สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ว่า นางจู เฟิงเหลียน โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของแผ่นดินใหญ่ แถลงที่กรุงปักกิ่ง ว่าการที่ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ผู้นำไต้หวัน เยือนกัวเตมาลา และเบลีซ ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. จนถึงวันที่ 7 เม.ย. แล้วจะมีการ “หยุดพักระหว่างทาง” ที่นครนิวยอร์ก และนครลอสแอนเจลิส ว่าสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น “ไม่ใช่การแวะพักเพื่อเปลี่ยนเครื่องบินแบบทั่วไป” แต่เป็น “การเจตนาวางแผน” เพื่อพบหารือกับนักการเมืองของสหรัฐ


โฆษกของจีนกล่าวต่อไปว่า หากไช่พบกับนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐ รัฐบาลปักกิ่งถือว่า “เป็นการยั่งยุอย่างร้ายแรง” และ “เป็นการละเมิดหลักการจีนเดียว” ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน และการทำลายสันติภาพระหว่างช่องแคบ


ขณะที่นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า แผนการนี้ “เป็นเรื่องปกติ” เนื่องจากประธานาธิบดีไต้หวัน เคยทำแบบนี้มาแล้ว “อย่างน้อย 6 ครั้ง” และไม่ใช่เพียงแต่ผู้นำไต้หวันคนปัจจุบัน ที่มีแผนการเดินทางแบบนี้ ประธานาธิบดีไต้หวันทุกคนก่อนหน้า ล้วนปฏิบัติแบบเดียวกัน เรื่องนี้ “คือข้อเท็จจริง”


ทั้งนี้ สหรัฐเป็นเหมือนประเทศส่วนใหญ่บนโลก ซึ่งไม่รับรองสถานะของไต้หวัน “อย่างเป็นทางการ” เนื่องจากรับรองหลักการ “จีนเดียว” เพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งถือว่าไต้หวันคือ “มณฑลโพ้นทะเล”


ด้านไช่กล่าวระหว่างเตรียมออกเดินทางจากกรุงไทเป ว่า “แรงกดดันจากภายนอก ไม่สามารถหยุดยั้งไต้หวัน จากการมีปฏิสัมพันธ์กับชาวโลก” อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในเวลานั้น คือ นางแนนซี เปโลซี เยือนกรุงไทเป หลังจากนั้น จีนจัดการซ้อมรบล้มรอบเกาะไต้หวัน เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์.

เครดิตภาพ : REUTERS