พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เปิดเผยแผนทำธุรกิจ 5 จี ว่า เอ็นที ได้เสนอแผนไปยัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ แบ่งเป็นการลงทุนในคลื่น 26 กิกกะเฮิร์ซ เพื่อให้บริการ 5 จี กับภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และสมาร์ทซิตี้  ซึ่งจะลงทุนเป็นโครงการๆ ซึ่งในช่วงแรกจะใช้จำนวน 3,000 ล้านบาท และสามารถขออนุมัติบอร์ดเพิ่มได้ในอนาคต ส่วนการพัฒนา 5 จี บนคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือนั้นคาดว่าจะลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยมีคลื่นอยู่ 10 เมกะเฮิรตซ์ จะดำเนินการเองจำนวน  5  เมกะเฮิรตซ์ และอีก 5 เมกะเฮิรตซ์ จะขายให้เอไอเส และมีการแชร์รื่งสถานีฐานร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนในด้านต่างๆ

“ตอนนี้สภาพัฒน์กำลังพิจารณาแผนที่เอ็นทีเสนอไป โดยคาดว่าจะผ่านบอร์ดสภาพัฒน์ ในวันที่ 7  ก.พ.66 จากนั้น จะรีบนำเสนอให้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะหมดวาระในเดือน มี.ค.66 ซึ่งการที่ต้องเร่งดำเนินการเนื่องจากโครงการนี้เพราะล่าช้ามากว่า 2 ปี หลังจากประมูลคลื่นได้จาก กสทช.และมีต้นทุนจากค่าใบอนุญาตที่ต้องจ่ายไป 6,600 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถทำ 5 จี เพื่อหารายกลับมาได้  ซึ่งหากครม. เห็นชอบแล้ว จะเริ่มดำเนินการได้ทันที เพราะมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องทุกปี  ซึ่งคาดว่าหากสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจ ได้แล้วในส่วนของ คลื่น 26 กิกกะเฮิร์ซ จะมีอัตราผลตอบแทนประมาณ 20%ต่อปี ส่วนคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ มีอัตราผลตอบแทนประมาณ 7-8% ต่อปี ซึ่งปัจุบันลูกค้าโทรศัพท์มือถือ มาย บาย เอ็นที มีลูกค้าอยู่ประมาณ 2.3  ล้านราย  ”

พ.อ.สรรพชัยย์  กล่าวต่อว่า ในส่วนคลื่น  700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์  จะนำมาให้บริการได้ทั้ง 4 จี และ 5 จี โดยสามารถรองรับลูกต้าได้สูงสุดจำนวน 4 ล้านราย ซึ่งจะมีการทำตลาดภายใต้แบรนด์  มาย บาย เอ็นที  ส่วนคลื่น 26 กิกกะเฮิร์ซ เพื่อให้บริการ 5 จี กับภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจโดยขณะนี้มีลูกค้าแล้ว คือ เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งหากสามารถเริ่มดำเนินการได้จะช่วยให้ภาพรวมผลประกอบการกลับมาดีขึ้นได้อย่างแน่นอน.