สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่า คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีน (เอ็นเอชซี) รายงานผู้เสียชีวิตในประเทศจากโรคโควิด-19 เพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ราย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งคู่เป็นผู้ป่วยซึ่งรักษาตัวอยู่ในกรุงปักกิ่ง หลังก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียวยืนยันว่า ผู้ป่วยชายวัย 87 ปี ซึ่งรักษาตัวอยู่ในกรุงปักกิ่งเช่นกัน เสียชีวิตจากโรคโควิด-19
ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 เดือน ที่จีนยืนยันการพบผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดดังกล่าว หรือหลังการยืนยันผู้เสียชีวิตที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา


ขณะเดียวกัน เอ็นเอชซียืนยันผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 26,824 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด จนถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา และเป็นวันที่หกติดต่อกันแล้ว ซึ่งจีนยืนยันผู้ป่วยรายวันมากกว่า 20,000 คน อย่างไรก็ตาม เขตไป่หยุนซึ่งเป็นพื้นที่มีประชากรมากที่สุดของเมืองกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ประกาศล็อกดาวน์ประชากร 3.7 ล้านคน เป็นเวลาอย่างน้อย 5 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 พ.ย.


อนึ่ง เอ็นเอชซีประกาศเมื่อต้นเดือนนี้ ปรับมาตรการ “7+3” มาเป็น “5+3” สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและผู้สัมผัสใกล้ชิด จากการเฝ้าระวังโรคในสถานกักกันของรัฐ 7 วัน และกักตัวต่อที่บ้านอีก 3 วัน ลงมาอยู่ที่ การกักตัวในสถานกักกันของรัฐ 5 วัน แล้วกักตัวต่อที่บ้านอีก 3 วัน


นอกจากนี้ เอ็นเอชซีประกาศยุติมาตรการติดตาม “ผู้สัมผัสระยะที่สอง” ที่หมายถึงบุคคลซึ่งไม่ใช่ผู้สัมผัสใกล้ชิดโดยตรง ที่เป็นมาตรการควบคุมโรค ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนมากที่สุด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และการผ่อนคลายมาตรการให้ผู้โดยสารเที่ยวบินจากต่างประเทศสู่จีน ต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบสองครั้ง ภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง ให้เหลือเพียงครั้งเดียว ภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง และยกเลิกมาตรการลงโทษสายการบิน ด้วยคำสั่ง “ระงับบินชั่วคราว” หากมีจำนวนผู้โดยสารติดโควิด-19 สะสมถึง “เกณฑ์อันตราย”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES