จากกรณีผู้ใช้ เฟซบุ๊กชื่อ Belly Betty โพสต์ระบุข้อความว่า เตือนภัยย่านถนนบางกรวย-ไทรน้อยโพสต์คลิประบุข้อความว่า “เหตุเกิดที่ร้านขายยา ข้างหมู่บ้านแลนด์วิลล่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า มีสาวมิจฉาชีพทำทีเข้ามาซื้อยา จ่ายแบงก์พัน พอรับเงินทอนครบ เอาแบงค์ 500 ใส่ถุง ในมือถือแบงค์ร้อยกับเศษไว้ แล้วทำทีเป็นสอบถามนู้นนี่นั่น จากนั้นแจ้งว่ายังทอนเงินไม่ครบขาด 500 บาท คนขายก็คุยจนเบลอ หยิบแบงค์ 500 ให้อีกรอบ พอมิจฉาชีพออกไป ถึงได้เปิดกล้องวงจรปิดดู เตือนร้านค้าระมัดระวังกันด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณ ร้านขายยาชื่อ “ยาใกล้บ้าน” ถ.บางกรวย – ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวโดย นายยุทธพล รัตนพงษ์ อายุ 40 ปี สามีเจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประมาณ 5 โมงเย็น มีลูกค้าเป็นผู้หญิงอายุ 45-50 ปี เข้ามาซื้อของประมาณ 400 กว่าบาท มีการรับและทอนเงินเรียบร้อยภายในร้าน ตอนนั้นอยู่ในร้านกัน 3-4 คน ไม่ได้สังเกตุว่าทอนครบหรือเปล่า และลูกค้าเขาแย้งว่ายังขาดไป 500 บาท ไม่ได้ทอนให้ ทางตนก็รีบทอนเงินให้ไปเลย เขาซื้อพวกยากลุ่มแก้หวัด ยาชุดไป เขาให้แบงค์พันมา พอลูกค้ากลับออกไปแล้วเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แต่ไม่ได้ทักท้วง สุดท้ายไปเปิดกล้องวงจรปิดดู ปรากฎว่าลูกค้าเอาเงินทอนแบงค์ 500 ใส่ไปในกระเป๋าตังค์ตัวเอง ตอนที่เอาสินค้าใส่ไปในกระเป๋าหิ้วแล้ว

นายยุทธพล กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็มาบอกว่าไม่ได้เงินทอน ตนจึงทอนเงินกลับไปให้อีกรอบ แต่กว่าจะเห็นภาพแล้วรู้ว่าโดนหลอกเอาเงินไป ฝ่ายผู้ก่อเหตุก็ไม่รู้ว่าไปไหนแล้ว จึงนำเรื่องโพสต์เตือนผู้อื่นเพราะถือเป็นภัยสังคม และอยากให้ร้านค้าระวังพฤติกรรมของหญิงรายนี้ หากโดนทักท้วงว่ายังไม่ทอนเงินให้ ก็ควรให้อีกฝ่ายรอและขอตรวจกล้องวงจรปิดก่อน ถ้าลูกค้าบริสุทธิ์ใจยังไงก็รอทอนเงินได้ ขอให้ผู้ค้าขายอย่ารีบร้อนเพราะจะกลายเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ที่ร้านก็ไม่ใช่เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก แต่หลาย ๆ ครั้งเราอาจจะบอกให้ลูกค้ารอก่อนแล้วตรวจสอบ บางครั้งเราก็ทอนเงินลูกค้าขาดไปบ้างจริง บางครั้งลูกค้าก็จำผิดไม่รู้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจพอดูคลิปก็จบ ลูกค้าก็บอกเห็นกล้องวงจรปิดตามนั้นก็คือตามนั้น

“….ร้านไหนมีกล้องวงจรปิดอยากให้ตรวจสอบก่อนดีกว่า เหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นบ่อยในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ขายของได้กำไรก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว โดนไป 500-1,000 บาท ในอาทิตย์นั้น โดนบ่อย ๆ ก็ไม่ไหว ข้าวของก็แพง มันไม่ใช่มีแต่เรื่องแบบนี้ เรื่องลักขโมยก็เคยโดน…” นายยุทธพล กล่าวทิ้งท้าย