อาหารว่างยอดนิยมซึ่งหลายคนคงเคยได้รับประทานกันมาแล้ว นั่นคือ “สาคู-ปากหม้อ” ขนมธรรมดาที่มีมาแต่โบราณ เป็นขนมที่รับประทานง่าย รสชาติอร่อย รูปลักษณ์สวยงาม ราคาไม่แพง ปกติดั้งเดิมตัวไส้จะผสมหมูสับไปด้วย แต่เนื่องจากขนมชนิดนี้ใช้รับรองแขกตามงานต่าง ๆ ทั้งแขก ไทย จีน ฝรั่ง จึงมีการดัดแปลงตัวไส้เหลือเพียงแค่ถั่ว ไชโป๊ะ และนํ้าตาลเท่านั้น เพื่อตอบโจทย์ทุกคนทุกชนชาติ ที่สำคัญเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างน่าทึ่ง วันนี้คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” ก็มีเรื่องราวข้อมูลขนมมาบอกกล่าวคนที่กำลังมองหาอาชีพอิสระ
ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้คือ นกเอี้ยง–สมพร เนตรตุ้ม อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของร้านขนม “นกเอี้ยงขนมไทย” เล่าที่มาของอาชีพให้ฟังว่า เดิมทำงานประจำอยู่โรงงาน และต่อมาโรงแรม อยู่แผนกซักรีดแล้วรู้สึกเหนื่อยและเบื่อมาก ก็มาบ่นให้คุณแม่ฟัง ท่านก็แนะนำให้ลาออกมาขายของ ถามว่าจะขายอะไรดี ท่านก็บอกว่าเอาวิชาความรู้ที่เรามีอยู่แล้วมาต่อยอดและพัฒนาต่อ อย่างเช่นขนมหวาน ไม่ต้องไปซื้อหาสูตรให้เสียเวลา ให้เรียนจากคุณแม่ เพราะท่านเป็นอดีตแม่ค้าขนมหวาน ก็รื้อฟื้นความรู้เก่ามาถ่ายทอดให้ เธอมาฝึกเอาเองและปรับในบางส่วน เช่น สาคู-ปากหม้อ แต่เดิมนั้นสมัยของคุณแม่จะมีหมูสับผสมด้วย เธอคำนึงถึงลูกค้าว่าบางคนกินมังสวิรัติ และบางคนเป็นอิสลามด้วย จึงปรับไส้ไม่ใส่หมูสับ ใส่แค่ไชโป๊ ถั่วลิสง และนํ้าตาล โดยผัดไส้ให้รสกลมกล่อมกำลังดี

“สาคู–ปากหม้อ จึงเป็นขนมอย่างแรกที่ลองทำออกขาย ต้องบอกว่าผลตอบรับดีมาก ๆ เมื่อมั่นใจแล้วว่าเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้สบาย ๆ จึงลาออกจากงานประจำ และทำขนมหวานขายเสริมคู่กันไปด้วยตามคำเรียกร้องของลูกค้า ซึ่งจะสลับปรับเปลี่ยนกันไปทุกวัน เช่น ปลากริมไข่เต่า, กล้วยบวชชี, ครองแครงกะทิสด, ข้าวเม่าคลุก, กล้วยเชื่อม, ฟักทองแกงบวช, มันแกงบวช, เต้าส่วน, บัวลอย, สาคูเปียก, ข้าวเหนียวเปียกลำไย ฯลฯ อยากบอกว่าอาชีพค้าขายดั้งเดิมแบบไทยไม่ว่าจะเกิดวิกฤติใด ๆ ที่ผ่านมาก็สามารถช่วยให้ผ่านพ้นไปได้”
อุปกรณ์ ที่ใช้ก็มี หม้อแขก, กระทะ, ลังถึง, เตาแก๊ส, ทัพพี, กระชอน, ไม้พาย, ถาด, อ่างผสม, ผ้าขาวบาง และภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้ในครัวเรือน
วัตถุดิบ มี สาคูเม็ดเล็ก, ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 3 ถ้วยตวง, หอมหัวแดงสับ 1 ถ้วยตวง, ไชโป๊หวานสับ 2 ถ้วยตวง, นํ้าตาลปี๊บ 1 ½ ถ้วยตวง, ซีอิ๊วขาว, พริกไทยเม็ดดำ 1 ช้อนโต๊ะ, รากผักชี 4 ราก, เกลือป่น, นํ้ามันพืช และกระเทียมเจียว
ปากหม้อส่วนผสม มี แป้งข้าวเจ้า, แป้งมัน, แป้งท้าวยายม่อม และนํ้าเปล่า ส่วนผักเคียงที่ใช้รับประทานกับขนมสาคูไส้ไก่ มี ผักกาดหอม, ผักชี และพริกขี้หนูสวน

ขั้นตอนการทำ “สาคู–ปากหม้อ”
โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยเป็นสามเกลอ ตั้งกระทะ นํ้ามัน ใส่สามเกลอลงผัดให้หอม ใส่หอมแดงสับลงไปผัด พอส่งกลิ่นหอมใส่ไชโป๊ลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยนํ้าตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว ผัดไปเรื่อย ๆ ให้ส่วนผสมเริ่มงวด นำถั่วลิสงคั่วบดหยาบลงไป ชิมรสชาติหวานเค็มนำ ผัดจนส่วนผสมแห้งและงวด ปิดไฟตักส่วนผสมใส่ภาชนะขึ้นพักไว้ พอไส้เย็นจับปั้นเป็นก้อนกลม ๆ
ปากหม้อ ผสมแป้งข้าวเจ้า, แป้งมัน, แป้งท้าวยายม่อม และนํ้าเปล่า คนให้เข้ากันจนได้เนื้อแป้งที่เนียน ตั้งหม้อใส่นํ้า ½ หม้อ ขึงผ้าขาวบางให้ตึง ผูกด้วยยางให้แน่น เจาะรูด้านบนผ้าเพื่อเติมนํ้าและเป็น ทางผ่านไอนํ้า รอให้นํ้าเดือด พรมนํ้าบนผ้า ตักแป้งหยอดบนผ้าแล้ววนเป็นแผ่นบาง ๆ ปิดฝานึ่งประมาณ 30 วินาที จนแป้งสุกเป็นสีใส หยิบไส้มาวาง ใช้พาย ปาดแป้งห่อไส้ แล้วนำไปวางในถาดที่ทาด้วยนํ้ามันกระเทียมเจียว
สาคู เม็ดสาคูนำไปแช่นํ้า 1-2 นาที แล้วกรองออกให้สะเด็ดนํ้าเพื่อให้เม็ดสาคูขยายตัวแต่ยังเกาะตัวกันได้ จากนั้นแผ่สาคูที่เตรียมไว้ นำไส้ที่ปั้นไว้มาวางตรงกลาง ห่อสาคูให้มิดเป็นก้อนกลมตั้งไว้ นำสาคูที่ห่อแล้วไปนึ่งประมาณ 5-10 นาที จนแป้งสาคูสุกใส แล้วพรมนํ้ามันกระเทียมเจียวให้ทั่วเพื่อไม่ให้ติดกัน

สำหรับราคาขาย “สาคู-ปากหม้อ” เจ้านี้ ปกติขายชุดละ 25 บาท มี 9 ลูก แต่ตอนนี้ของแพงขึ้น จะปรับเหลือ 8 ลูก
ใครสนใจอยากทำ “สาคู-ปากหม้อ” เป็นอาชีพก็ลองฝึกลองทำกันดู ส่วนเจ้านี้จะแตกต่างจากเจ้าอื่นยังไง เจ้านี้ปกติจะเปิดร้านขายอยู่ที่ตลาดในหมู่บ้านวงศ์สว่าง 19 ต้องการติดต่อ นกเอี้ยง–สมพร เนตรตุ้ม เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” ได้ที่ โทร. 08-3019-5552 ขนมไทยคู่ขายนี้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังคงดำรงอยู่คู่คนไทยอย่างเหนียวแน่น และนี่ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่น่าพิจารณา !!.
คู่มือลงทุน…สาคู-ปากหม้อ
ทุนเบื้องต้น ประมาณ 5,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60% ของราคา
รายได้ ขาย 25บาท / 8 ลูก
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ร้านขนมของฝาก, ตลาด, งานอีเว้นต์
จุดน่าสนใจ ปรับสูตรทำขายได้ทุกเทศกาล
เชาวลี ชุมขำ : รายงาน



