“การเที่ยวคนเดียวคือ ความสุขที่เราสร้างได้โดยไม่ต้องรอใคร” เสียงสะท้อนจาก “ก้อย–ดารณี หิมะสุทธิเดช” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “สวัสดีคนแปลกหน้า” ที่เป็นหนึ่งในนักเดินทางแบบ “โซโล่ทราเวลเลอร์” ซึ่งเรื่องราวของเธอได้จุดประกายมุมมองใหม่ ๆ ให้กับหลายคน โดยก้อยเล่าว่า การเดินทางคนเดียวทำให้เธอได้พบเจอกับผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่กลับพร้อมใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนทำให้เธอเกิดเป็นความประทับใจที่อยากส่งต่อไปให้คนอื่น ส่วนจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการเริ่มต้น “เดินทางท่องเที่ยวคนเดียว” นั้น ก้อยบอกว่า มาจากคำพูดสบประมาทของรุ่นพี่คนหนึ่ง ที่มองว่าเธอไม่น่าจะไปลำบากหรือเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวได้ โดยคำปรามาสนั้นกลายเป็นแรงผลักดันทำให้เธออยากพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการเริ่มค้นหาข้อมูล วางแผนอย่างเป็นระบบ และตัดสินใจออกทริปเดินป่าคนเดียวเป็นครั้งแรกในชีวิตจนประสบความสำเร็จ

ก้อย-ดารณี หิมะสุทธิเดช
“สำหรับผู้หญิงแล้วการเดินทางคนเดียวต้องอาศัยหัวใจที่กล้าและเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ แต่สิ่งที่ต้องมีคู่กันไปก็คือการเซฟตัวเอง ที่ต้องทำให้ตัวเองไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย เช่น แต่งตัวให้มิดชิดรัดกุม ไม่ทำตัวเป็นเป้าสายตา ยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ หรือถึงแม้จะเปิดใจรับมิตรภาพใหม่ ๆ แต่ก็ไม่ควรไว้วางใจใครเกินไปจนขาดสติ” ก้อยกล่าว
พร้อมยังให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับตัวเองแล้วมี “กฎที่ทำประจำ” เมื่อต้องเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว คือ ไม่ฝากกระเป๋าไว้กับคนแปลกหน้า และ ไม่รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้อื่นนำมาให้โดยไม่แน่ใจ รวมถึง ควรแจ้งพิกัดความเคลื่อนไหวให้คนทางบ้านได้รับรู้เป็นระยะ โดยเธอย้ำว่า เมื่อเดินทางคนเดียว สิ่งที่ตัวเองทำบ่อย ๆ คือ เชื่อในสัญชาตญาณเตือนภัยของตัวเอง และ เตรียมแผนสำรองไว้รับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเสมอ นี่เป็นเกราะป้องกันอันตรายที่สาวสวย “โซโล่ทราเวลเลอร์” อย่าง “ก้อย–ดารณี” ให้คำแนะนำไว้สำหรับเพื่อนผู้หญิงที่อยากท่องเที่ยวสไตล์แบบเธอ

“ปาล์ม-สิร์ดาภัทร์ ประมวลรัตน์”
ทางด้าน “สาวโซโล่ทราเวลเลอร์” อีกคน คือ “ปาล์ม-สิร์ดาภัทร์ ประมวลรัตน์” เจ้าของช่องยูทูบ “อ่ะลอง-Along” เคยบอกเล่าให้ “ทีมวิถีชีวิต” ฟังว่า การเดินทางทุก ๆ ครั้งคือการสร้างประสบการณ์อันล้ำค่า เพราะทำให้ตัวเราได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น โดยปาล์มเล่ามุมมองของเธอกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบคนเดียวว่า เมื่อต้องเดินทางเพียงลำพังมาก ๆ เข้า ก็ทำให้มุมมองความคิดของเธอค่อย ๆ ตกผลึก จนมองว่า “ชีวิตก็เหมือนเส้นทาง” ที่มีทั้งความเรียบและความขรุขระ ซึ่งหากเราไม่ยอมแพ้ เราก็จะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้เสมอ เป็นสิ่งที่ปาล์มค้นพบจากการเดินทางท่องเที่ยวแบบคนเดียว ทั้งนี้ สาวสวยสายแคมป์ปิ้งคนเดิมเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นในการเป็น “โซโลทราเวลเลอร์” ของเธอว่า เธอเป็นคนชอบท่องเที่ยวมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม โดยเธอมีนิสัยลุย ๆ เหมือนเด็กผู้ชาย และชอบขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวน้ำตกแถวบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ จนเข้าสู่วัยทำงานและออกมาทำธุรกิจส่วนตัวค้าขายออนไลน์ จึงทำให้เริ่มมีเวลาจัดการชีวิต ประจวบกับช่วงที่ประสบปัญหาความสัมพันธ์ จึงตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวเพื่อไปบำบัดจิตใจ โดยการออกเดินทางครั้งนั้นทำให้พบว่า พลังธรรมชาติสามารถฮีลใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งปาล์มบอกว่า ทริปที่จุดประกายที่ทำให้แน่ใจว่าเราหลงรักการเดินทางคนเดียว คือการไปเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียวนานถึง 7 วัน และหลังจากนั้นเธอก็เริ่มหลงใหลในเสน่ห์การเที่ยวคนเดียว จนเข้าสู่เส้นทาง “ท่องเที่ยวลุยเดี่ยวแบบแคมป์ปิ้ง” อย่างจริงจัง
“ข้อคิดสำคัญคือควรเลือกโลเคชันที่มีความปลอดภัยสูงเป็นอันดับแรก เช่น ลานกางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และมีนักท่องเที่ยวแวดล้อมอยู่รอบข้าง พร้อมทั้งบันทึกเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ติดตัวไว้เสมอ หากเลือกใช้บริการพื้นที่เอกชน ควรเลือกสถานที่บริหารจัดการโดยครอบครัว และที่สำคัญไม่ควรเช็กอินพิกัดแบบ Real-time บนโซเชียลมีเดีย และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคงสติ และพกอุปกรณ์ป้องกันตัวติดไว้เสมอ” ปาล์มให้คำแนะนำสำหรับผู้หญิงที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์การเป็น “นักแคมป์ปิ้งคนเดียว” แบบเธอ

“อ้อม-นิภาดา กองแก้ว”
ขณะที่ “อ้อม–นิภาดา กองแก้ว” บล็อกเกอร์สาวผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะคู่ใจในการเดินทางท่องเที่ยวแบบฉายเดี่ยวทั่วไทย จนถึงขั้นตัดสินใจขายบ้านเพื่อจะได้ออกใช้ชีวิตเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวเล่าประสบการณ์ระทึกขวัญจากการเดินทางคนเดียวให้ฟังว่า สิ่งลี้ลับไม่ใช่เรื่องน่ากลัวที่สุดสำหรับการเดินทาง แต่เป็น “คน–มิจฉาชีพ” ที่ต้องระมัดระวังที่สุด โดยตัวเธอเองก็เคยผ่านเหตุการณ์เกือบโดนวัยรุ่นถีบรถมอเตอร์ไซค์ในภาคเหนือ และเคยโดนไกด์ท้องถิ่นพยายามทำร้ายในห้องพักที่ภาคใต้ แต่ก็รอดมาได้ด้วยการตั้งสติ ซึ่งอ้อมบอกว่าแต่เหตุการณ์เลวร้ายเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้ความรักในการท่องเที่ยวแบบคนเดียวลดน้อยลง แต่กลับกลายเป็นบทเรียนที่ทำให้เธอต้องยึดหลักความปลอดภัยและเซฟตี้ตัวเองอย่างเข้มงวด
