ทั้งนี้ “รังสี UV” ที่มีเกณฑ์ตรวจวัดเรียกว่า… “ดัชนีรังสี UV” หรือ “UV Index” ซึ่ง “ค่าดัชนีรังสี UV” นี้ได้มีการจัด “แบ่งเป็นสีต่าง ๆ” ตาม “ระดับความเข้มข้น” เอาไว้ เพื่อให้ประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ นำไป… “ใช้เป็นสัญญาณเตือนภัย” เพื่อป้องกันอันตราย…
จะแบ่งเป็นกี่ระดับ? แบ่งออกเป็นกี่สีบ้างนั้น
กรณีนี้ก็ต้องลองมาดูข้อมูลโดยสังเขปเรื่องนี้
เกี่ยวกับ “UV Index” หรือ “ค่าดัชนีรังสี UV”
สำหรับ “ค่าดัชนีรังสี UV” ข้อมูลโดย วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี มีการอธิบายเอาไว้ว่า… เป็นการวัดมาตรฐานระดับสากลในเรื่องของการเผาของแดดโดยการแผ่รังสีของรังสีอัลตราไวโอเลตในพื้นที่หรือเวลานั้น ๆ โดยหน่วยวัดดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวแคนาดาเมื่อปี 2535 และได้นำมาปรับใช้ใหม่จากทางองค์การอนามัยโลก กับองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกของสหประชาชาติ ในปี 2537 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้คนสามารถป้องกันจากรังสี UV ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เนื่องจากทำให้เกิดการเผาไหม้จากแดด ภาวะผิวแก่ก่อนวัย ภาวะภูมิคุ้มกัน ผลกระทยต่อตา มะเร็งผิวหนัง
ตลอดจนทำให้เกิดผลกระทบส่งต่อดีเอ็นเอ
จึงมีการกำหนด “เกณฑ์ค่าดัชนีรังสี UV” ขึ้น

แล้วรังสี UV มีกี่ระดับ? รวมถึงระดับไหนที่สามารถเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ โดยเรื่องนี้ แหล่งข้อมูลของวิกิพีเดีย ให้รายละเอียดว่า… ค่าดัชนีรังสียูวี (UV Index) ถูกกำหนดเป็นสีต่าง ๆ ไว้ เพื่อให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ โดยมีตั้งแต่ระดับที่ปลอดภัย ระดับที่ต้องระวัง รวมไปถึงระดับอันตราย ที่จำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือได้รับรังสีโดยตรง ได้แก่…
สีเขียว มีค่าดัชนีรังสี UV ตั้งแต่ 0–2.9 ที่จัดอยู่ใน “ระดับต่ำ” โดยคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันค่ารังสีระดับนี้ คือ ควรสวมแว่นกันแดด ในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง, สีเหลือง มีค่าดัชนีรังสี UV ตั้งแต่ 3–5.9 จัดอยู่ใน “ระดับปานกลาง” ส่วนวิธีป้องกันรังสีระดับนี้ คือ ระมัดระวังโดยการปกปิดผิว หรือถ้าต้องอยู่กลางแจ้ง ให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลาเที่ยงวัน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีแสงมากที่สุด, สีส้ม มีค่าดัชนีรังสี UV ตั้งแต่ 6–7.9 จัดอยู่ใน “ระดับสูง” และมีวิธีป้องกัน คือ ปกปิดด้วยเสื้อผ้าและแว่นกันแดด สวมหมวก และใช้สารกันแดดที่มีเอสพีเอฟมากกว่า 30 กับ ควรอยู่กลางแจ้งให้น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
