นาทีนี้หากจะพูดถึงละครก่อนข่าวภาคค่ำที่มาแรงสุด ๆ ต้องยกให้กับละครเรื่อง “หลวงพ่อเสือ” ทาง ช่อง 7HD มาเป็นที่หนึ่งเลยทีเดียว เพราะตั้งแต่เปิดตัวมา กวาดทั้งกระแสและเรตติ้งสูงอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสนุกครบรสทั้งแอ็กชัน คอมเมดี้ นอกจากเคมีของคู่พระนาง อ๊อฟ–ชนะพล สัตยา และ พีพี–พัชญา เพียรเสมอ ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนละครแล้ว อีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ “หลวงพ่อเสือ”ซึ่ง “ไทด์–เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์” ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ
วันนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” เลยชักชวน “ไทด์ เอกพันธ์” มานั่งทอล์กแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับบทบาทใหม่ล่าสุด ที่หลายคนบอกว่าเขาตีบทแตกตั้งแต่ได้ห่มสบง รวมถึงเปิดใจเรื่องราวชีวิตนอกจอและอัปเดตความรักกับนางเอกสาวรุ่นน้อง ทับทิม–อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ พร้อมเผยมุมมองความรักในแบบฉบับของ ตัวเองว่า “สูตรสำเร็จความรัก ไม่ใช่การแต่งงาน แต่คือความเข้าใจกัน” และ “ต้องคิดบวก เพิ่มพลังให้กัน”

ฟีดแบ็กละคร “หลวงพ่อเสือ” เป็นอย่างไรบ้าง?
“ฟีดแบ็กดีมากครับ ดีตั้งแต่ละครเริ่มยิงโปรโมตเลย แล้วพอละครออกอากาศ เปิดตัววันแรกก็ทำได้ดีมาก ๆ ทำเรตติ้ง 15+ ทั่วประเทศไป 4.3 ถือว่าเริ่มดีเลย ผมดีใจนะที่แฟนละครทุกคนชอบ อย่างพี่นกน้อย (พรพิชิต พัฒนถาบุตร) ผู้จัดการส่วนตัวของพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) ก็ไลน์มาบอก นั่งดูกับพี่เบิร์ดนะ ละครเรื่องนี้น่าติดตามมากเลย พี่จะดูทุกวันเลยนะน้องไทด์ เราก็ดีใจคือขอบคุณมาก ๆ เลยครับเพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกของผมที่มารับบทพระ บทที่ต่างไปจากทุกบทที่ผมเคยเล่น อย่างที่ผ่าน ๆ มาผมจะเล่นแอ็กชัน เล่นบู๊ เป็นผู้ร้ายบ้าง แต่เรื่องนี้พอมาเป็นพระเราออกท่าทางอะไรมากไม่ได้ ต้องสำรวม เพราะตัวละครหลวงพ่อเสือเป็นตัวละครที่ทุกคนในเรื่องจะให้ความเคารพ ทุกคนในเรื่องต้องมาไหว้ มากราบ ดังนั้นเราต้องทำทุกอย่างให้เหมือนจริงที่สุด ซึ่งตอนนี้ได้เห็นฟีดแบ็กว่าคนชอบ คนเชื่อ ผมก็ดีใจ”

“หลวงพ่อเสือ” ในมุมมองของไทด์เป็นอย่างไร?
“หลวงพ่อเสือเป็นพระนักปฏิบัตินะ เป็นพระที่ออกธุดงค์ เขาตัดจากทางโลกแล้ว มีความเคร่งขรึม แต่ก็ต้องย้อนเล่าว่าก่อนที่เขาจะมาบวช เขาเป็นตำรวจเก่ามาก่อน แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องออกจากการเป็นข้าราชการตำรวจ หลวงพ่อเสือเป็นพระที่ตั้งใจปฏิบัติจริง ๆ ตอนที่เล่นพอเราแต่งตัวเสร็จความรู้สึกคือมาได้เลยทันทีนะ ห่มสบง จีวรแล้วนี่คือเรานิ่งเองโดยธรรมชาติ รวมถึงคำพูด คำจา เวลาที่อยู่กับ น้องเต้าหู้ (ด.ช.เบญจมินทร์ แคสเปอร์) วิญญาณของเด็กที่ติดตามเรา กับ บุญรอด (อ๊อฟ–ชนะพล สัตยา) พระเอกเนี่ย หลวงพ่อเสือก็จะมีมุมของการให้ข้อคิด มีคำสอนที่จะสอนตัวละครอื่น ๆ เกี่ยวกับหลักธรรม ซึ่งผมมองว่าตรงนี้คนดูก็น่าจะได้ข้อคิดตามไปด้วย”

สิ่งที่ชอบในการทำงานละคร “หลวงพ่อเสือ” คืออะไร?
“ผมชอบตั้งแต่เนื้อเรื่อง ชอบดาราที่มาเล่น ภาพรวมทั้งหมดของละครน่าติดตาม ปมเรื่องที่พระเอกความจำเสื่อม การตามหาเพชรที่หายไป รวมถึงปมของหลวงพ่อเสือเอง ที่สถานการณ์ถูกบีบบังคับให้ต้องออกจากข้าราชการตำรวจมาบวช ทุกตัวละครมีปมที่จะต้องตามหา ผมชอบเรื่องของ CG คือตอนที่เราถ่ายทำเราไม่เห็นอะไรเลย อย่างฉากคุยกับเสือที่ทุกคนพูดถึง ตอนถ่ายเราคุยคนเดียว เราใช้จินตนาการ มองโฟกัสจุดที่คิดว่ามีเสืออยู่ แล้วพอเราได้เห็นภาพที่ตัดออกอากาศ CG ดีมาก ๆ เลยนะ เหมือนกับ ภาพในหัวที่เราคิด”