พร้อมแนะนำอีกว่า สิ่งที่จะให้คำแนะนำสำหรับ “เพื่อนผู้หญิง” ที่อยากเดินทางท่องเที่ยวในสไตล์แบบเธอก็คือ 1.ต้องหมั่นฝึกฝนและเติมทักษะการขับขี่อยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของตนเอง 2.วางแผนเดินทางให้อยู่เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน โดยงดเว้นการเดินทางในช่วงเวลากลางคืนอย่างเด็ดขาด 3.เลือกแวะพักเฉพาะปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีแสงสว่างและผู้คนพลุกพล่าน 4.ไม่พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เปลี่ยวหรือเสี่ยงอันตราย และ 5.เลือกที่พักที่ตั้งอยู่ติดริมถนนใหญ่ ไม่เข้าซอยลึก และมีความน่าเชื่อถือสูง
“ต้องไม่ไว้วางใจคนแปลกหน้าง่าย ๆ ไม่ว่าจะดูเป็นมิตรเพียงใดก็ตาม นอกจากนั้น โซโล่ทราเวลเลอร์ที่เป็นผู้หญิงอย่างเราต้องเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงต้องมีสติในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเรื่องเหล่านี้คือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดของนักเดินทางสายลุยเดี่ยวทุกคน ซึ่งจะช่วยให้เราเก็บเกี่ยวความสุขจากการเดินทางได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องพาตัวเองไปแขวนอยู่บนความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น” บล็อกเกอร์สาวนักเดินทางลุยเดี่ยวกล่าว

“อันยอง-ศุภมาส หมายสุข”
ส่วนสาวนักเดินทางอย่าง “อันยอง–ศุภมาส หมายสุข” อินฟลูเอนเซอร์ “สาวไบค์เกอร์” สายลุยที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจในสไตล์สมบุกสมบัน ก็ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงเพื่อเป็นแนวทางและสร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นออกเดินทางด้วยตัวเองคนเดียว หรือสำหรับมือใหม่ที่อยากเป็น “ไบค์เกอร์สายลุย” แบบตัวเธอว่า ไม่จำเป็นต้องมีรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่เป็นของตัวเองตั้งแต่แรก แต่อาจเริ่มจากไปเช่ารถรุ่นที่ขับขี่ง่ายในพื้นที่นั้น ๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดมี 3 กฎสำคัญคือ ต้องรู้จักเซฟตัวเอง ต้องมีการวางแผนเส้นทางล่วงหน้า ต้องแต่งกายให้เหมาะสมกับการขับขี่ นอกจากนั้นอินฟลูเอนเซอร์สาวไบค์เกอร์คนเดิม ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า หากต้องการกางเต็นท์พักแรมคนเดียว ก็อาจจะนำหลักวิธีของเธอไปใช้ได้ โดยมีแนวทางก็คือ1.เลือกสถานที่ที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 2.ตระหนักเสมอว่าคนน่ากลัวกว่าผี 3.การไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานที่อันตราย หรือจุดที่อับสายตาผู้คน นี่เป็นกฎและหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวคนเดียวที่โซโล่ทราเวลเลอร์สาวสายไบค์เกอร์รายนี้ใช้เป็นหลักปลอดภัยที่มาจากประสบการณ์ตรงของเธอ โดยเธอยังย้ำว่า “การเดินทางของผู้หญิงตัวคนเดียวนั้น สิ่งที่ต้องคิดถึงเสมอคือความปลอดภัยของตัวเอง”

“หอม-พรสินี เอี่ยมสะอาด”
