อย่างไรก็ตาม แต่เมื่อโลกใบเก่าค่อย ๆ ก้าวเคลื่อนออกไปสู่โลกใบใหม่ที่เปิดรับความแตกต่างมากขึ้นในหลายมิติ ทำให้ “ภาพลักษณ์คุณหมอยุคใหม่” จึงมีพลวัตเปลี่ยนไปตามโลกที่ขยับนี้ด้วย จนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ ไปพร้อม ๆ กับการแบกรับหน้าที่ในบทบาทการเป็นผู้รักษาและช่วยชีวิตคนไข้ อย่างเช่น “หมอโอ-นพ.วุฒิชัย กำเนิดกาลึม” คุณหมออินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กมากกว่า 2 แสนคน และทางติ๊กต็อกอีกกว่า 1.6 แสนคน ที่วันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” จะพาไปทำความรู้จักกับคุณหมอท่านนี้ให้มากขึ้นกัน…

“นพ.วุฒิชัย กำเนิดกาลึม” หรือที่โลกโซเชียลรู้จักในชื่อ “หมอโอวลี” แพทย์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีคนติดตามหลักแสน ปัจจุบันนี้คุณหมอดำรงตำแหน่งเป็น นายแพทย์ชำนาญการ รพ.นายูง จ.อุดรธานี โดยนอกจากการรักษาคนไข้แล้ว ยังมีภารกิจสอนนักศึกษาพยาบาลเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต และนอกจากบทบาทคุณหมอและอาจารย์หมอของน้อง ๆ นักศึกษาพยาบาลแล้ว คุณหมอยังเป็น ศิลปินนักร้อง ที่เป็นเจ้าของผลงานเพลง อาทิ สาวบาลจบใหม่, น้ำตาหล่นบนรถรีเฟอร์, ภูก้อนออนซอนฮัก ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากงานอดิเรกที่คุณหมอชื่นชอบคือ การร้องหมอลำ โดยอีกหนึ่งงานอดิเรกที่คุณหมอชื่นชอบไม่แพ้กัน และเล่นเป็นประจำก็คือ กีฬาวอลเลย์บอล ในขณะที่ประวัติส่วนตัวของคุรหมอโดยสังเขป นพ.วุฒิชัย เล่าว่า คุณพ่อและคุณแม่มีอาชีพรับราชการครู โดยคุณหมอเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ที่โรงเรียนอุดรพัฒนาการ จ.อุดรธานี และจบปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

หมอโอเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์และโซเชียลว่า ถูกคนจดจำได้ในฐานของ “คุณหมอนักร้องหมอลำ” จากการเป็น อดีตผู้เข้าประกวดรายการไมค์ทองคำ 10 (ช่องเวิร์คพอยท์) และบทบาทด้านนี้ยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อคุณหมอผันตัวมาเป็น อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์สายสุขภาพ ที่ตัวของคุณหมอมักจะออกมาให้ความรู้ทางการแพทย์ และเล่าเรื่องราวชีวิตการเป็นแพทย์อินเทิร์นผ่านสื่อโซเชียลอยู่เสมอ ๆ พร้อมกับการเป็นวิทยากรให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจด้านสาธารณสุขให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการเปิดคลินิกนายแพทย์วุฒิชัยเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยไปด้วย

ขณะที่ “เส้นทางแสดงออก” เพื่อบ่งบอกตัวตน จนทำให้เกิดกระแสไวรัลฮือฮาหลังคุณหมอลุกขึ้นมาแต่งหญิงถ่ายคลิปโพสต์ลงโซเชียลนั้น หมอโอเล่าว่า หลงรักการแต่งหญิงมาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยมักจะร่วมรำในขบวนงานบุญบั้งไฟที่บ้าน ซึ่งในช่วงประถมคุณหมอก็ยังแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชายปกติ แต่พอขึ้นชั้น ม.1 คุณหมอก็เริ่มหันมาแต่งตัวเป็นผู้หญิงจริงจังในกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยคุณหมอเผยความในใจเรื่องนี้กับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า

หมอยอมรับครับว่าเป็น LGBTQ+ ที่ชอบแต่งหญิงเพื่อให้ดูสวยงาม เป็นงานอดิเรก หรือเพื่อความตลกขบขันในบางโอกาส แต่ไม่ได้ปรารถนาที่จะผ่าตัดแปลงเพศ เพราะยังอยากเป็นผู้ชายในชีวิตปกติ ส่วนที่มาของชื่อ โอวลี มาจากชื่อเล่นของเราว่า โอ แล้วนำมาเติมคำว่า วลี เมื่อนำมารวมกันจึงกลายเป็นโอวลี เพื่อใช้เป็นชื่อฉายาในวงการหมอลำตั้งแต่สมัยเรียนหมอแล้ว โดยตอนนี้มีผลงานเพลงของตัวเอง 8 เพลง และแต่งเพลงให้ศิลปินอื่นด้วย ซึ่งผลงานที่ภาคภูมิใจคือการแต่งเพลงชื่อ มะเร็งท่อน้ำดี เพื่อรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพให้กระทรวงสาธารณสุข”