เรื่องงานในเวลานี้แฮปปี้สุด ๆ หันมาที่ความรักกันบ้างว่าแฮปปี้ ขนาดไหน ล่าสุดเห็นลงภาพไปเที่ยวประเทศออสเตรเลียด้วยกัน?
“ก็สักพักแล้วครับ คือเราทั้ง 2 คนทำงานกันค่อนข้างหนักนะ ประมาณ3 ปีที่ไม่ได้ไปไหนเลย น้องเขาก็มาบอกว่าคุณแม่เขาอยากไปเที่ยวที่ออสเตรเลียเขาเคยไปมาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ไปพักที่บ้านญาติเขาที่นั่น เราก็บอกว่าไปสิ เพราะพี่ก็ไม่เคยไปออสเตรเลียเหมือนกัน ก็เลยได้เกิดทริปนั้น ไป 10 วันครับ โอเคเลย มีความสุขดี ได้ขับรถไปเที่ยวกัน ถึงเวลากินข้าว ถึงเวลาเที่ยว เป็นอย่างนี้ตลอดทริป เราได้พักจริง ๆ”

ในวันนี้ นิยาม ความรักของไทด์เป็นอย่างไร?
“สำหรับผมนิยามความรักในเวลานี้คือความเข้าใจกันมากกว่าสูตรสำเร็จของความรักสำหรับผมไม่ใช่การแต่งงาน สูตรสำเร็จของความรักที่ จะครองคู่ ครองเรือน ไม่ใช่การแต่งงาน 100 คู่แต่งงานอาจจะมี 50 คู่ที่เลิกกัน อีก 50 คู่ไม่เลิกกัน สูตรสำเร็จจึงไม่ใช่การแต่งงาน แต่คือความเข้าใจกัน การให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราต้องคิดบวกให้กันเสมอ คือถ้าเมื่อไหร่ที่คุณคิดลบกับคู่รักของคุณเมื่อไหร่ คือจบ เรียกว่ารอวันเวลาที่จะต้องแยกจากกันเลย เพราะถ้าคุณคิดลบต่อกันเมื่อไหร่ ความรู้สึกนี้จะฝังอยู่ในหัวใจของคุณตลอดไป เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่คุณมีลบหนึ่งเรื่อง ลบเรื่องที่ 2 ที่ 3 ก็จะตามมา แต่ถ้าเราคิดบวกไม่ว่าคู่รักของเราจะทำอะไร มันก็จะเพิ่มพลังให้กัน จะมีแต่ความสุข มีความสนุกสนานเฮฮา ถ้าคิดลบปุ๊บมันก็คือการเหนื่อยหน่าย”
เหมือนใช้ธรรมะคู่ไปกับการใช้ชีวิตในเรื่องความรักเลยใช่ไหม?
“ใช่ครับ คือถ้าเราไปยึดเหนี่ยว ไปยึดติดอะไรต่าง ๆ ไม่มีสติในความรัก ทุกอย่างก็จบเหมือนกัน ในความเป็นจริงนะ ความรัก ถ้ารักได้ก็เกลียดได้”

แพลนชีวิตหลังจากนี้ ทั้งในเรื่องของการทำงาน และครอบครัว จะเป็นอย่างไร?
“ชีวิตของผม เอาจริง ๆ ตอนแรกคิดว่าจะไม่ทำอะไรแล้ว เพราะเราก็ 60 กว่าแล้ว เคยคิดที่อยากจะพัก อยากจะเที่ยว อยากจะทำอะไรให้กับสังคม คือ จริง ๆ ทุกวันนี้เราก็ทำอยู่ แต่ด้วยความที่พอเรามีน้องเข้ามา น้องกำลังอยู่ใน ช่วงวัยทำงาน วัยก่อร่างสร้างครอบครัว เขาก็เลยจะมีโปรเจกต์โน้น โปรเจกต์นี้มาบอกกับเรา ซึ่งเราก็จะบอกว่าอยากทำอะไรให้ทำเลย อะไรที่เราช่วยได้ทำได้เราก็จะช่วยนะ แต่ก็จะมีแอบขอดูหน่อยว่าเป็นอะไร เป็นสิ่งที่เราทำแล้วเราสบายใจเหมาะกับตัวเราไหม เราก็จะทำอย่างการเป็นพิธีกรรายการร่วมกับเขาอันนี้เราทำ เพราะจริง ๆ 10 กว่าปีก่อนเราก็เคยเป็นพิธีกรร่วมกับเขา ในรายการเส้นทาง เศรษฐี ตอนนั้นก็ทำด้วยกันมา 7-8 ปี ก็เรียกว่าอะไรที่เราทำแล้วไปด้วยกันได้ ก็จะทำครับ”

ท้ายที่สุด ให้ไทด์ฝากผลงานสักหน่อย?
“อยากฝากถึงแฟน ๆ ช่อง 7HD นะครับ ว่า หลวงพ่อเสือ สอนสติคนผ่านละคร ที่มีธรรมะข้อคิดต่าง ๆ สอดแทรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโลภ โกรธ หลง ให้มาติดตามว่าจุดจบของคนที่ทำเรื่องไม่ดี จะเป็นอย่างไร และยังเป็นละครที่มี ความสนุกทั้งแอ็กชัน คอมเมดี้ ดราม่า เป็นละครคุณภาพของช่อง 7HD อีกเรื่องเลยที่อยากให้ทุกคนได้ติดตามชมครับ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 ครับ”.
เรื่อง : สมคิด แซ่คู



