขุดเจาะแก๊ส เต็มอ่าวไทย และ บ่อน้ำมัน บนดิน อีกหลายแห่ง รวมทั้ง มีโรงกลั่น 6 โรง มากที่สุด ใน อาเซียน แต่ทำไม คนไทย ต้องใช้น้ำมันแพง และ ยัง ขาดแคลน ประเด็นนี้ต่างหากที่ คนไทย ติดใจ และ รัฐบาล ต้อง สื่อสาร ข้อเท็จจริง….เรื่อง คลังน้ำมัน ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ถูก ดีเอสไอ แจ้งความดำเนินคดี อยู่ในขณะนี้ จากความผิดในหลาย กรณี นี่ก็เป็นอีก หนึ่งตัวอย่าง ของการที่ หน่วยงานรัฐ เอาประโยชน์ ให้กับ กลุ่มทุน ที่มี คนของการเมือง บางพรรค ร่วมอยู่ในนั้น คลัง ที่ถูก ดำเนินคดี เป็นคลังที่ ขายน้ำมันให้กับ ผู้ประกอบการ ในราคาถูก กว่าคลังอื่นๆ แต่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เคยมีการ ตรวจสอบ คุณภาพของน้ำมัน และ ยังมี คลัง อีกหลายคลัง ที่มีปัญหาเรื่อง กันตุน และเรื่อง น้ำมันเถื่อน แต่ กรมธุรกิจพลังงาน ที่เป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ได้ให้ความสนใจในการตรวจสอบและที่น่าสงสัย หลังการ ตรวจสอบ คลังน้ำมันที่ จ.สุราษฎร์ธานี และมีการ แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ทำไม ดีเอสไอ จึงไม่ได้ ตรวจสอบ คลังน้ำมันในพื้นที่อื่น ที่มี คลังน้ำมัน อีกหลายคลัง แม้แต่ที่ สงขลา ซึ่งมี คลังน้ำมัน ตั้งอยู่หลายคลัง ก็ไม่มีการ ตรวจสอบ ทั้งใน ใน 7 จังหวัดภาคใต้ ในเขตบริหารของ คลังน้ำมัน จ.สงขลา มีปัญหา เรื่อง คลัง จ่ายน้ำมันแบบ กระปริดกระปรอย มาตั้งแต่มี สงครามตะวันออกกลาง และ จนถึง วันนี้ คลังน้ำมัน สงขลา ก็ยัง จ่ายน้ำมันแบบ มี โควตา ที่ ทำให้น้ำมัน ดีเซล ขาดแคลน….อีกเรื่อง การที่ รัฐบาล และ โรงกลั่น กลั่นน้ำมันดีเซล บี20 ออกมา ขายในราคาที่ต่ำกว่า น้ำมันดีเซล บี 7 เพื่อใช้กับ รถยนต์ และ โรงงานอุตสาหกรรม เป็นเรื่องการ เกาไม่ถูกที่คัน เพราะน้ำมัน ดีเซล บี 20 ไม่มีคุณภาพในการใช้กับ รถยนต์ โดยเฉพาะรถบรรทุก ขนาด ดีเซล บี 10 ยังไม่มีคุณภาพในการใช้ แล้วการผลิต บี 20 จะใช้ได้อย่างไร ฝากเถอะ นักการเมือง ทั้งหลาย จะออกนโยบายอะไร ถาม ผู้ที่ใช้ ผู้ที่มีประสบการณ์ เสียก่อน จะได้ไม่ เสียของ….
@เรื่องของ บริษัท โลจิสติกส์ ใน อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง ส่วนใหญ่ เป็นของ คนจีนมาเลเซีย ที่ใช้คนไทยเป็น นอมีนี ที่ ล่าสุด พลังงานจังหวัด มีการเข้าตรวจสอบ พบว่ามี น้ำมันเถื่อน มา กักตุน ในถังใต้ดิน และ บนดินเกือบ 100,000 ลิตร ซึ่งเป็นเรื่องการทำผิดกฎหมาย ทั้งไม่มี อนุญาตในการเก็บกัก และมีน้ำมันเถื่อนในครอบครอง การ ตรวจค้น และ จับกุม ครั้งนี้ เป็นการ แจ้งเบาะแส ของ ประชาชน ทางโซเซียล ทำให้ หน่วยงานความมั่นคง ( ทหาร ) ในพื้นที่เข้า ตรวจค้น โดย เชิญฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ สภ.สะเดา จ.สงขลา เข้าร่วม และ ฝ่ายปกครอง แจ้งฝ่าย ทหาร ว่า บริษัทดังกล่าวมี อนุญาต ถูกต้อง จน ทหาร ต้อง กลับที่ตั้ง ก่อนที่ พลังงานจังหวัด ปนม. ภาค 9 ศุลกากร สรรพสามิต จะเข้าตรวจสอบ เพราะพบว่าทำผิดกฎหมาย พฤติกรรม ของ ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ น่าจะเข้าข่าย ช่วยเหลือผู้ทำความผิด ที่ อธิบดีกรมการปกครอง น่าจะมีการ ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง และ ที่สำคัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ พลังงานจังหวัดสงขลา รวมทั้ง ตร.ปนม.