เจอฝ่ายค้านจัดหนักจัดเต็ม แปลงเวทีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เป็น ศึกซักฟอก เรียงหน้ารุมสับรัฐบาลกลางสภา 2 วันซ้อน ฟาด รัฐบาลไร้ฝีมือ คุมน้ำมันไม่อยู่ ปราบโกงเหลว ล่าไอ้โม่งกักตุนน้ำมันไม่ได้ ปล่อยประชาชนรับแรงกระแทกจากวิกฤติเศรษฐกิจด้วยตัวเอง
เรียกได้ว่า รัฐบาลโดน เปิดแผลฉ่ำ ก่อนเปิดศักราช “รัฐบาลอนุทิน 2” นับหนึ่งการทำงานที่มีอำนาจทางกฎหมายเต็มเหนี่ยว ปักหมุดเข็นมาตรการเข้ม ๆ ออกมาประคองประชาชนสู้วิกฤติพลังงาน
รัฐบาล ทุ่มงบ 7.7 พันล้าน คุมราคาสินค้า เยียวยากลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง เติมเงินบัตรคนจน 100 บาท จำนวน 13.22 ล้านคน เริ่มจ่าย 13 เม.ย. หรือเทศกาลสงกรานต์นี้ พร้อมปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำคนติดโซลาร์เซลล์และคนซื้อรถไฟฟ้าอีวี รวมถึงช่วยเติมน้ำมันรถขนส่งและรถรับจ้าง
“ดาวฤกษ์” ดูเผิน ๆ เหมือน รัฐบาลทุ่มสุดตัว แต่พอแหวกดูไส้ใน กลับเป็นแค่การ โปะรูรั่ว มากกว่าแก้วิกฤติจริงเพราะเงินใหม่ที่ใส่เข้าไปช่วยประชาชนแบบสด ๆ มีแค่ราว 3,000 ล้านบาท ที่เหลือคือเอางบเก่ามาหมุน จึงเป็นแค่การ ประคองสถานการณ์เท่านั้น
โดยเฉพาะการเติมเงินบัตรคนจนเพิ่ม 100 บาท ฟังดูเหมือนช่วย แต่ในโลกความจริง ค่าครองชีพไม่ได้ขึ้นแค่เดือนละร้อย ทั้งค่าน้ำมันขึ้น ค่าอาหารขยับ ค่าเดินทางพุ่ง เงิน 100 บาท ยุคนี้จะอยู่ได้กี่วัน?
ขณะที่ ฝั่งเกษตรกร กระดูกสันหลังของชาติ ต้นทุนหลักคือปุ๋ยกับน้ำมัน พุ่งแบบฉุดไม่อยู่ แต่มาตรการที่ออกมา กลับช่วยแบบจำกัดจำเขี่ย
ส่วน ภาคขนส่ง ที่อุดหนุนน้ำมัน 42 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.- 31 พ.ค. 69 ถามว่า หลังจากนั้นไปต่อยังไง และถ้าราคาน้ำมันยังสูง ผู้ประกอบการก็ต้องขึ้นราคาอยู่ดี
กลายเป็นแค่ ซื้อเวลา อุดรูรั่ว ไปวัน ๆ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง เป็นการสุมปัญหารอระเบิดเวลา
“อ.ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แกนนำพรรคประชาชน ออกมากะซวกชัด ๆ ว่า มาตรการช่วยเหลือไม่ครอบคลุม มีคนตกหล่นอยู่เยอะ และรัฐบาลเลือกที่จะลงรายละเอียดไปที่กลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ ในเรื่องค่าก่อสร้าง แก้สัญญาได้ คืนหลักประกันได้ ปรับราคากลางได้ ซึ่งถือว่าเป็นการที่ตรงเป้า และใจดีมาก
“ดาวฤกษ์” คิดเทียบกับมาตรการการช่วยเหลือในกลุ่มอื่น ที่เลือกใช้มาตรการแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่กล้าอัดงบเต็ม ภาพรวมจึงสะท้อนชัดว่า รัฐบาลกำลังเลือกช่วยคนบางกลุ่มที่มีอำนาจต่อรอง แต่คนตัวเล็ก กลับต้องดิ้นรนกับเศรษฐกิจที่แพงขึ้นทุกวันหรือไม่
การแก้ปัญหาแบบไม่ครบลูป ท่ามกลางศึกสงครามตะวันออกกลางยังไม่จบ แต่วิกฤติพลังงานยังถูกยื้อไปอีกนาน อย่างที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง บอกว่า วิกฤติอาจยาว 1–2 ปี เป็นการตะโกนให้ประชาชนก้มหน้ายอมรับ และปรับตัวในอยู่กับวิกฤติใหม่ที่คนไทยต้องอยู่กับของแพงไปอีกยาว
คำถามคือ…รัฐบาลกำลังแก้ปัญหา หรือแค่ยื้อเวลา? มาตรการชุดนี้ ตัวเลขอาจดูสวย แต่ผลลัพธ์จริงยังห่างไกลจากคำว่าเยียวยา
และถ้ายังเดินเกมแบบนี้ต่อไป ประชาชนคงต้องอยู่กับความเดือดร้อนแบบไม่มีทางออกไปอีกนาน.
“ดาวฤกษ์”



