ต้องบอกว่า การเมืองเดือนกันยายน ร้อนระอุ กับภาพ คดีชนคดี! กกต.-ศาลรัฐธรรมนูญเขย่ากระดาน สู่ศึกซักฟอก รัฐบาลสีน้ำเงินเจอกับสารพัดแรงกระแทก ทั้งจากองค์กรอิสระ จากฝ่ายค้าน และจากคดีร้อนที่ยังคาราคาซัง

ศึกแรกคือ คดีฮั้วเลือก สว. ซึ่ง กกต.นัดพิจารณาในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ต้องจับตา กกต.จะเลือกเดินเกมแบบไหน

ทางออกมีอยู่หลายทาง ทางแรก คือเดินหน้าตามผลสรุปของคณะกรรมการชุดที่ 26 ด้วยการส่งให้ศาลวินิจฉัยผู้ถูกกล่าวหายกลอต 229 คน ทางที่สอง คือยกคำร้อง ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการ คณะที่ 36 หรือทางที่สาม ซึ่งเป็นทางที่การเมืองจับตาอย่างหนัก คือ ฟันเฉพาะหางแต่เก็บหัวของค่ายสีน้ำเงินเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ไม่มีทางจบแบบไร้แรงกระเพื่อม

และยังมีอีกหนึ่งศึกที่ต้องจับตาไม่แพ้กัน นั่นคือคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตา 28 กันยายนนี้

คดีนี้ยิ่งมีความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับกติกาและกระบวนการเลือกตั้งโดยตรง และไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาในทิศทางใด ย่อมมีผลต่อบรรยากาศทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่สำคัญคือ ฝ่ายค้านเตรียมเกมร้อนรองรับ ด้วยการขอเปิด ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จากที่เร่งเครื่อง สุมไฟ และเตรียมข้อมูลเพื่อเปิดเกมซักฟอกรัฐบาลมาตลอด

โดยเฉพาะ รังสิมันต์ โรม ขุนพลเบอร์หนึ่ง จากค่ายพรรคส้ม ออกมาเปิดเกมเชิงรุก ระบุว่าได้รับข้อมูล
จากคนในรัฐบาล และเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมส่งสัญญาณว่ายังมีรายชื่อรัฐมนตรีอีกหลายคนที่อาจถูกอภิปราย

ขณะที่รัฐบาล เตรียมตั้งการ์ดรับมือ โดยยืนยันว่าพร้อมรับศึกซักฟอก มั่นใจว่ารัฐมนตรีแต่ละคนสามารถตอบคำถามและชี้แจงผลงานของตัวเองได้ ส่วนประเด็นฮั้ว สว. เป็นหน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล

แต่ ศึกซักฟอกไม่ได้วัดกันแค่จำนวนเสียงในสภา ยังวัดกันที่ ความเสียหายทางการเมือง หากฝ่ายค้านเปิดแผล เปิดข้อมูล หรือทำให้รัฐมนตรีบางคนเสียความน่าเชื่อถือได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน

ดังนั้น คำประกาศของรัฐบาลว่าเสียงเหนียวแน่น ไม่ต้องกังวล จึงเป็นเพียงเกมหนึ่งของการเมือง

และท่ามกลางสมรภูมิที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ภาพของ นายกฯ อนุทิน ที่เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดอรุณราชวราราม ก็ถูกจับตามองไม่น้อย นายกฯ ได้รับมอบ ครุฑยุดนาค ซึ่งตามความเชื่อมีความหมายถึงพลังแห่งบารมี การเอาชนะอุปสรรค และการคุ้มครองป้องกันศัตรู

ขณะที่นายกฯ ยังเปิดเผยว่าเคยลอดพระแท่นบรรทมสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งตามความเชื่อถือเป็นการล้างอาถรรพณ์ เสริมบารมี และปัดเป่าสิ่งไม่ดี

เท่ากับว่า รัฐบาลสีน้ำเงินเตรียมรับ ทั้ง เสียงในสภา ข้อมูลที่จะชี้แจง และพลังใจ เพื่อรับมือกับพายุการเมืองที่กำลังตั้งเค้า

เดือนกันยายน เป็นช่วงเวลาพิสูจน์ว่า รัฐบาลจะคุมเกมได้จริงหรือไม่ กกต.จะฟันใคร ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร ฝ่ายค้านจะเปิดไพ่ใบไหน ทุกคำตอบกำลังต่อจิ๊กซอว์การเมืองชิ้นใหญ่

เกมร้อนงวดเข้ามาทุกขณะ คดีชนคดี องค์กรอิสระชนการเมือง และฝ่ายค้านเดินเกมชนรัฐบาล เป็นสนามรบที่พร้อมเขย่าไปทั่วกระดาน.

“ดาวฤกษ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่