สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเมียนมา (เอ็มอาร์ทีวี) รายงานผลการประชุมโดยสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน ครอบคลุมทั่วประเทศออกไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน และการจัดการเลือกตั้งแบบหลายพรรค “ตามความปรารถนาของประชาชน”
นอกจากนี้ แถลงการณ์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติเมียนมาวิจารณ์ การเคลื่อนไหวของรัฐบาลแห่งชาติ (เอ็นยูจี) หรือรัฐบาลเงา ซึ่งเป็นการรวมตัวของฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ว่า พยายาม “ยึดอำนาจผ่านการก่อการร้าย” ด้านเอ็นยูจีออกแถลงการณ์ตอบกลับ แสดงความไม่พอใจ และยืนยันจะไม่มีทางยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้
On February 1, 2021, the army seized power in #Myanmar ????????, ending a democratic transition that had started in 2011.
— FRANCE 24 English (@France24_en) February 1, 2023
Two years later, what is the situation like in the country? pic.twitter.com/7Ul2YNRKN2
สำหรับการต่อเวลาสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 425 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ซึ่งกองทัพเป็นผู้บัญญัติเอง อนึ่ง ในวันยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ประกาศเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไป ในปี 2566 และยืนยันด้วยว่า จะเป็นการเลือกตั้ง “ที่มีพรรคการเมืองเข้าร่วมหลายพรรค”
ทั้งนี้ กองทัพเมียนมา “อ้างความชอบธรรม” ในการยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางซูจี ว่า เป็นผลจาก “การทุจริตอย่างร้ายแรง” ระหว่างการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อเดือน พ.ย. 2563 ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี เป็นฝ่ายชนะ อนึ่ง มาตรา 419 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 บัญญัติโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายใต้อำนาจรัฐบาลทหารของ พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ ระบุว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สามารถใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการได้ “ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน”.
เครดิตภาพ : REUTERS



