จันทร์ 20 เม.ย. ศาลอาญาคดีทุจริตนักการเมือง สั่งยกฟ้อง กรณี สว.สำรอง นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. (ขณะนั้น) นายแสวง บุญมี เลขาธิการกับคณะกรรมการ รวม 8 คนในความผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ดำเนินคดีฮั้ว สว.ล่าช้า ไม่มีความคืบหน้า โดยศาลชี้ว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจฟ้อง ผู้มีอำนาจฟ้องคือ อัยการสูงสุด ก็งงๆ เพราะมองว่า สว.สำรองมีส่วนได้เสียโดยตรง ก็ยังฟ้องไม่ได้ รัฐธรรมนูญชาติไหน

คดี ฮั้ว สว.น่าจะจบแบบไร้มลทินมัวหมอง แม้มองจากดาวอังคารยังเห็น เลือกตั้ง สว.มีพิรุธ ไม่โปร่งใส มีหลักฐานจับได้มากมาย ทั้ง โพยกระดาษที่ถูกทิ้งไว้ การพักโรงแรมเดียวกัน แต่งชุดสีเดียวกัน ผลโหวตลำดับ 1-6 เห็นชัดถึงคะแนนที่ไล่เรียงตามลำดับ ขณะลำดับต่ำกว่านั้น ทิ้งห่างกว่าครึ่ง  ในแทบ 20 กลุ่มอาชีพ  กกต.องค์กรอิสระ ก็เห็นว่า ไร้หลักฐานพิสูจน์การฮั้ว ปล่อยผี 138 ผู้ต้องหา ที่รวมทั้งนักการเมืองใหญ่พรรคนำ้เงินทุกคนไปเรียบร้อยก่อนหน้า?!?

คนคิดสูตรฮั้ว สว. โคตรเทพ แต่ไม่ใช่ลูกเทพแถวอ่างทองนะ ใครอย่าใส่ร้าย บาปกรรมเปล่า ๆ

อีกเรื่อง เดือน มี.ค.นี่เอง มีข่าวเล็ดรอด ป.ป.ช.องค์กรอิสระ ยกคำร้อง คดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ จากกรณี ใช้ “นอมินี” ทำนิติกรรมอำพรางซุกหุ้น บริษัท บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดย ป.ป.ช. เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า นายศักดิ์สยามไม่รู้ว่าตัวเองยังถือหุ้นอยู่ในบริษัทตนเอง…

ใด ๆ คดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ เคยมีมติ 7 ต่อ 1 ให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยามสิ้นสุดลง เพราะสืบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญว่า มีการทำนิติกรรมอำพราง ขณะ “นอมินี” บริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย (น่าจะ 5 ล้าน) ผิดมั้ย พรรคสีน้ำเงินจะถูกยุบหรือไม่…

ที่กลายเป็นคำถามใหญ่ เมื่อคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แล้วมียกเว้นได้หรือ ทำไม ป.ป.ช.สามารถลงมติที่ขัดกับคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมได้ แล้วศาลรัฐธรรมนูญจะว่าไง ก็รอฟังกัน ?!? 

ขณะศุกร์ 24 เม.ย.นี้  ศาลฎีกาจะชี้ชะตาอนาคต 44 สส.พรรคประชาชน หลัง ป.ป.ช.ชุดเดียวกันนี้ มีมติว่า การเสนอแก้ไขกฎหมาย .112 ในสภา เป็นการทำผิดจริยธรรมร้ายแรง มีโทษตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต อ้างแม้เป็นสิทธิเสนอกฎหมาย แต่มีเจตนาแอบแฝงเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน (พรรคส้มเสนอหาเสียงประเด็นนี้ กกต.ไม่เคยห้าม) โดยหากศาลฎีกาไม่มีคำสั่งเป็นอื่น 10 สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคส้ม แกนนำสำคัญ รวมหัวหน้าพรรค กับอีก 2 สส.เขต กทม. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที แม้พรรคส้มเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า

แต่ไม่ต่างจากการถูกตัดแขนตัดขาอีก กว่าจะงอกประกอบร่างใหม่ พรรคส้มที่ได้รับความนิยมมากสุดจากประชาชน ก็ต้องสูญเสียพลัง สูญเสียบุคลากรที่เก่งกาจ ทำให้พรรคอ่อนแอ ไม่ต่างจากไทยรักไทยที่เป็นเพื่อไทยตอนนี้

เสียดายที่พรรคเพื่อไทยลืมความเจ็บปวดนี้ มีเพียง จาตุรนต์ ฉายแสง  ที่ยืนหยัดหลังตรง ออกมาแสดงความเห็นไม่ยอมรับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับพรรคส้ม ซึ่งก็คงทำได้แค่นั้น แต่ก็ยังดีกับหัวใจที่ยังคงรักความเป็นธรรม

เหมือนที่เกิดกับ แยม-ฐปนีย์ เอียดศรีไชย นักข่าวมืออาชีพ เธอแค่ซื่อตรงต่องานในหน้าที่ ถูกนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ถามว่า ยังครบ 32 หรือไม่ ทั้งที่เธอถูก “ไอโอ” ถล่มยับเยิน หาว่าเป็นนักข่าวโจร เป็นโฆษกบีอาร์เอ็น ขู่ถึงเอาชีวิต ไล่ให้ออกนอกประเทศ  แต่นายกฯหนู กลับเห็นเป็นเรื่องตลก ดีใจที่ร่างกายแยมยังครบ 32 ประการ ไม่โดนอุ้ม โดนซ้อม โดนตัดแขนตัดขา ใครจะเชลียร์ นายกฯว่า ตลก แต่เราขำไม่ออก

เหมือนที่นายกฯหนู ถุยใส่ “สปีช” วันงานไหลบางเบิด ชุมพร ซึ่งทีมงานในพื้นที่ทำเตรียมไว้ให้ (กว่าที่เค้าจะเขียนออกมา ต้องหาข้อมูลอย่างดีที่สุดแล้ว) ก็เป็นตลกร้ายเช่นกัน

อยากตั้งคำถามกับสังคมไทยว่า ใครที่อยู่บนยอดพีระมิด ได้รับผลประโยชน์ทั้งทางตรงทางอ้อมจากการอุ้มชูของระบอบที่เหลื่อมล้ำ ไร้ความเป็นธรรม จะให้ลุกขึ้นปฏิรูปความอยุติธรรมหรือ? คงยากสุด ๆ เหมือนอยู่คนละจักรวาล 

ฉันใดก็ฉันนั้น วันพิพากษาประหารพรรคส้มก็แค่อีกวันธรรมดาก็เท่านั้น.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่