ภาค 9 ต้อง ตรวจค้น ลานจอดรถหัวลาก ที่ วิ่งระหว่าง ไทย-มาเลเซีย – สิงคโปร์ ของทุกบริษัท ที่ตั้งอยู่ใน อ.สะเดา และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพราะ อาจจะมี พฤติกรรม ที่เหมือนกัน และที่เป็น ประเด็น สำคัญ ในการ จับกุม ครั้งนี้ มาจากการ แจ้งข่าว ของ ประชาชน ในขณะที่ ตำรวจ และ ปกครอง ศุลกากร สรรพสามิต ในพื้นที่ ไม่เคย รับรู้ถึงการ ลักลอบ ค้าน้ำมันเถื่อน และ ไม่มีอนุญาต เก็บกัก ทั้งที่ สถานที่ตั้ง ของผู้ทำความผิด อยู่ห่างจาก โรงพัก และ อำเภอ ไม่เกิน 1 กิโลเมตร นี้กระมั่งที่ คน โบราณ บอกว่า เปลืองข้าวสุก….
@เรื่องที่ ชายแดน ไทย-มาเลเซีย ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็น ดินแดน แห่ง ผลประโยชน์ สีเทา โดยเฉพาะการ ส่งออก และการ นำเข้า สินค้า ของ โลจิสติกส์ ที่ ส่วนใหญ่เป็น นายทุน มาเลเซีย อยู่เบื้องหลัง มี บริษัท ชิ้ปปิง เป็น ผู้ดำเนินการ นำเข้า-ส่งออก ที่ แอบแฝง ด้วย สินค้า ผิดกฎหมาย ก่อนหน้าที่จะมี วิกฤตน้ำมัน จาก สงครามในตะวันออกกลาง บริษัทเหล่านี้ มีการแอบแฝงการ ค้าน้ำมันเถื่อน รายใหญ่ โดยการใช้ รถหัวลาก เติมน้ำมันจาก ฝั่งมาเลเซีย คันละ 2000 ลิตร นำเข้ามา ส่งขายให้กับ คอกน้ำมันเถื่อน ในพื้นที่ อ.สะเดา และ หาดใหญ่ และ ส่วนหนึ่ง เก็บไว้ใช้ใน กิจการขนส่งของตนเอง ซึ่งน้ำมันจาก รถหัวลาก ที่ขายให้กับ คอกรับซื้อ น้ำมันเถื่อน ถูกนำเข้ามาจากมาเลเซีย ประมาณ 200,000 ลิตรต่อวัน ร่ำรวยกันไม่ เฉพาะ นายทุนมาเลเซีย แต่ เผื่อแผ่ความ ร่ำรวย ไปยัง เจ้าหน้าที่ไทย ทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายการค้าของเถื่อน ก็ แค่ เล่าสู่กันฟัง แต่ไม่เคย มุ่งหวัง ที่จะเห็นการ แก้ไข หรือ กวาดล้าง อย่าง จริงจัง เพราะรู้ว่า นั้นคือ ชามข้าว ของ เจ้าหน้าที่ อย่างเช่นวันนี้ หลังการ ตรวจค้น บริษัทแห่งนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ไป ตรวจสอบ หรือ ตรวจค้น บริษัทอื่นๆ ที่ ประกอบกิจการแบบเดียวกัน …. และที่ต้อง ร้องไปยัง กฤชณัทท์ พลรัตน์ นายอำเภอสะเดา และ พ.ต.อ.พัฒนชัย ปาละสุวรรณ์ ผกก.สภ. สะเดา จ.สงขลา ให้รับทราบคือ มีประชาชน ร้องเรียน มาว่า ใน เมืองด่านนอก ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีการนำ ตู้ม้า ตู้สล๊อต ตู้เกม ต่างๆ เข้ามาให้ บริการ แก่ผู้ชื่นชอบ เสี่ยงโชคในเรื่องการพนันเป็น จำนวนมาก ผู้ที่เข้าไปเล่นได้ ต้องทำบัตร สมาชิก และ มี คนมีสี ที่เขาส่งไป รักษากฎหมาย เป็นผู้คุ้มครอง ผู้ทำผิดกฎหมาย รวมทั้งวันนี้ เมืองด่านนอก ยังเป็นแหล่ง เสพ และ ขาย ยาเสพติด ให้กับลูกค้า ที่เป็น ชาวมาเลเซีย ที่ข้ามาเที่ยว ซ่อง โสเภณี ในเมืองด่านนอก เท็จจริง อย่างไร ไป ตรวจสอบด้วย…..
@เรื่องการเลือกตั้ง อบต.ทุ่งขมิ้น อ.นาหม่อม จ.สงขลา ที่ครั้งแรก กกต.มีคำสั่งให้การ เลือกตั้งเป็นโมฆะ และให้ผู้ได้รับเลือกตั้งคือ อาคม ประสมพงศ์ หมดสิทธิ์ในการลงรับสมัครการเมือง เป็นเวลา 1 ปี เพราะพบว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ และมีการสั่งให้เลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 แต่ ประชาชน เลือกที่จะ โนโหวต โดยผู้สมัครทั้ง 2 ราย ได้คะแนน คนละ 800 กว่าคะแนน ส่วนคะแนน โนโหวด มีมากถึง 1,386 คะแนน ถ้าเลือกครั้งที่ 3 ยังเป็น อย่างนี้ กกต. จะหาทางออกอย่างไร และที่สำคัญ เหตุผลของการ โนโหวต ของ ประชาชน เกิดจากสาเหตุใด นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง…..