กับบทบาท “ศิลปินหมอลำ”

คุณหมอกล่าว พร้อมกับบอกอีกว่า แม้จะชื่นชอบงานด้านบันเทิง แต่ก็ยังรักอาชีพหมอ โดยวันนี้ยังคงลงตรวจคนไข้ประจำ โดยคุณหมอจะอยู่เวรเดือนละราว 10 วัน ส่วนงานวิทยากรหรืองานบรรยายวิชาการจะรับเดือนละ 2 วัน เพื่อไม่ให้กระทบงานโรงพยาบาล ส่วนการ แต่งหญิงในโรงพยาบาล ที่ปรากฏในสื่อโซเชียลนั้น คุณหมอบอกว่า จะแต่งในวันสำคัญ ๆ เช่น วันเกิด วันปล่อย MV หรือบางครั้งก็จะสวมชุดผู้หญิงมาตรวจคนไข้เพื่อสร้างสีสัน และลดความเครียดให้ผู้ป่วย

ครั้งหนึ่งเคยแต่งหญิงด้วยชุดสีน้ำตาลมาปฏิบัติหน้าที่ แล้วต้องเข้าไปช่วยคีบก้างปลาออกจากคอให้พระสงฆ์ ในตอนนั้นผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหัวเราะและแซวด้วยความเอ็นดูว่า อุ๊ย! ผู้หญิงทำไมจับพระได้ ซึ่งสร้างบรรยากาศที่ตลกขบขันและเป็นกันเองอย่างมาก ถึงขั้นที่มีแฟนคลับคอยส่งกระโปรงมาให้หมออยู่เรื่อย ๆ ซึ่งแม้จะแต่งหญิง แต่อินเนอร์ในการดูแลคนไข้ไม่ได้ต่างจากการใส่ชุดปกติ คือเรื่องของชุดไม่เกี่ยวอะไรกับความตั้งใจ หรือไม่ได้ลดทอนความมุ่งมั่นที่อยากจะรักษาคนไข้เลย”

กับบทบาท “คุณหมอ”

แม้คนภายนอกและคนไข้จะให้การยอมรับกับบุคลิกพิเศษเช่นนี้ของทางคุณหมอ แต่ในมุมองเพื่อนหมอ ผู้ใหญ่ และคนใน รพ. เองละเป็นอย่างไร โดยเราได้ถามเรื่องนี้กับทาง นพ.วุฒิชัย ไว้เช่นกัน โดยหมอโอบอกว่า เรื่องคำวิจารณ์หรือสายตาที่มองมา ไม่เคยทำให้ตัวคุณหมอรู้สึกกังวลเลย เพราะเชื่อมั่นว่าได้พิสูจน์ตัวเองผ่านความแม่นยำทางวิชาการ และประสิทธิภาพการรักษาอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องอื่น ๆ จึงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเก็บมาสนใจ จนบั่นทอนตัวคุณหมอแต่อย่างใด

อย่างคุณพ่อของหมอ ในอดีตท่านอยากให้ลูกเป็นทหาร หมอจึงไปเรียนเตรียมทหาร และนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ตามใจพ่อ แต่ระหว่างนั้นก็รู้สึกสับสนตัวเอง ยอมรับว่ามีความรู้สึกทั้งอยากเป็น และไม่อยากเป็นผสมปนเปกัน ที่สำคัญตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกอยากแต่งหญิงแล้วด้วย แต่แม้จะฝืนแต่เราก็ยังคงตั้งใจเรียนให้มากที่สุด เพื่อสอบให้คุณพ่อ แต่ก็สอบไม่ติด คุณพ่อก็กลัวว่าการชอบหมอลำจะทำให้เสียการเรียน หมอจึงเปลี่ยนมาตั้งใจสอบเข้าเรียนหมอแทน แล้วก็สอบติดหมอ แถมเรียนจบแล้วก็มีอาชีพมั่นคง จนคุณพ่อยอมรับให้ทำในสิ่งที่เรารัก ซึ่งส่วนตัวมองว่า เดี๋ยวนี้สังคมไทยและวงการแพทย์เปิดกว้างมากขึ้น โดยคุณหมอบอกว่า มีรุ่นพี่ที่เป็น LGBTQ+ แถมดำรงตำแหน่งระดับผู้อำนวยการโรงพยาบาลจึงเชื่อว่า วันนี้สังคมมองที่ผลงานมากกว่าภาพลักษณ์ภายนอก” หมอโอกล่าว

กับคุณพ่อของหมอโอ

ส่วน “การแบ่งชีวิตทำงานกับชีวิตส่วนตัว” เนื่องจากคุณหมอก็มีงานอดิเรกที่ชอบและอยากทำเหมือนกับอาชีพหมอ คือการเป็นศิลปินนักร้องหมอลำ โดยหมอโอเล่าว่า ไม่ต้องแยกเวลางานกับเวลาส่วนตัวออกจากกัน แต่เป็นการทำให้ 8 ชั่วโมงของการทำงานมีสีสันและมีความเป็นตัวของตัวเอง เพื่อให้งานและชีวิตผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยไม่มีพรมแดนกั้น โดยคุณหมอกล่าวว่า คิดว่าจุดสูงสุดในชีวิตคือการได้ทำทั้งสองบทบาทไปพร้อมกัน

