ความสำเร็จของตู้โดยสารต้นแบบ “สุดขอบฟ้า” เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ เมื่อทีมวิจัยไทยเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางที่ท้าทายยิ่งกว่า นั่นคือการสร้างรถไฟโดยสารไฟฟ้า(EV) แบบเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง หรือ “Shuttle Train” ชุดแรกของอาเซียน  

ทีมวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)  จับมือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าโครงการนี้ภายใต้นโยบาย “ไทยเฟิร์ส” ของกระทรวงคมนาคม ที่ชูแนวคิด “ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน” มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า และปลุกปั้นอุตสาหกรรมภายในประเทศให้แข็งแกร่ง

ต่อยอดองค์ความรู้จาก“สุดขอบฟ้า”  ขบวนรถต้นแบบ 2 ตู้ชุดแรกนี้  ได้นำแนวคิดและเทคโนโลยีจากตู้โดยสาร สุดขอบฟ้า (Beyond Horizon)” เข้าสู่กระบวนการผลิตมาแล้วกว่า 1 ปี คืบหน้าไปแล้วครึ่งทาง ทั้งโครงสร้างตัวรถแบบไฮบริดเหล็ก-สแตนเลส แคร่มอเตอร์แม่เหล็กถาวร และแคร่เทรลเลอร์ ผ่านการทดสอบมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงงานระบบขับเคลื่อน ระบบชาร์จแบตเตอรี่ ระบบควบคุมรถไฟ และการตกแต่งภายใน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบเดินรถจริง  ใช้เวลาอีกราว 2-3 ปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์

เงียบ ไร้มลพิษ ตอบโจทย์เดินทางระยะสั้น แม้จะไม่หรูหราเทียบเท่า “สุดขอบฟ้า” แต่ “Shuttle Train” ออกแบบให้เป็นรถไฟปรับอากาศสำหรับการเดินทางระยะสั้น เน้นใช้งานจริง คุ้มค่า และตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวัน  

รูปแบบภายในคล้ายรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ที่คุ้นเคย มีที่นั่งสองฝั่ง พื้นที่ยืนตรงกลาง ห่วงและราวจับครบครัน รองรับผู้โดยสารได้ราว 200 คนต่อเที่ยว ห้องขับสองด้านทำให้ไม่ต้องกลับขบวน  ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ 100% โดยไม่ต้องใช้หัวรถจักรลากจูง มีพนักงานควบคุมการเดินรถ วิ่งด้วยความเร็วให้บริการสูงสุด 80 กม./ชม. (ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 90 กม./ชม.) เงียบ ไร้มลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คนไทยทำเอง ลดต้นทุน สร้างฐานระบบราง จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้คือการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 40% ตั้งแต่โครงสร้างตัวรถ ชิ้นส่วนภายใน ระบบไฟฟ้า-เครื่องกล ระบบปรับอากาศ ไปจนถึงที่นั่ง พร้อมประกอบในโรงงานไทยทั้งหมด ช่วยลดต้นทุนได้ถึง 40% พร้อมสร้างฐานการผลิตระบบรางในประเทศ  หากนำเข้าคาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท 

โครงการได้รับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับภาคเอกชน อยู่ระหว่างขอทุนสนับสนุนระยะที่ 2 และ 3 ต่อไป

เติมเต็มช่องว่างการเดินทาง เชื่อมเมืองผ่าน ARL  เป้าหมายหลักของ Shuttle Train  คือการวิ่งให้บริการระยะสั้นบนเส้นทางป้ายหยุดรถ สจล.-สถานีลาดกระบัง ระยะทาง 3.5 กม.  ทำหน้าที่เป็นฟีดเดอร์เชื่อมต่อชุมชนโดยรอบ สจล. ทั้งย่านหัวตะเข้และลาดกระบัง เข้ากับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ทำให้การเดินทางเข้าสู่เมืองสะดวกและเชื่อมต่อระบบขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม

ปัจจุบันนักศึกษา คณาจารย์ และประชาชนในพื้นที่ต้องอาศัยรถไฟท้องถิ่นของ รฟท. ที่มีให้บริการไม่กี่เที่ยวต่อวัน  ไม่เพียงพอต่อความต้องการเดินทางจริง เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถให้บริการได้วันละ 10-20 เที่ยวตลอดทั้งวัน ส่วนรายละเอียดตารางเวลาเดินรถและค่าเช่าใช้รางที่ต้องจ่ายให้ รฟท. ยังอยู่ระหว่างการเจรจา

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน อีกไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า ชาวลาดกระบังและประชาคม สจล. จะได้สัมผัสกับรถไฟไฟฟ้าฝีมือคนไทยที่ไม่เพียงช่วยย่นการเดินทาง  แต่ยังสะท้อนศักยภาพของคนไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางและต่อยอดอุตสาหกรรมรถไฟไทยสู่เวทีอาเซียน

“สุดขอบฟ้า” จึงไม่ใช่ปลายทาง หากเป็นจุดเริ่มต้นของรถไฟที่คนไทยสร้างและขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต