สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่าเว็บไซต์วารสารเดอะ นิว อิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซีน (The New England Journal of Medicine) เผยแพร่ผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่า วัคซีนโควิด-19 ชนิดโปรตีนลูกผสม ที่พัฒนาโดยจีน มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการทดลองกับมนุษย์ ในระยะสุดท้าย
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบฉีด 3 เข็ม “แซดเอฟ2001” (ZF2001) เป็นผลงานพัฒนาร่วมกันโดยสถาบันจุลชีววิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน และบริษัท อันฮุย จื้อเฟย หลงเคอหม่า ไบโอฟาร์มาซูติคัล จำกัด (Anhui Zhifei Longcom Biopharmaceutical)
คณะนักวิจัยดำเนินการทดลองระยะที่ 3 ระหว่างวันที่ 12 ธ.ค. 2563 และ 15 ธ.ค. 2564 ณ ศูนย์คลินิก 31 แห่ง ในอุซเบกิสถาน อินโดนีเซีย ปากีสถาน และเอกวาดอร์ และศูนย์คลินิก 1 แห่งในจีน โดยผู้เข้าร่วมการทดลองเป็นผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป มากกว่า 28,000 คน และร้อยละ 6.4 เป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวดังกล่าว แสดงประสิทธิภาพป้องกันอาการรุนแรงของโรคโควิด-19 ทุกระดับที่ร้อยละ 81.4 ในการติดตามผลระยะสั้น (50 วันหลังฉีดวัคซีนครบคอร์ส) และร้อยละ 75.7 ในการติดตามผลระยะยาว (6 เดือนหลังฉีดวัคซีนครบคอร์ส)
สำหรับประสิทธิภาพป้องกันอาการป่วยรุนแรงถึงวิกฤติของวัคซีนตัวนี้ อยู่ที่ร้อยละ 92.9 ในการติดตามผลระยะสั้น และร้อยละ 87.6 ในการติดตามผลระยะยาว โดยประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงเล็กน้อย บ่งชี้ว่า การป้องกันอาการป่วยรุนแรงของวัคซีนยังคงแข็งแกร่งหลังฉีดครบ 6 เดือน
ขณะที่ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวนี้ ในกลุ่มผู้เข้าร่วมอายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ร้อยละ 87.6 โดยผลการศึกษายังเน้นย้ำประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์อัลฟาและสายพันธุ์เดลตาในการทดลองด้วย
ผลการศึกษาระบุว่า การทดลองครั้งนี้ไม่พบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน และผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อย ซึ่งแสดงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน
อนึ่ง จีนอนุมัติการวางจำหน่ายในตลาดแบบมีเงื่อนไขแก่วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวนี้เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA

















