การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมไม่ได้หมายถึงการฝึกให้หนักที่สุด แต่ควรเลือกชนิดกีฬาและระดับความหนักให้สอดคล้องกับวัย สุขภาพ และความพร้อมของร่างกาย การออกกำลังกายและการเล่นกีฬานั้นมีประโยชน์ในเรื่องการช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก เพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและปอด ควบคุมน้ำหนัก และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีผลดีอย่างครบวงจรของการดูแลสุขภาพ
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดไม่ได้มีบทบาทเฉพาะเมื่อเกิดการบาดเจ็บ ยังมีบทบาทในการช่วยประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนเริ่มเล่นกีฬาอีกด้วย โดยตรวจสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบหัวใจและหลอดเลือด ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ การทรงตัว ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ และรูปแบบการเคลื่อนไหวที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และให้คำแนะนำการปรับการออกกำลังกายให้ถูกต้องมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายให้พร้อมสำหรับการเล่นกีฬาในแต่ละครั้ง
พญ.ธัญชนก มกรเสน แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ว.57443 รพ.รามคำแหง อธิบายว่า อาการปวดในนักกีฬาอาจไม่ได้เกิดจากบริเวณที่ปวดเพียงจุดเดียว เช่น ผู้ที่ปวดเข่าอาจมีสาเหตุร่วมจากกล้ามเนื้อสะโพกอ่อนแรง การควบคุมแนวเข่าไม่ดี หรือกล้ามเนื้อลำตัวไม่มั่นคง ส่วนผู้ที่ปวดไหล่อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของสะบัก ท่าทางของกระดูกสันหลัง และรูปแบบการใช้แขนขณะเล่นกีฬ

พญ.ธัญชนก มกรเสน แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ว.57443 รพ.รามคำแหง
การออกกำลังกายก็ทำให้บาดเจ็บได้
แม้การเล่นกีฬาจะมีประโยชน์ แต่การฝึกหนักหรือเพิ่มความเข้มข้นเร็วเกินไป การพักไม่เพียงพอ การใช้ท่าทางไม่เหมาะสม หรือการฝืนเล่นทั้งที่มีอาการเจ็บ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเฉียบพลันหรืออาการสะสมเรื้อรังได้
การบาดเจ็บข้อไหล่มักพบในกีฬาที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะหรือใช้แขนซ้ำ ๆ เช่น แบดมินตัน เทนนิส ว่ายน้ำ วอลเลย์บอล และการยกน้ำหนัก ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดขณะยกแขน อ่อนแรง นอนทับไหล่แล้วเจ็บ หรือรู้สึกว่าข้อไหล่ไม่มั่นคง
ส่วนข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก แรงกระแทก และแรงจากการหมุนหรือเปลี่ยนทิศทาง จึงพบการบาดเจ็บได้บ่อยในผู้ที่วิ่ง เล่นฟุตบอล บาสเกตบอล หรือกีฬาที่มีการกระโดด อาการที่พบ ได้แก่ ปวดรอบลูกสะบ้า เจ็บเมื่อขึ้นลงบันได นั่งยอง วิ่ง หรือมีอาการบวม ข้อเข่าทรุดและขัดขณะเคลื่อนไหว

รักษาด้วยการฟื้นฟูที่ตรงกับสาเหตุ
การรักษาเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินการเคลื่อนไหว เพื่อหาสาเหตุและระดับความรุนแรง จากนั้นจึงวางโปรแกรมฟื้นฟูให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
ในระยะแรกอาจต้องลดหรือปรับกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ เช่น ลดระยะทางวิ่ง ลดน้ำหนักที่ยก หรือเปลี่ยนไปทำกิจกรรมที่มีแรงกระแทกน้อยลง แต่ไม่จำเป็นต้องหยุดเคลื่อนไหวทั้งหมด
หัวใจสำคัญของกายภาพบำบัดคือการออกกำลังกายเพื่อการรักษา ผู้ที่บาดเจ็บข้อไหล่อาจต้องฝึกช่วงการเคลื่อนไหว เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่และสะบัก ก่อนพัฒนาไปสู่ท่าเฉพาะของกีฬา ส่วนผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าอาจต้องฝึกกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขา การทรงตัว การลงน้ำหนัก การย่อตัว การกระโดด และการเปลี่ยนทิศทาง
เทคนิคอื่น เช่น การขยับข้อต่อ การยืดกล้ามเนื้อ การประคบ หรือเครื่องมือทางกายภาพบำบัด อาจช่วยลดอาการในบางระยะ แต่ไม่สามารถทดแทนการฝึกความแข็งแรงและการควบคุมการเคลื่อนไหวได้

หายปวด ไม่ได้หมายความว่าพร้อมเล่นทันที
การกลับไปเล่นกีฬาไม่ควรพิจารณาเพียงว่าอาการปวดหายแล้ว แต่ควรประเมินว่าข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดี กล้ามเนื้อแข็งแรง การทรงตัวเหมาะสม และสามารถทำท่าเฉพาะของกีฬาได้โดยไม่เกิดอาการผิดปกติ
พญ.ธัญชนก มกรเสน แนะนำให้เริ่มออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้คำแนะนำของทีมผู้เชี่ยวชาญ อบอุ่นร่างกาย ฝึกกล้ามเนื้อให้สมดุล และพักฟื้นให้เพียงพอ หากมีอาการปวดต่อเนื่อง บวม อ่อนแรง ข้อเข่าทรุด ข้อติด ยกแขนไม่ได้ หรือมีอาการชา ควรหยุดเล่นและเข้ารับการประเมิน
ศาสตร์ของเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดจึงไม่ได้มีประโยชน์เพียงช่วยการลดอาการปวด แต่ยังช่วยให้ร่างกายกลับมาแข็งแรง เคลื่อนไหวได้อย่างเหมาะสม และลดโอกาสบาดเจ็บซ้ำ เพื่อให้สามารถกลับไปออกกำลังกายและเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจ.