และอีกเรื่องที่ต้องเป็นห่วง คือ เรื่องของ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่รู้กันใน วงใน ว่า เงินสะสม ของเทศบาล ที่ใช้ในการ ลอกท่อ และ คู คลอง เพื่อ ป้องกันน้ำท่วม หมดแล้ว การ ลอกท่อ คู คลอง เป็นเรื่องสำคัญ เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะถึง ฤดูฝนฤดูฟ้า ถ้า การ ลอกท่อ คู คลอง ไม่ได้ทำ หรือ ทำได้น้อยนิด เมื่อฝนตก 1-2 ชั่วโมง ทำให้ทางระบายน้ำไม่ทัน ก็จะท่วมตัวเมือง บ้านเรือนประชาชน รวมทั้งวันนี้ยังเกิดความ ขัดแย้ง ระหว่าง ผู้บริหาร กับฝ่าย นิติบัญญัติ และ ผู้บริหารกับ ฝ่ายข้าราชการประจำ การ ลอกท่อ คู คลอง ที่ทำมาก่อนหน้านี้ ยังเบิกเงินไม่ได้ และ งบประมาณของเทศบาลนครหาดใหญ่ ยังไม่ได้รับการ ส่งเสริม สนับสนุน จาก ปกครองท้องถิ่น อีกต่างหาก เรื่องนี้ ณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ ปลัดแป้น จะ คิดอ่าน อย่างไร ก็เร่งดำเนินการ เพราะ หน้าฝนของ หาดใหญ่ อยู่ไม่ไกลแล้ว ….รวมทั้ง รัฐศาสตร์ ชิดชู คนที่เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ ผอ. ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยที่ 12 และ ผอ.ชลประทานที่ 16 สงขลา พอจะบอกกับ ประชาชน ให้หายจาก หวาดผวา ได้หรือไม่ว่า วันนี้หน่วยงานของท่าน ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากน้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อปลายปี 2568 และในปี 2569 มีแผนรับมือ น้ำท่วม หาดใหญ่ อย่างไร อย่าลืมว่า หาดใหญ่ วันนี้ ยังไม่ฟื้นจาก หายนะ ที่เกิดจาก น้ำท่วม ครบทุกภาคส่วน การช่วยเหลือ เยียวยา ก็ยังไม่ได้รับทุกครัวเรือน เงินกู้เพื่อ ฟื้นตัว ในเรื่อง ธุรกิจ การค้า การลงทุน จาก รัฐบาล ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ถ้า ปลายปีนี้ เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ อีกครั้ง เมืองหายใหญ่ จะ หายนะ จริงๆ….และการที่ เทศบาล ทุ่มเงินจัด อีเวนท์ ต่างๆ ทั้งที่ผ่านมา และการต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ที่จะถึงนี้ อาจจะ สูญเปล่า เพราะ นอกจาก หาดใหญ่ ยังไม่ฟื้น จาก น้ำท่วม เมื่อปลายปี ยังประสบกับ วิกฤติเศรษฐกิจ น้ำมันขาด น้ำมันแพง รวมทั้ง มาเลเซีย เอง ก็เจอ วิกฤติเศรษฐกิจ เหมือนประเทศไทย ที่ รัฐบาลเขา ไม่ ส่งเสริม ให้ ประชาชน ออกนอกประเทศ ดังนั้น สงกรานต์หาดใหญ่ ปีนี้ คงจะไม่ ครึกครื้น เหมือนเก่า และ เม็ดเงิน ที่คาดหวังก็คงไม่ สะพัด เหมือนเดิม….
@เรื่อง ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง ความจริง วุ่นวาย ยุ่งเหยิง และ ล้มเหลว ในการ แก้ปัญหาอยู่แล้ว ยิ่ง ยุ่งเหยิง และ ล้มเหลวมากขึ้น เมื่อเกิด กรณี ยิงถล่มรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่แม้ว่า กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ยังไม่ถึงเวลาในการกลับสู่ อ้อมอกของพระเจ้า แต่ พลขับ และ ตำรวจติดตาม อาการสาหัส จากกระสุน เอ็ม 16 จำนวน 33 นัด จากปืน 2 กระบอก….ล่าสุด กลุ่มคนร้าย กลุ่มนี้เป็น อดีต เจ้าหน้าที่ นาวิกโยธิน และ รถยนต์ที่ใช้ในการ ก่อเหตุ เป็นรถยนต์ทางราชการ สังกัด กอ.รมน.จว.นราธิวาส ซึ่งมี บุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส สวมหมวด ของ กอ.