สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาออกแถลงการณ์ว่า การที่สถานการณ์ภายในประเทศยังคงตึงเครียดและวุ่นวาย เกี่ยวโยงโดยตรงกับการเคลื่อนไหวต่อต้านของบรรดากองกำลังติดอาวุธ และ “ความพยายามกดดันในรูปแบบใดก็ตาม” มีแต่จะส่งให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดี โดยไม่มีการขยายความ
ท่าทีดังกล่าวของเมียนมาเกิดขึ้น หลังที่ประชุมวาระพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศ 9 ชาติ ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในเมียนมา มีแถลงการณ์ร่วมกันว่า อาเซียนมีความมุ่งมั่นแก้ไขวิกฤติการณ์ในเมียนมา ให้คลี่คลายในทางสันติวิธี
Foreign ministers from Southeast Asian nations meet in Jakarta to discuss Myanmar's stalled peace negotiations pic.twitter.com/5CBysd09S6
— TRT World Now (@TRTWorldNow) October 27, 2022
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังคงมีความผิดหวัง ต่อการที่รัฐบาลทหารเมียนมา “ไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม” ตามแผนฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งเป็นแนวทางสร้างสันติภาพ และมีการบรรลุร่วมกัน เมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม อาเซียนยังคงมีมติเห็นพ้อง ให้มีการดำเนินการตามแผนการดังกล่าวต่อไป และในเวลาเดียวกัน ขอเรียกร้องทุกภาคส่วน ยุติการใช้ความรุนแรงระหว่างกันโดยเร็วที่สุด
Indonesia says foreign ministers attending special ASEAN meeting had expressed concern over failure to implement peace plan agreed with Myanmar's military rulers pic.twitter.com/D3TuoR1BXE
— TRT World Now (@TRTWorldNow) October 27, 2022
ทั้งนี้ การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน ถือเป็นหนึ่งในแกนกลางนโยบายของอาเซียน อย่างไรก็ตาม นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวระหว่างการเยือนไทย เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เรียกร้องอาเซียนร่วมกันดำเนินการอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เมียนมาปฏิบัติตามเงื่อนไขของฉันทามติ 5 ข้อ “ด้วยความรับผิดชอบและเคร่งครัด” เนื่องจากจนถึงตอนนี้ รัฐบาลวอชิงตันมองว่า ความสนับสนุนและความร่วมมือของอาเซียน ในการกดดันให้รัฐบาลทหารเมียนมาปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อนั้น ยังไม่เกิดขึ้น ทั้งที่เรื่องนี้ “มีความสำคัญมาก”
สำหรับฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ในประเด็นเกี่ยวกับเมียนมา ประกอบด้วย การที่คู่กรณีทุกฝ่ายต้องยุติการใช้ความรุนแรง การที่ทุกภาคส่วนต้องหันหน้ามาเจรจาร่วมกันบนแนวทางอันสันติ และตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก การตั้งคณะผู้แทนพิเศษของอาเซียนให้มีส่วนร่วม กับการดำเนินงานของเลขาธิการอาเซียนในเรื่องเมียนมา การเปิดทางรับมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากอาเซียน และการอนุญาตให้ผู้แทนของอาเซียนพบหารือกับ “ทุกภาคส่วน” ในเมียนมา.
เครดิตภาพ : REUTERS



