สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เตือนระวัง หนอนคืบกินใบ ในลำไย โดยหนอนคืบกินใบ (แมลงบุ้งลำไย) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่าOxyodes scrobiculata (Fabricius)  เป็นหนอนของผีเสื้อกลางคืน จึงมักจะหลบซ่อนตัวในเวลากลางวัน การทำลายจะปรากฏ ในเวลากลางคืน

โดยหนอนกัดกินใบอ่อน หรือเพสลาด ถ้ามีการระบาดรุนแรง ทำให้เหลือเฉพาะก้านใบพบมากในบางแห่งโดยเฉพาะระยะที่ลำไยแตกยอดอ่อน ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงตุลาคม ทำลายโดยกัดกินใบอ่อนให้เสียหาย ทำให้ยอดชะงักการเจริญเติบโต ตัวแก่เป็นผีเสื้อกลางคืน อาศัยผลลำไยและลิ้นจี่เป็นอาหาร ตัวสีน้ำตาลอ่อน มีคู่ที่สองสีน้ำตาลลายดำ ขอบปีกด้านบนเป็นแถบสีดำ ขนาดของผีเสื้อกางปีกกว้างประมาณ 5 ซม. ลำตัวมีขนสีเหลืองปกคลุม ตัวผู้และตัวเมียมีขนาดไล่เรี่ยกัน ตัวเมียจะวางไข่ไว้เดี่ยวๆ ไข่มีขนาดเล็กกลมสีขาวไม่มีสิ่งปกคลุม และมักจะไข่ไว้บนยอดอ่อนใบอ่อน หนอนเมื่อฟักไข่ออกมาใหม่ๆ ตัวจะมีสีเขียวอ่อน เมื่อโตขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองปนน้ำตาล มีแถบสีน้ำตาลตลอดลำตัว ขนาดตัวหนอนที่โตเต็มที่ยาวประมาณ 3-4 ซม. ระยะตัวหนอน 9-14 วัน ตัวหนอนจะเข้าทำลายใบอ่อนและยอดอ่อน มีนิสัยชอบทิ้งตัวเมื่อได้รับความกระทบกระเทือนใกล้เข้าดักแด้ตัว จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงใช้ใบห่อหุ้มแล้วเจริญเป็นดักแด้

สำหรับการป้องกันกำจัดเขย่ากิ่งให้หนอนร่วงหล่นแล้วเก็บรวบรวมไปทำลายหรือนำไปเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง เช่น เป็ด ไก่ เก็บรวบรวมดักแด้ไปทำลาย เช่น ฝัง หรือเผาไฟ เมื่อลำไยแตกยอดอ่อน การป้องกันกำจัดหนอนกัดกินใบอ่อน ในระยะที่ลำไยแตกใบอ่อน พบระบาดมากกว่า 20% ของยอดสำรวจ ใช้สารเคมี คาร์บาริล 45-60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แลมป์ดาไซฮาโลทริน 2.5% EC อัตรา 12 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ หรือ บาซิลัส ทูริงเยนซิส 120 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร เลือกใช้ชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรใช้สารเคมีฆ่าแมลงสลับกลุ่มกันไป กำจัดวัชพืชไม่ให้เป็นที่หลบอาศัยของผีเสื้อ.