ต่อมาคือ สีแดง ที่มีค่าดัชนีรังสี UV ตั้งแต่ 8–10.9 จัดอยู่ใน “ระดับสูงมาก” โดยวิธีป้องกันรังสีที่มีความเข้มข้นระดับสีแดง คือ ใช้สารกันแดดที่มีเอสพีเอฟมากกว่า 30 สวมเสื้อผ้าและแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้างที่ปิดมิดชิด รวมถึง ไม่ควรทำกิจกรรมอยู่กลางแดดเป็นเวลานานต่อเนื่อง และสุดท้าย สีม่วง มีค่าดัชนีรังสี UV ตั้งแต่ 11+ จัดอยู่ใน “ระดับรุนแรง” ขณะที่วิธีป้องกันค่ารังสี UV ระดับรุนแรง มีคำเตือนให้ระมัดระวังมากขึ้น โดย ใช้สารกันแดดที่มีเอสพีเอฟมากกว่า 30 สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว แว่นกันแดด หมวกปกปิดมิดชิด และ เลี่ยงอยู่กลางแจ้งเกิน 3 ชั่วโมง
นอกจากนั้น ยังมี “คำแนะนำ” จาก องค์การอนามัยโลก ด้วยว่า… แนะนำให้ผู้คนป้องกันตัวเองเมื่ออยู่กลางแดดด้วยการสวมหมวกและแว่นกันแดด หากอยู่กลางแจ้งด้วยดัชนียูวีระดับ 3 ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ดัชนีรังสี UV ไม่ว่า… จะเป็นอากาศร้อนหรืออากาศเย็นก็สามารถมีค่าดัชนีรังสีที่เข้มข้นสูงได้ เพราะดัชนีรัสี UV นั้น เกี่ยวข้องกับมุมของดวงอาทิตย์ ที่ยิ่งดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับโลกมากขึ้นไหร่ หรือยิ่งดวงอาทิตย์ตั้งตรงเท่าไหร่ ค่าดัชนีรังสีนี้ก็ยิ่งสูงเพิ่มขึ้น …เป็นคำอธิบาย
ระบุชัดเจน “รังสี UV” ไม่เกี่ยวกับอากาศร้อน
อากาศไม่ร้อนก็มีรังสี UV ปริมาณเข้มข้นได้
ส่วน “อันตราย” จากการได้รับรังสี UV เข้มข้นเป็นเวลานาน ๆ นั้น ข้อมูลโดย สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เคยมีการออกมาแนะนำว่า… แม้แสงแดดจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะในการ สร้างวิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก ที่หากไม่ได้รับแสงแดดนาน ๆ อาจทำให้มวลกระดูกลดลง แต่ในทางตรงกันข้าม หากได้รับมากเกินไป จะทำให้เกิดผลกระทบต่อผิวหนัง และโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น โรคแพ้แสงแดด, โรคติดเชื้อผิวหนัง, โรคฝ้า, โรคมะเร็งผิวหนัง
และนี่ก็เป็น “ข้อดี–ข้อเสีย” ที่มีการให้ข้อมูลไว้
ทั้งนี้ สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับ “วิธีป้องกันดูแลผิวให้ปลอดภัย” จาก “อันตรายของรังสี UV” นั้น ทางสถาบันโรคผิวหนังมีการให้คำแนะนำเรื่องนี้ไว้ ดังนี้… ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด โดยเฉพาะในช่วงเวลาระหว่าง 10.00 ถึง 15.00 น. เพราะ เป็นช่วงที่ก่อให้เกิดอันตรายกับผิวหนังมากที่สุด หรือใน กรณีที่ต้องโดนแดดจัดเป็นเวลานาน หรือ เป็นโรคแพ้แสงแดด การป้องกันทำได้โดยการกางร่ม สวมหมวกปีกกว้างที่ปกปิดแสงแดดได้มิดชัด ใส่เสื้อแขนยาว ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน รวมถึงหมั่นสังเกตความผิดปกติผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ …และนี่เป็นคำแนะนำ “ข้อควรปฏิบัติ-สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง”
เพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี UV มากเกินไป
ที่ “เดือนเมษายน 69” นอกจากร้อนสะบัดแล้ว
ยังเป็นช่วงที่ “รังสี UV มีระดับที่เข้มข้นมาก ๆ”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