รมน. ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.จังหวัด มีคนของ กอ.รมน.จังหวัด ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง และเป็นผู้ให้ยืมรถยนต์คันดังกล่าว ติด ร่างแห่ ไปด้วย 2 คน ซึ่ง ขณนี้ ผวจ.นราธิวาส ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.จังหวัด ได้ตั้ง กรรมการ สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้า พาดพิง ถึงใคร ก็ต้องรับผิดชอบไปเต็ม….คดีนี้พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี หรือ บิ๊กโต้ง ผบช.ภ.9 ในฐานะ ผบช.ศตช.ตำรวจชายแดนใต้ สั่งการ สอบถึงใคร ก็ให้ดำเนินคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ สังกัดหน่วยไหน และคดีนี้เป็นคดีอาญา ที่ยังมีเกี่ยวกับ ความมั่นคง วันนี้ ผู้ต้องหา รับสารภาพ กันแล้วว่า ใครทำหน้าที่อะไร รวมทั้ง เจ้าของอู่โจร ที่ทำหน้าที่ ชำแหละรถยนต์ของกลาง ก็ให้การ ซัดทอด” ไปถึงผู้ เกี่ยวข้องทั้งหมด และอย่าลืมการ ตรวจนสอบปืนของกลางทั้ง 2 กระบอก ว่าเป็นปืนจาก หน่วยงานไหน ถ้าเป็น ปืนหลวง วันนี้ หน่วยงานเจ้าของปืน คง หนาวๆร้อนๆ กันแล้ว อย่าลืมไป แจ้งหาย เหมือนกับ รถยนต์ หลวง คันที่ให้ยืมไป ก่อเหตุนะ….และที่ สำคัญ ที่สุด ผลจากการสอบสวน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ. 9 ต้อง แถลงข่าวให้ประชาชนได้รับทราบว่า ใครเป็นคน ว่าจ้าง เป็นคน การเมือง หรือ หน่วยงานความมั่นคง และ ทำไม วิถีกระสุนทั้งหมด จึงยิงไปยัง รถตอนหน้า ถ้าต้องการ ปลิดชีพ สส.กลมศักดิ์ ลีวาเมาะ ทำไมจึงไม่ยิงใส่ที่นั่งตอนหลัง ที่ สส. กมลศักดิ์ หรือ ทนายแวยูแฮ นั่ง นี้คือประเด็นสำคัญ ที่ประชาชนอยากรู้…..
ที่สำคัญ หลัง คน หลวง รถหลวง และ อดีต คนหลวง รับงานในการก่ออาชญากรรม ครั้งนี้ ลุกลาม บานปลาย โดย บีอาร์เอ็น ได้ทำ ไอโอ เพื่อให้ ประชาชน เชื่อว่า หลายเหตุรุนแรงใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น มาจาก คนกลุ่มนี้ โดย เจ้าหน้าที่ สนับสนุน อยู่เบื้องหลัง มีการสร้างสถานการณ์ โดย เจ้าหน้าที่รัฐ เรื่องนี้ พล.ท.ธนาธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 จะว่าอย่างไร รวมทั้ง ปิยะศิริ วัฒนวรางกูล เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ที่เป็นหน่วยงานพัฒนาและสร้างความเข้าใจกับประชาชน จะว่าอย่างไร ….. สุดท้าย แหล่งข่าว ของ บีอาร์เอ็น แจ้งว่า หลังจากนี้ กองกำลังติดอาวุธของ บีอาร์เอ็น จะ ก่อกวน ด้วยการก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ให้เหมือนกับการก่อเหตุในปี 2551 ที่ผ่านมา และ ขณะนี้ บีอาร์เอ็น มีการ ประชุม แนวร่วม ในพื้นที่ของ สามจังหวัด เพื่อการ รีเซ็ท เส้นทางในการปฏิบัติการ และในการหลบหนีหลังการปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด เพราะ เส้นทางเดิมๆ เจ้าหน้าที่เริ่ม จับทาง ได้แล้ว นี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. จะเชื่อ หรือไม่เชื่อ ก็อย่าประมาท เร่ง สั่งการ ให้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อนร่วมรุ่น รับมือกับ สถานการณ์ใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้น…..แล้วพบกันใหม่ ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
—————————————————————————
//////////////////////////////////////////////////////////////

