นายชาญชัย คงทัน รอง ผวจ. รักษาการ ผวจ.นครพนม เปิดเผยหลังลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการดำเนินงานกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่ง หมู่ 2 ตำบลยอดชาด อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม ที่มีการปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า 313 ไร่ ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรในพื้นที่ จำนวน 42 ราย ซึ่งโดยส่วนมากแล้วเกษตรกรในพื้นที่ตำบลยอดชาด อำเภอวังยางจะมีอาชีพการทำนาเป็นส่วนใหญ่ และมีการปลูกมันฝรั่งเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริมในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุกปี ว่า มันฝรั่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่นๆ หลายชนิด มีผลกำไรอยู่ระหว่าง 6,000-9,000 บาทต่อไร่ แหล่งปลูกมันฝรั่งที่สำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และตาก ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณร้อยละ 90 ของผลผลิตทั้งประเทศ ส่วนการบริโภคหัวมันสดคิดเป็นร้อยละ 10 และหัวพันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากประเทศในแถบยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ สกอตแลนด์ เยอรมนี สำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหัวมันฝรั่งจะต้องมีลักษณะของดินที่มีการระบายน้ำดี เป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5-6.5 และในสภาพดินเหนียวจัด จะไม่เหมาะกับการปลูกมันฝรั่ง เพราะการระบายน้ำและอากาศไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างหัว

สำหรับสายพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรในพื้นที่เลือกปลูก คือ พันธุ์แอตแลนติค (Atlantic) ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับแปรรูปเป็นมันทอดแผ่นบาง (Potato Chip) มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 100-120 วัน มีลักษณะทรงต้นตั้งตรง พุ่มหนา ใบใหญ่สีเขียวเข้ม หัวกลมขนาดปานกลางถึงเล็ก ผิวสีเหลืองอ่อนเป็นร่างแหเล็กน้อย เนื้อสีขาวครีม และให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่นิยมที่เลือกสายพันธุ์นี้ สำหรับการปลูกเพื่อจำหน่าย โดยภายใต้การนำของนายสุพรรณ ชานุชิต ประธานกลุ่ม ที่พยายามรวมกลุ่มเกษตรกรและขับเคลื่อนในการเชื่อมโยงการตลาด ซึ่งต่อมาในปี 2564 สำนักงานเกษตรอำเภอวังยางได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้แนะนำพร้อมจัดประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกร และได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด และต่อมาได้ยกระดับกลุ่มให้เป็นแปลงใหญ่มันฝรั่ง ตำบลยอดชาด ในปี 2565 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี และมีการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดของกลุ่มอย่างมั่นคง

ส่วนปัญหาที่กลุ่มเกษตรกรต้องเจอในปัจจุบัน คือ ต้นทุนการผลิตสูง เช่น ค่าหัวพันธุ์ ค่าจ้างเหมารถเพื่อไปจำหน่ายผลผลิต ราคาปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น รวมทั้งเกษตรกรขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ และดิน ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในการลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามกลุ่มในครั้งนี้ หน่วยงายราชการที่เกี่ยวข้องได้แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มได้อย่างยั่งยืน ได้แก่ การขุดบ่อบาดาลระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (solar cell) เครื่องชั่งรถบรรทุก พร้อมอาคาร ปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น เครื่องจักรกลการเกษตร ได้แก่ รถไถกลบหัวพันธุ์ รถแทรกเตอร์ ห้องเย็นเก็บหัวพันธุ์ การปรับปรุงดิน เช่น สารปรับปรุงดิน และการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มันฝรั่ง จะทำกลุ่มเกิดความเข้าแข็ง มีโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต การตลาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน