นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า การดำเนินการของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตั้งแต่ก่อตั้งปี 62 ถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 3 ปี ได้สร้างความตื่นตัว และการรับรู้ของประชาชนมากขึ้น ส่งผลสถานการณ์ข่าวปลอมในประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวของกับข่าวนั้นๆ ต้องให้ความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และมีหน้าที่ชี้แจงและแจ้งความร้องทุกข์กรณีเกิดผลเสียหายต่อสังคม ซึ่งหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือกรมประชาสัมพันธ์ ส่งตรวจสอบ 1,012 เรื่อง ตอบกลับ 1,008 เรื่อง กรมการแพทย์ ส่งตรวจสอบ 417 เรื่อง ตอบกลับ 408 เรื่อง และ กทม.ส่งตรวจสอบ 214 เรื่อง ตอบกลับ 214 เรื่อง
ด้านภาพรวมของข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด ตั้งแต่เดือน พ.ย. 62-20ก.ค. 65 มีข้อความทั้งหมด 799,705,387 ข้อความ มีเรื่องที่ส่งตรวจสอบ 16,843 เรื่อง โดยหมวดหมู่สุขภาพ ครองอันดับ 1 คิดเป็น 49% รองลงมาเป็นหมวด หมู่นโยบายรัฐ 46% หมวดหมู่เศรษฐกิจ 3% และหมวดหมู่ภัยพิบัติ 2%
ด้าน น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดีอีเอส กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์ฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ปีละ 80-90 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการต่อไปของศูนย์ฯ ในปีต่อไป จะเน้นการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น หลังจากปัจจุบัน การตรวจสอบข่าวปลอมต่างๆ ที่ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากขึ้นแล้ว โดยจะใช้ช่องทางต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ของศูนย์ฯ ที่มีการเยี่ยมชมกว่า 1.4 ล้านครั้ง ไลน์แอดที่มีผู้ติดตามอยู่มากกว่า 2.4 ล้านราย รวมถึงเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เชื่อว่าจะทำให้การปลอมในไทยลดลงต่อเนื่อง

ล่าสุด ดีอีเอส ได้จัดงานพิธีมอบรางวัลการประกวดคลิปวิดีโอสั้น เพื่อกระตุ้นการสร้างการรับรู้ ในการรู้เท่าทัน และรับมือกับข่าวปลอมให้กับประชาชน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการเลือกรับและปรับใช้สื่อเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม และเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน
โดบกลุ่มเป้าหมาย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ประเภทนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรีชั้นปีที่ 1-2) และระดับอาชีวศึกษา (ปวส. ชั้นปีที่ 1-2) หรือ เทียบเท่า ภายใต้หัวข้อ “คนรุ่นใหม่ กับการต่อต้าน Fake News” ชิงทุนการศึกษาและรางวัลมูลค่ารวมกว่า 250,000 บาท และประเภทหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ภายใต้หัวข้อ “ป้องกัน ปกป้อง ประชาชนให้พ้นภัยข่าวปลอม”



