BEM กับ BTS ไม่ได้ประกาศแข่งกันตรง ๆ แต่จังหวะการขยับของ 2 ค่ายบอกอะไรบางอย่าง.. ฝ่ายหนึ่งเดินหน้าสั่งรถใหม่ยกขบวนสำหรับรถไฟฟ้าสายใหม่สีส้ม อีกฝ่ายเลือกเพิ่มตู้ให้รถเดิม คนละทางแต่ปลายทางเดียวกัน คือเพิ่มความจุให้รองรับคนกรุงเทพฯ ได้มากขึ้น

สีส้มกำลังจะมา..รอหน่อย : บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เรียกเสียงฮือฮาด้วยการเผยโฉมขบวนแรกรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขบวนละ 3 ตู้ สำหรับโครงการช่วงตะวันออก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)
ขบวนแรกผลิตและทดสอบที่ตุรกีเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างส่งไปทดสอบเพิ่มเติมที่เยอรมนี ส่วนขบวนที่ 2 กำลังทดสอบในตุรกี จะเป็นขบวนแรกที่ถึงไทยช่วงปลายเดือน พ.ย. 2569 ที่เหลือทยอยผลิตตามแผน เพื่อทดลองวิ่งและเปิดบริการปลายปี 2570

รถใหม่หนีเสียงแซวไม่พ้น ตั้งแต่ “สีไม่ตรงปก” “สีส้มกี่โมง” “3 ตู้ตลอดไป” ไปจนถึง “ได้โปรดอย่าถอดเบาะ” เป็นสีสันที่สะท้อนทั้งความสนใจและความคาดหวังต่อเส้นทางที่รอคอยมานาน
เร่งเครื่องทั้งรางทั้งรถ : งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันตก บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ คืบหน้า 37% ตัวเลขที่น่าสนใจอยู่ที่กำลังรองรับ เมื่อเปิดบริการช่วงตะวันออกก่อน คาดรับผู้โดยสารได้ 100,000 เที่ยว/วัน แต่เมื่อเปิดเต็มเส้นทางรวมฝั่งตะวันตกในปี 2573 จะเพิ่มเป็น 300,000 เที่ยว/วัน

BEM วางแผนให้เส้นทางบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทางตลอดสาย 35.9 กม. ใช้รถ Siemens รวม 32 ขบวน 96 ตู้ ขบวนแรกถึงไทยเดือน พ.ย. 2569 เพื่อทดสอบระบบ ก่อนทยอยนำเข้าเดือนละ 2-4 ขบวน โดย 17 ขบวนแรกสำหรับช่วงตะวันออกจะครบต้นปี 2570 รองรับเป้าหมายเปิดบริการที่เร่งขึ้นเป็นปลายปี 2570 จากเดิมปี 2571 ส่วนอีก 15 ขบวนจะครบในปี 2571 รองรับการเปิดเต็มเส้นทางปี 2573
เบื้องหลังคือ BEM ว่าจ้างบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK สั่งผลิตรถล็อตใหญ่ 53 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ แบ่งเป็นสายสีส้ม 32 ขบวน และสายสีน้ำเงินอีก 21 ขบวน เมื่อรวมกับรถเดิมแล้ว สายสีน้ำเงินจะมีรถ 75 ขบวน 225 ตู้ จากเดิม 54 ขบวน 162 ตู้ ผลิตที่ตุรกีและทยอยเข้าไทยตั้งแต่กลางปี 2570 ทั้งนี้การจัดหารถเพิ่มสำหรับสายสีน้ำเงินมีความคืบหน้าแล้ว 43%

BTSไม่ซื้อใหม่ทั้งขบวน แต่เพิ่ม “ตู้”: ขณะที่ BEM เดินหน้ารถใหม่ทั้งขบวน ฟากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เลือกเพิ่มความจุรถสายสีเขียวจาก 4 ตู้เป็น 6 ตู้
แผนล่าสุดคือซื้อเพิ่ม 86 ตู้ นำไปพ่วงกลางขบวนเดิม 43 ขบวน เพิ่มความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 50% ตั้งเป้าสั่งผลิตภายในปี 2569 และทยอยใช้งานจริงปี 2572

ฝูงรถสายสีเขียวจากเดิม 98 ขบวน 392 ตู้ จะเพิ่มเป็น 478 ตู้ ส่วนอีก 55 ขบวนยังคงเป็น 4 ตู้ โดย 43 ขบวนที่อัปเกรดจะ เน้นให้บริการสายสุขุมวิทช่วงสำโรง-ลาดพร้าว ซึ่งมีผู้โดยสารหนาแน่น
ข้อได้เปรียบคือชานชาลาสายสีเขียวรองรับรถ 6 ตู้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องรื้อโครงสร้างสถานี เหลือเพียงปรับระบบประตูกั้นชานชาลาบางจุดให้รองรับขบวนที่ยาวขึ้น ตัวเลขที่สะท้อนความจำเป็นชัดเจนคือ ปัจจุบันสายสีเขียวมีผู้โดยสารกว่า 8 แสนคน/วัน และเคยทำสถิติสูงสุด 1,188,459 คน เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2568


สีม่วงใต้ รอบทจบ “ผู้เดินรถ” : อีกเส้นทางที่ต้องจับตาคือสายสีม่วงใต้ เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.63 กม. งานก่อสร้างคืบหน้า 76.99% คาดแล้วเสร็จเดือน ต.ค. 2570
สิ่งที่ยังค้างคือใครจะเป็นผู้เดินรถ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เจ้าของโครงการ เตรียมเสนอบอร์ดรฟม. อนุมัติให้ BEM ซึ่งเดินรถสายสีม่วงเหนืออยู่แล้วรับช่วงต่อ ก่อนเสนอ ครม. พิจารณา ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีข้อติดใจแนวทางนี้แล้ว

รฟม.ตั้งเป้าสรุปรูปแบบการเดินรถภายในปี 2569 เพื่อเริ่มจัดหาขบวนรถให้ทัน หากล่าช้าอาจกระทบเป้าหมายเปิดบริการปี 2573
“เขียว-ส้ม” ต้องจุคนให้มากที่สุด อำนวยความสะดวกการเดินทาง ศึกครั้งนี้วัดกำลังกันว่า ใครเพิ่มที่นั่งให้คนกรุงเทพฯ ได้ทันกว่า
……………………………………………….
นายสปีด
***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
คลิกอ่านบทความทั้งหมดที่นี่