มหกรรมนกเขา. เทศบาลนครยะลา จัดพิธีปิด “งานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน ประจำปี 2569 ครั้งที่ 38” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย อับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต 3, พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา, ณ สนามนกเขา สวนขวัญเมือง เทศบาลนครยะลา
//////////////////////////////////////

พลังสตรี. บุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส เปิดโครงการ “พลังสตรีส่งเสริมศิลปาชีพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” โดยมี น.ส.สุนีย์ มาหะ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส กล่าวรายงานฯ มีนางขนิษฐา หอมยามเย็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติ ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส
////////////////////////////////////////////

ประดับยศ. พ.อ.จตุพร ธานีพัฒน์ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ประดับยศให้กับกำลังพลที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น และพิธีมอบประกาศนียบัตรกำลังพลดีเด่น และรางวัลกองร้อยที่มีผลการปฏิบัติงานจับสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมด้วยประชุมประจำเดือน มีนาคม 2569 เพื่อติดตามผลการปฏิบัติที่สำคัญ และรับทราบปัญหาข้อขัดข้องของการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมเจนบรรจง ฉก.กรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา
///////////////////////////////////////////

ให้ความรู้. มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เปิดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้แสวงบุญ ก่อนเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในระหว่างการเดินทาง ณ ห้องประชุม อบจ.ยะลา
/////////////////////////////////////////

มอบสิ่งของ. น.อ.วิราช ถิรบุตร ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมด้วยทีมงาน ลงพื้นที่ดำเนินการส่งมอบโครงการตามแผนงานพัฒนาและช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ด้วยการมอบโต๊ะ–เก้าอี้นักเรียน จำนวน 40 ชุด ให้แก่โรงเรียนตาดีกานูรูลฮูดา เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้มีความเหมาะสมและเพียงพอ ณ บ้านสาเมาะ ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา
//////////////////////////////////////