มาถึงโซโล่ทราเวลเลอร์สาวคนสุดท้าย คือ “หอม-พรสินี เอี่ยมสะอาด” เจ้าของเพจและช่องติ๊กต็อก “หอมพาหอบ” สาวออฟฟิศที่หลงรักการเดินป่าคนเดียวเป็นชีวิตจิตใจ ที่บอกเล่าไว้กับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า การเดินคนเดียวแบบนี้ทำให้ตัวเราได้โฟกัสและได้อยู่กับตัวเอง ขณะกำลังเดินไปที่จุดหมายพร้อมกับเล่าว่า เธอเป็นคนที่ชอบเดินเท้าท่องเที่ยวมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เพราะมองว่าการเดินคือช่วงเวลาที่ทำให้ได้โฟกัสและอยู่กับตัวเองมากที่สุด โดยในสมัยเรียนเธอมักจะเดินเท้ากลับหอพักเป็นระยะทางหลาย ๆ กิโลเมตรจนเป็นเรื่องปกติ ยิ่งหากวันไหนอากาศดี เธอสามารถเดินได้ไกลถึง 5-10 กิโลเมตรโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ส่วนเรื่องของการเดินป่านั้น เธอเล่าว่า จริง ๆ ตั้งแต่เด็กไม่เคยคิดชอบเดินป่าเลย และไม่เคยมีประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบนี้ด้วย แต่เริ่มสนใจเดินป่าและท่องเที่ยวแบบแคมป์ปิ้งช่วงเรียนมหาวิทยาลัย จากการได้ดูยูทูบเบอร์หลายคน จึงทำให้สนใจ และค่อย ๆ กลายเป็นความชอบ จนตอนนี้เรียกว่าถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว เพราะเป็นรูปแบบที่ทำให้ได้อยู่กับตัวเองดีที่สุด สาวนักเดินทางแบบคนเดียวกล่าว
สำหรับการออกทริปเดินป่าคนเดียวนั้น หอมได้นำประสบการณ์มาสรุปเป็นคำแนะนำง่าย ๆ สำหรับผู้หญิงที่สนใจการเดินป่า ว่า… อันดับแรก “ต้องเปิดใจ” เพื่อทดสอบก่อนว่าชอบจริงมั้ย? เช่น อาจลองเริ่มจากเส้นทางง่าย ๆ หรือไปกับกรุ๊ปทัวร์ก่อนเพราะสะดวกและปลอดภัย อันดับสองคือ “ต้องไม่ประมาท” โดยสติคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อันดับสาม “หลีกเลี่ยงความเสี่ยงของตัวเอง” เช่น ไม่ควรใส่หูฟัง หรือเล่นโทรศัพท์ขณะเดินป่า เพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ป่าและอุบัติเหตุ และอันดับที่สี่คือ “หมั่นสังเกตสิ่งรอบตัว” โดยต้องหูตาไว และมีสติอยู่กับทุก ๆ ก้าวที่เดิน ถ้าทำได้ก็จะช่วยให้การเดินป่าเต็มไปด้วยความสุขและปลอดภัย นี่เป็นคำแนะนำจากโซโล่ทราเวลเลอร์สาว เจ้าของช่อง “หอมพาหอบ” สาวออฟฟิศที่หลงรักการเดินป่าคนเดียว
นี่คือบางส่วนของเส้นทางชีวิตแบบ “โซโล่ทราเวลเลอร์” ที่ไม่ได้มีเพียงภาพสวยงามในปลายทาง แต่ยังมีบทเรียนระหว่างทางที่สอนให้ได้ “รู้จักวางแผน-รู้จักฟังสัญชาตญาณ-รู้จักดูแลตัวเอง” ที่ถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ตรงจาก “5 สาวนักเดินทางตัวจริง” ไม่ว่าจะเป็นสายเดินป่า สายแคมป์ปิ้ง สายไบค์เกอร์ หรือสายเดินทางชิล ๆ ที่คำแนะนำจากประสบการณ์เหล่านี้ สาว ๆ ทุกคน หรือแม้แต่นักเดินทางผู้ชายเองก็สามารถนำไปใช้ได้ เพื่อให้ “ท่องเที่ยวคนเดียวอย่างปลอดภัย” เพราะการเป็นนักเดินทางหรือสายท่องเที่ยวสไตล์นี้ ไม่ใช่แค่การได้ไปถึงจุดหมาย แต่คือ “การได้กลับมาพร้อมความทรงจำ” เพราะสุดท้ายแล้วการเดินทางที่ดีที่สุด คือการที่เราได้ใช้ชีวิตและได้ค้นหาความหมายของชีวิตอย่างเต็มที่ โดยที่มีจุดหมายปลายทางที่สำคัญสุดคือ…การได้กลับมาอย่างปลอดภัย.
ทีมวิถีชีวิต : รายงาน