เรามีคติประจำใจในการทำงานว่า หน้าที่หลักคือการดูแลคนไข้ ส่วนหน้าที่รองคือการรณรงค์ป้องกันโรค และสร้างความสุข ทำให้หมอกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองอย่างมีคุณภาพ เพราะเมื่อเราแม่นและแน่นในวิชาชีพแล้ว ตัวตนที่แตกต่างจะกลายเป็นเสน่ห์ที่ช่วยให้เราเข้าถึงและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น” หมอโอกล่าวเรื่องนี้

กับน้อง ๆ พี่ ๆ ที่โรงพยาบาล

หมอโอ ยังพูดถึงการแต่งชุดพยาบาลสอนน้อง ๆ นักศึกษาพยาบาลว่า เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งการแต่งชุดพยาบาลเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการเป็นพวกเดียวกันกับน้อง ๆ พยาบาล โดยคุณหมอยังได้แต่งเพลงเพื่อสะท้อนชีวิตพยาบาล เช่น เพลง สาวบาลจบใหม่ และน้ำตาหล่นบนรถรีเฟอร์ เพื่อให้เข้าถึงความรู้สึกเพื่อนร่วมวิชาชีพโดยสาเหตุที่ใช้วิธีการนี้ คุณหมอขยายความไว้ว่า การแต่งตัวแบบนี้ช่วยให้การสอนวิชาการที่เข้มข้นดูรีแลกซ์ และทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าหมอเข้าถึงง่าย จนได้รับคำชมว่าสอนเข้าใจง่ายและจับต้องได้จริง ดังนั้น การแต่งชุดพยาบาลจึงเป็นเครื่องมือในการทลายกำแพงระหว่างวิชาชีพ เพื่อให้พยาบาลและนักศึกษาเข้าถึงความรู้และสิ่งที่คุณหมอต้องการสื่อสารได้ง่ายขึ้น

ก่อนจบการสนทนากัน “นพ.วุฒิชัย กำเนิดกาลึม” หรือ “หมอโอวลี” ที่โด่งดังในโซเชียล บอก “ทีมวิถีชีวิต” ว่า ตอนนี้คิดว่าบรรลุจุดสูงสุดในชีวิต ทั้งบทบาท “หมอ” และ “ศิลปินหมอลำ” แล้ว ส่วนเป้าหมายที่อยากทำเพื่อกลุ่ม LGBTQ+ ก็คือ เน้นไปที่การใช้ตัวตนและประสบการณ์เพื่อ “สร้างแรงบันดาลใจ-ส่งต่อพลังบวก” ให้คนอื่น ๆ โดยเฉพาะการ “สร้างความกล้า” ให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ “ก่อนจะให้คนอื่นยอมรับตัวเรา เราต้องยอมรับตัวเองให้ได้ก่อน ดังนั้นเป้าหมายที่ตั้งใจก็คือ การเปลี่ยนพลังลบให้กลายเป็นพลังบวก แต่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวเรากล้าที่จะเปิดเผยตัวเองอย่างมีคุณภาพ จึงอยากให้ทุกคนกล้ายอมรับตัวตนของตัวเองก่อน เพราะเมื่อ…เปิดใจแล้ว..พลังบวกก็จะเกิดขึ้น”

แบรนด์แอมบาสเดอร์ ‘มะเร็งท่อน้ำดี’

จากผลงานและการสื่อสารที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ “หมอโอนพ.วุฒิชัย” ได้รับหน้าที่เป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์โรคมะเร็งท่อน้ำดี ของกระทรวงสาธารณสุข จากการที่คุณหมอแต่งเพลงเพื่อรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป โดยคุณหมอได้เล่าถึง “เบื้องหลังการแต่งเพลง” นี้ว่า นำทักษะทางดนตรีหมอลำที่ตนเองหลงรักมาปรับใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารด้านสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นโครงการที่ทำร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุข โดยเพลงที่คุณหมอแต่งขึ้นเพื่อให้ความรู้กับชาวบ้านนั้น จะเน้นใช้ภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายขึ้น ด้วยการนำทักษะการสื่อสารที่มีมาผนวกกับวิชาการ ทำให้ย่อยความรู้ยาก ๆ กลายเป็นภาษาที่คนทั่วไปฟังแล้วเข้าใจ “หมอเชื่อว่าการใช้เสียงเพลงเป็นสื่อกลางจะช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงความรู้ทางการแพทย์ได้ง่ายขึ้น โดยเมื่อกำแพงระหว่างหมอกับคนในชุมชนลดลง ผู้คนก็จะเปิดใจและเชื่อในสิ่งที่หมอต้องการจะสื่อสาร ซึ่งสำหรับตัวเองแล้วเป็นการเชื่อมโยงวิชาชีพกับศิลปะได้อย่างลงตัว ที่ตรงกับความตั้งใจของหมอเองที่อยากจะสร้างความสุขไปพร้อมกับการสร้างสุขภาพที่ดี“.

เชาวลี ชุมขำ : รายงาน