มหกรรมว่าวนานาชาติ. จังหวัดยะลา ครั้งที่ 2 Yala International Kite Festival 2026 จัดขึ้นโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรย.) จับมือภาคีเครือข่าย ภาครัฐ เอกชน ระหว่างวันที่ 7-9 เมษายน 2569 เปิดพื้นที่สร้างสีสันบรรยากาศการท่องเที่ยว สะท้อนศิลปะวัฒนธรรมความเป็นอัตลักษณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้ ว่าวบูรงนิบง” ว่าวอัตลักษณ์ประจำถิ่นยะลา พิธีเปิด นายก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา เป็นประธานในพิธี ณ รร.กีฬายะลา ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา
////////////////////////////////////////////

ตำแหน่งใหม่. วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา มอบดอกไม้แสดงความยินดีกับ สว.ประเทือง มนตรี เนื่องในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ พร้อมกันนี้ท่าน สว.ประเทือง ได้กล่าวขอบคุณและกล่าวอำลาคณะกรรมาธิการ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ รัฐสภา
//////////////////////////////////

คุมเข้ม. กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย กอ.รมน.ภาค ส่วนหน้า ยกระดับมาตรการคุมเข้ม ตามแนวชายแดนไทย -มาเลเซีย เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดน และสินค้าหลบหนีภาษีและน้ำมันเถื่อน ชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้าน จ.นราธิวาส
///////////////////////////////////////////

ลงพื้นที่. ชุดเฉพาะกิจ ป.ป.ช. อันดามัน ลงพื้นที่สังเกตการณ์ การจัดเก็บรายได้ ณ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ณ จุดจัดเก็บอ่าวมาหยา เกาะไผ่ จังหวัดกระบี่ พบการจัดเก็บยังคงใช้ระบบเดิม “เงินสด”ใช้การ “จดบันทึกด้วยมือ” นับจำนวนเรือ และจำนวนนักท่องเที่ยว ที่จุดจัดเก็บอ่าวมาหยา เก็บรายได้เป็นเงินสดกว่า 1 ล้านบาท ต่อวัน ส่วนรายได้ลูกจ้างเดือนละ 9,000 บาท ซึ่งมีความเสี่ยง
///////////////////////////////////////

ต้อนรับ. ที่สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดย อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ในพิธีเปิดงาน “Smile @ Trang” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก
///////////////////////////////////////////

มอบประกาศ. อาคม บริสุทธิ์ ผอ.รร.บ้านหินคอกควายโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรังเขต 1 เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร ให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนบ้านหินคอกควาย ประจำปีการศึกษา 2568
////////////////////////////////////

แถลงข่าว. สุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานการแถลงข่าวโครงการ Songkhla Fantasia Splash Festival @ เขต 8 ระหว่างวันที่ 12 – 13 เมษายน 2569 เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 – 24.00 น. ณ บริเวณสี่แยกสัจจกุล เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ณ ห้องแกรนด์ยอลรูม โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////////

80 ปี ประชาธิปัตย์. ไพเจน มากสุวรรณ์. อดีตนายก อบจ.สงขลาได้ร่วมงาน“ 80 ปี พรรคประชาธิปัตย์ ก้าวผ่านกาลเวลา สู่อนาคตที่ยั่งยืน ” ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์และความผูกพันที่ยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ทำบุญ 3 ศาสนา บวงสรวงพระแม่ธรณี สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์
//////////////////////////////////////////

แสดงความยินดี. รอเซ็ง ไหรเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะแต้วเข้าร่วมแสดงความยินดีแก่ สรรเพชญ บุญญามณี ในโอกาสดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ณ ห้องทำงาน กระทรวงคมนาคม
/////////////////////////////////////////

มอบรถยนต์. เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์(เถ้าแก่หลี)นักธุรกิจโรงโม่หินเขาบันไดนาง พร้อมด้วยภรรยาได้มอบรถนิสสัน เทอร่าจำนวน1คันให้กับโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อใช้ในกิจกรรมงานของโรงพยาบาลต่อไป โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลึง เป็นผู้รับมอบ
//////////////////////////////////////////

สมรส สมรัก. อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการ บริหาร สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย /ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา / ที่ปรึกษาประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดยะลา พร้อมด้วยแฟนสาว และเพื่อนสนิท เข้าร่วมแสดงความยินดีกับ น.ส.ลาริซ่า สาและ และ ส.ต.ท.ตระการ ลมูล ฉลองมงคลสมรส (วาลีมะฮ์) ณ หมู่ที่ 6 ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
///////////////////////////////////



