นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า ผลประกอบการของ เอไอเอส ในไตรมาสแรก รายได้รวมอยู่ที่ 45,279 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.3 เทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิ อยู่ที่ 6,311 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน เป็นผลจากการลงทุนในคลื่นความถี่เพิ่มเติมในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เอไอเอส ยังคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม และยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมพร้อมความครอบคลุมของโครงข่าย 5จี และ เน็ตบ้าน อย่างต่อเนื่อง
ในฝั่งของต้นทุน ยังคงลงทุนขยายโครงข่าย 5จี และ 4จี อย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมความเป็นผู้นำ ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 เทียบกับปีก่อน ในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหาร ลดลงร้อยละ 0.8 จากปีก่อน ส่งผลให้เอไอเอสมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อม (EBITDA) อยู่ที่ 22,404 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.8 จากปีก่อน โดยมีผลการดำเนินงานแยกตามรายธุรกิจดังนี้
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีรายได้ลดลงที่ร้อยละ 1.7 จากปีก่อน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ประกอบกับการแข่งขันที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา ในส่วนของจำนวนลูกค้ายังคงเติบโตอย่างแข็งแรง โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 506,500 เลขหมายในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือรวมที่ 44.6 ล้านเลขหมาย สำหรับ 5จี ให้บริการครบทั้ง 77 จังหวัด และมีความครอบคลุมที่ร้อยละ 78 ของจำนวนประชากร มีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 2.8 ล้านราย เพิ่มจาก 2.2 ล้านราย เมื่อปลายปี 2564
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจที่สามารถสร้างการเติบโตเหนือตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้เติบโตร้อยละ 27 เทียบกับปีก่อน มีจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 93,100 ราย โดยปัจจุบันมีลูกค้ารวม 1,865,100 ราย ตั้งเป้ามีฐานลูกค้า 2.2 ล้านรายในปีนี้
ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร รายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง คิดเป็นร้อยละ 31 เทียบกับปีก่อน ด้วยเป้าหมายการเติบโตขยายธุรกิจสอดรับเป้าหมายการเป็น Cognitive Telco ผ่าน 5 กลยุทธ์หลักที่จะเน้นหนักมากขึ้น ได้แก่ การนำเครือข่าย 5จี มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ, การสร้าง Intelligent Network, การสร้าง Digital Infrastructure และแพลตฟอร์ม, การเป็นผู้ใช้ Data และการสร้างทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพ ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายเพื่อสร้างความสมบูรณ์ของ Digital Business Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดของประเทศ
นายสมชัย กล่าวในช่วงท้ายว่า แม้จะเผชิญกับความท้าทายของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การเมือง และการแข่งขันที่ดุเดือด แต่เราก็ยังเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณกว่า 30,000-35,000 ล้านบาท ทั้งการขยายโครงข่าย 5จี ที่ตั้งเป้าขยายให้เป็นร้อยละ 85 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศภายในสิ้นปี รวมถึงการวิจัยพัฒนาเพื่อค้นหานวัตกรรมดิจิทัลที่จะมายกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและคนไทยให้ได้สัมผัสเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกซึ่งจะทำให้เราก้าวสู่การเป็น Cognitive Telco ภายใน 3 ปีได้อย่างแน่นอน



